บทความเด็ด

ดูบทความทั้งหมด

กระดานข่าว Vmodtech

เข้าเว็บบอร์ด

Update ข่าวสาร

ดูข่าวทั้งหมด

อะโดบีเผยรายงานวิจัย Creative Pulse ประจำปี 2560: ดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์เสริมสร้างธุรกิจที่มุ่งเน้นประสบการณ์ลูกค้า

creative pulse 2017 อะโดบีเผยรายงานวิจัย Creative Pulse ประจำปี 2560: ดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์เสริมสร้างธุรกิจที่มุ่งเน้นประสบการณ์ลูกค้า

กรุงเทพฯ, 18 สิงหาคม 2560 — ในยุคสมัยของธุรกิจที่มุ่งเน้นประสบการณ์ของลูกค้า หรือ Experience Business การออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับองค์กรธุรกิจที่ต้องการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งและนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า  ผลการวิจัยใหม่ล่าสุดจากอะโดบีเน้นย้ำถึงบทบาทของกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการปฏิรูปธุรกิจอย่างเหนือชั้น

งานวิจัย Creative Pulse ประจำปี 2560 (2017 Creative Pulse research) ของอะโดบีสำรวจความคิดเห็นของบุคลากรด้านครีเอทีฟและการตลาดกว่า 5,000 คน และตรวจสอบบทบาทของการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ในการปฏิรูปธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC)  ตลาดที่ทำการสำรวจความคิดเห็นได้แก่ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน และจีน

งานวิจัย Creative Pulse ประจำปี 2560 พบว่า การผสานรวมประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงสำหรับชุมชนครีเอทีฟ ตามมาด้วยการปรับใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล และความต้องการสำหรับทักษะใหม่ๆ  นอกจากนี้ งานวิจัยดังกล่าวยังระบุว่าประสบการณ์ของลูกค้าคือการลงทุนที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กรธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC)

นายวีอาร์ ศรีวัตศาน, กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอะโดบี กล่าวว่า “องค์กรธุรกิจในทุกๆ ที่หันมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น และการผสานรวมประสบการณ์แบบออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในแนวคิดขององค์กรต่างๆ เกี่ยวกับประสบการณ์ของลูกค้า ขณะที่หลายๆ องค์กรมุ่งเน้นการปรับปรุงการดำเนินงานและประสบการณ์ในรูปแบบดิจิตอล แต่ลูกค้าก็ยังคงคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ทางกายภาพที่ดีเช่นกัน ลูกค้าจำเป็นต้องได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจในทุกขั้นตอนและทุกช่องทางของการติดต่อสื่อสารกับองค์กร ไม่ว่าจะในรูปแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ และผลการวิจัย Creative Pulse ประจำปี 2560 ก็สะท้อนข้อเท็จจริงดังกล่าว”


ผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่

ทุกวันนี้ ประสบการณ์แบบออนไลน์และออฟไลน์ถูกผลักดันด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเช่น Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI)  รายงาน Creative Pulse ประจำปี 2560 ระบุว่า ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ไม่ได้รู้สึกกังวลใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI หรือการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) อย่างไรก็ตาม ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ตอบแบบสอบถาม 64% แสดงความกังวลใจเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีเหล่านี้ ขณะที่ 22% ระบุว่าตนเองมีความกังวลใจอย่างมาก

“เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning สามารถดำเนินกระบวนการที่จำเจโดยอัตโนมัติ และเพิ่มความคล่องตัวให้กับกระบวนการผลิตด้านครีเอทีฟ ช่วยให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องมีเวลาเพิ่มมากขึ้นในการคิดค้นไอเดียใหม่ๆ และทำงานสร้างสรรค์ เทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ไม่ได้เข้ามาแทนที่บทบาทของการคิดสร้างสรรค์ แต่ช่วยให้บุคลากรด้านครีเอทีฟสามารถทุ่มเทเวลาและความพยายามให้กับการสร้างสรรค์และการพัฒนาต่อยอดไอเดียได้อย่างเต็มศักยภาพ” นายวีอาร์ ศรีวัตศาน กล่าวเพิ่มเติม

แม้ว่าบุคลากรด้านครีเอทีฟในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกังวลว่าเทคโนโลยีใหม่จะเข้ามาแย่งงานที่ตนเองทำอยู่ แต่พวกเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ กล่าวคือ 51% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแผนที่จะเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆ ในด้าน Machine Learning และระบบงานอัตโนมัติ เพื่อขยายขีดความสามารถของตนเองโดยอาศัยกระบวนการคิดเชิงออกแบบ  นอกจากนี้ 69% ระบุว่าตนเองกำลังปรับปรุงทักษะให้ทันสมัยทุกๆ 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อก้าวให้ทันกับการพัฒนาอุตสาหกรรม

สรุปประเด็นสำคัญสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากรายงาน Creative Pulse ประจำปี 2560 มีดังนี้:

·         โซเชียลมีเดียเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดอันดับหนึ่งสำหรับองค์กรธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามมาด้วยประสบการณ์ลูกค้าและเนื้อหาคอนเทนต์

·         เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเช่น Augmented Reality (AR) , Virtual Reality (VR) และ Machine Learning เป็นกระแสแนวโน้มที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดสำหรับบุคลากรด้านครีเอทีฟ ตามมาด้วยผลกระทบของโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มใหม่ๆ สำหรับการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

·         54% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ประสบการณ์ลูกค้าเป็นองค์ประกอบหลักของกลยุทธ์ขององค์กร

·         36% ของบุคลากรด้านครีเอทีฟและนักการตลาดได้ปรับใช้โปรแกรมประสบการณ์ลูกค้าเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่ 38% มีแผนที่จะพัฒนาโปรแกรมดังกล่าว และ 24% ไม่มีแผนที่จะนำเสนอโปรแกรมประสบการณ์ลูกค้าในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

·         บุคลากรด้านครีเอทีฟและนักการตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังผสานรวมกระบวนการคิดเชิงออกแบบในส่วนงานต่างๆ: ครีเอทีฟ (64%), นักการตลาด (51%) และบุคลากรที่ทำงานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (47%)

คอนเทนต์และโซเชียลมีเดีย

นอกจากนั้น องค์กรต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังลงทุนในโซเชียลมีเดียมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในเอเชีย-แปซิฟิก ตามมาด้วยประสบการณ์ลูกค้าและเนื้อหาคอนเทนต์  การมุ่งเน้นแพลตฟอร์มโซเชียลดังกล่าวก่อให้เกิดโอกาสและความท้าทายมากมายในภูมิภาคนี้

“โซเชียลมีเดียมีความสำคัญอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยก่อให้เกิดความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากสำหรับเนื้อหาคอนเทนต์ต่างๆ และสร้างแรงกดดันต่อองค์กรซึ่งจะต้องพยายามก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง  ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่า งบประมาณคือความท้าทายที่สำคัญที่สุด ตามมาด้วยความเห็นที่ขัดแย้ง และกระบวนการภายในองค์กร  เพื่อก่อให้เกิดผลกระทบสูงสุดโดยใช้งบประมาณที่น้อยลง ทีมงานฝ่ายการตลาดและครีเอทีฟจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านคอนเทนต์ให้มีความเหมาะสม และนำเสนอประสบการณ์ที่น่าทึ่งให้แก่ลูกค้า” นายวีอาร์ ศรีวัตศาน กล่าว

รายงาน Creative Pulse ประจำปี 2560 ตอกย้ำถึงความสำคัญของการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ต่อการปรับปรุงการดำเนินงานโดยใช้เทคโนโลยีดิจิตอลและรูปแบบธุรกิจ Experience Business

“การปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบธุรกิจ Experience Business ไม่ได้อาศัยเพียงแค่การถ่ายโอนประสบการณ์แบบปกติที่มีอยู่ไปสู่แพลตฟอร์มดิจิตอลเท่านั้น หากแต่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากพลังของการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ที่ดีเยี่ยม เพื่อสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ด้วยการมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า” นายวีอาร์ ศรีวัตศาน กล่าว

มีเพียงแพลตฟอร์ม Adobe Experience Cloud เท่านั้นที่มอบทุกสิ่งที่จำเป็นให้แก่องค์กรธุรกิจสำหรับการนำเสนอประสบการณ์ที่เหนือชั้นให้แก่ลูกค้า  Adobe Experience Cloud ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Machine Learning และ Artificial Intelligence ของ Adobe Sensei โดยผสานรวมโซลูชั่นระดับโลก จึงนับเป็นแพลตฟอร์มแบบครบวงจรที่ครอบคลุมระบบข้อมูลและเนื้อหาคอนเทนต์ ทั้งยังมีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งซึ่งมอบความเชี่ยวชาญที่เหนือกว่าในเรื่องของการนำเสนอประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า

ดาวน์โหลดรายงานวิจัย Creative Pulse ประจำปี 2560 ที่นี่

เกี่ยวกับอะโดบี

อะโดบีเปลี่ยนโลกผ่านประสบการณ์ด้านดิจิตอล รายละเอียดเพิ่มเติม www.adobe.com/sea


ติดตามอะโดบีผ่านเฟสบุ๊กที่ https://www.facebook.com/AdobeSEA/

เดลล์ อีเอ็มซี เปิดตัวสายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก รุ่นเน็กซ์-เจน ลงตลาด

01 dell emc 720x480 เดลล์ อีเอ็มซี เปิดตัวสายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก รุ่นเน็กซ์ เจน ลงตลาด

เซิร์ฟเวอร์ใหม่ PowerEdge เจเนอเรชั่นที่ 14  เป็นรากฐานอันมั่นคงแข็งแกร่งสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์สมัยใหม่ เปี่ยมล้นด้วยศักยภาพ ด้วยแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและให้ประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับทุกเวิร์กโหลดของลูกค้า ในระบบบริหารจัดการที่เรียบง่าย

สรุปประเด็นข่าวที่น่าสนใจ

·        สถาปัตยกรรมเพื่อธุรกิจที่รองรับการขยายได้เต็มที่ สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ (Software-defined data center) ให้ IOPs ฐานข้อมูลที่สูงถึง 12 เท่า เพื่อเร่งความเร็วในการใช้แอปพลิเคชันล้ำหน้า

·        ระบบออโตเมชันที่ชาญฉลาด เร่งความเร็วในการจัดการดีขึ้น 4 เท่า ด้วย iDRAC9 และลดขั้นตอนในการติดตั้ง iDRAC ด้วย QuickSync 22

·        ให้ความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยแบบผสานรวม ด้วยสถาปัตยกรรมเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีบนไซเบอร์ได้ตลอดเวลา รวมถึงรักษาความปลอดภัยของซัพพลายเชนเพื่อการปกป้องที่ครบวงจร

กรุงเทพฯ วันที่ 18 สิงหาคม 2560 – เดลล์ อีเอ็มซี ประกาศเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์รุ่นขายดีที่สุดของโลก รุ่นเน็กซ์-เจน เพื่อช่วยลูกค้าทุกขนาดธุรกิจขับเคลื่อนไปสู่ความริเริ่มเพื่อการปฏิรูปไอที โดยมีการเปิดพรีวิว ที่งาน Dell EMC World 2017 ไปเมื่อเร็วๆ นี้ สายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge รุ่นที่ 14 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่และ ชนะเลิศรางวัล ด้านการออกแบบ ให้แพลตฟอร์มการประมวลผลแบบอัตโนมัติที่ให้ความปลอดภัย และขยายขีดความสามารถได้ สำหรับแอปพลิเคชันแบบดั้งเดิมและที่ทำงานบนคลาวด์ โดยออกแบบมาสำหรับระบบประมวลผลใหม่ Intel® Xeon® ที่รองรับการขยายระบบได้เช่นกัน

“เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge รุ่นที่ 14  เป็นการปรับปรุงสายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่ดีที่สุดของโลก ออกแบบมาเพื่อช่วยลูกค้าขับเคลื่อนไปสู่การปฏิรูปไอที” นายอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร เดลล์ อีเอ็มซี อินโดจีน กล่าว “โซลูชันระบบโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่เป็นตัวเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน และด้วยสถาปัตยกรรมที่เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีบนไซเบอร์ได้ตลอดเวลา (cyber-resilient architecture) ที่มาพร้อมนวัตกรรมเรื่องของประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยให้เราสามารถปลดปล่อยศักยภาพทางธุรกิจให้กับลูกค้าได้”

“การปฏิวัติบทบาทของแอปพลิเคชันและดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรในปัจจุบัน” นายอภิชาติ อัศวาดิศยางกูร ผู้อำนวยการด้าน Sales Engineering เดลล์ อีเอ็มซี อินโดจีน ได้ให้ความเห็น “ในปัจจุบัน ความต้องการด้านดาต้าเซ็นเตอร์เปลี่ยนไป เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์ในปัจจุบันต้องมีระบบโครงสร้างที่ทันสมัยสามารถปรับเปลี่ยนและขยายขีดความสามารถรองรับความต้องการรวมถึงช่วยให้การปฏิรูปไอทีทำได้เร็วขึ้นได้ในที่สุด เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge รุ่นที่ 14 เข้ามาเปลี่ยนโฉมระบบหลักของดาต้าเซ็นเตอร์ให้ทันสมัยนำไปสู่การตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

จากการศึกษากราฟแสดงการเติบโตของการปฏิรูปไอทีของ ESG 2017 (ESG 2017 IT Transformation Maturity Curve) ที่สนับสนุนการจัดทำโดยเดลล์ อีเอ็มซี ขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ พบว่า องค์กรที่กำลังเดินสู่ความริเริ่มในการปฎิรูปไอทีได้ไกลที่สุดก็จะเห็นว่าไอทีเป็นปัจจัยที่สร้างความแตกต่างทางการแข่งขันได้มากกว่าถึง 7 เท่า  การจะประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ สิ่งสำคัญอันดับต้นสำหรับความริเริ่มด้านการปฏิรูปไอทีหลายๆ ด้านคือระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยที่สามารถให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นด้วยความปลอดภัยในขณะที่ช่วยผลักดันนวัตกรรมที่ทำให้โมเดลธุรกิจใหม่เกิดขึ้นได้

และด้วยสถาปัตยกรรมด้านธุรกิจที่รองรับการปรับขยาย ระบบออโตเมชันอันชาญฉลาด และระบบรักษาความปลอดภัยแบบผสานรวม จึงทำให้ สายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge รุ่นที่ 14 มอบคุณประโยชน์เหล่านี้ได้ตามต้องการ  เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge เป็นรากฐานอันมั่นคงแข็งแกร่งของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทันสมัย ช่วยให้ลูกค้าขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เดินไปข้างหน้าและสามารถบรรลุเป้าหมายของการปฏิรูปไอทีได้เร็วยิ่งขึ้น

สถาปัตยกรรมทางธุรกิจที่รองรับการปรับขยาย ของเซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge ช่วยให้ลูกค้าตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความสามารถที่ยกระดับเรื่องของประสิทธิภาพสำหรับงานเวิร์กโหลดทั้งระบบเดิม ระบบเสมือน และบนคลาวด์ในรูปของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ (Software-defined data center) สายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge ใหม่ รองรับเทคโนโลยี non-volatile memory express (NVMe) ได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ลูกค้าเร่งการนำ software-defined data storage และ hyper-converged infrastructure มาใช้ ด้วยความสามารถดังต่อไปนี้

·        เร่งประสิทธิภาพการทำงานของฐานข้อมูล และมีค่าหน่วงเวลา (Latency) ที่ต่ำลง โดยให้ค่า IOPS ฐานข้อมูลสูงขึ้นถึง 12 เท่า และให้ Latency ของฐานข้อมูลน้อยลงถึง 98 เปอร์เซ็นต์ในคลัสเตอร์ VMware vSAN

·        สามารถทำ Live Migration หรือย้ายเวอร์ชวลแมชชีนขณะที่ยังทำงานอยู่ ได้เร็วขึ้นและไม่เกิดผลกระทบใดๆ โดยปัจจุบันทำได้เร็วขึ้น 58 เปอร์เซ็นต์ และใช้ซีพียูน้อยลงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ เมื่องใช้ RDMA (Remote Direct Memory Access) 25GbE

·        ให้ประสิทธิภาพด้านสตอเรจที่เร็วขึ้น ในการประมวลผลเพื่อขยายประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชันได้สูงสุด เร็วกว่าไดร์ฟ NVMe  6 เท่า ให้แฟลช สตอเรจที่จุขึ้น 5 เท่า ให้ density มากขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ ใส่สล็อต input/output ได้มากขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์

03 dell emc 720x480 เดลล์ อีเอ็มซี เปิดตัวสายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก รุ่นเน็กซ์ เจน ลงตลาด

ระบบออโตเมชันอันชาญฉลาดในเซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge ช่วยให้มืออาชีพด้านไอทีมุ่งเน้นที่งานสำคัญที่ช่วยเพิ่มคุณค่าธุรกิจและให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้าได้ โดยเฉพาะ OpenManage Enterprise ที่มาพร้อมขุมพลังจาก RESTful API จึงนับเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ปรับใช้งานในระบบอัตโนมัติได้ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดต การสอดส่องดูแล รวมถึงการซ่อมบำรุง ทั้งนี้ระบบบริหารจัดการ (management console) ใหม่อันทรงพลังของ OpenManage Enterprise ยังช่วยผู้ใช้ในเรื่องต่อไปนี้

·        บริหารจัดการวงจรการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ได้ง่ายดาย ตั้งแต่เริ่มนำมาใช้งาน ตลอดจนการยกเลิก รวมถึงการปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้วย iDRAC9 ช่วยให้ประสิทธิภาพในการจัดการดีขึ้นถึง 4 เท่า ในส่วนของยูสเซอร์อินเทอร์เฟซ และให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดี ช่วยลดเวลาในการติดตั้ง iDRAC ได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ด้วย QuickSync 2 ระบบบริหารจัดการผ่านโมบาย

·        เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge สามารถแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น 90 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเทคโนโลยีด้านการคาดการณ์ปัญหาและแก้ไขในเชิงรุกจาก ProSupport Plus และ SupportAssist

เดลล์ อีเอ็มซี เชื่อว่าระบบรักษาความปลอดภัยแบบผสานรวม เป็นส่วนที่อยู่ในการประมวลผลและไม่ควรนำมาคิดค่าลิขสิทธิ์ต่างหาก เดลล์ อีเอ็มซี จึงได้คิดค้น Root of Trust ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge ในสองรุ่นที่ผ่านมา ทั้งนี้สถาปัตยกรรมที่พร้อมรับมือการโจมตีบนไซเบอร์ได้ตลอดเวลา (Cyber-Resilient Architecture) จึงช่วยลูกค้าปกป้อง (Protect) ตรวจจับ (Detect) และกู้คืน (Recover) รวมถึงยกเลิก (Retire) เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge ผ่านวิธีต่อไปนี้

·        การบูตที่ให้ความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการเข้ารหัส (Cryptographically Trusted Booting) ที่เป็นการตอกย้ำความปลอดภัยแบบเอ็นด์-ทู-เอ็นด์ของเซิร์ฟเวอร์ และให้ความปลอดภัยดาต้าเซ็นเตอร์ในภาพรวม  โดยมีฟีเจอร์อย่าง Root of Trust ที่เป็นพื้นฐานของซิลิคอน  มีระบบป้องกัน Intel Boot Guard, Singed Firmware และ Automatic BIOS Recovery รวมถึง OpenManage Enterprise ใหม่ที่ทำหน้าที่เป็นเวอร์ชวลคอนโซลให้ความปลอดภัยเซิร์ฟเวอร์ ได้อย่างเหนือชั้น ในขณะที่ให้ความยืดหยุ่นในการดำเนินงานสำหรับลูกค้า

·        การปิดล็อกระบบ (System Lockdown) ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะทางของ PowerEdge ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยเรื่องการตั้งค่าระบบ ไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือเกิดจากการประสงค์ร้ายพร้อมกับจะทำการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ ในกรณีที่ผู้พยายามเปลี่ยนแปลงระบบ

·        การยกเลิกระบบ (System Erase) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถยกเลิกหรือกำหนดการใช้งานใหม่ (repurpose) ของเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge รุ่นที่ 14 ได้อย่างง่ายดาย ด้วยการลบข้อมูลจากไดร์ฟสตอเรจและที่ฝังอยู่ในส่วนหน่วยความจำแบบ non-volatile อื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ในการประสานการทำงานร่วมกับอินเทลนั้น เดลล์ อีเอ็มซี ได้นำหน่วยประมวลผล Intel® Xeon® ที่รองรับการขยายความสามารถมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge รุ่นที่ 14 ด้วยจำนวนคอร์ของซีพียูที่มากขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์ และมีแบนด์วิธในส่วนความทรงจำที่มากขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์  ลูกค้าที่ใช้เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge รุ่นที่ 14 สามารถเร่งประสิทธิภาพแอปพลิเคชันสำคัญทางธุรกิจและงานเวิร์กโหลด เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge ที่ล้ำหน้าที่สุดของ เดลล์ อีเอ็มซี รวมถึงในรูปของ แร็ค และ เบลด

·        Dell EMC PowerEdge R640 – การผสมผสานที่ลงตัวสำหรับระบบประมวลผลดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับ dense scale-out และ สตอเรจ ในแพลตฟอร์ม 1U/2-socket

·        Dell EMC PowerEdge R740 – ม้าศึกสำหรับสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์ ให้สมดุลระหว่างสตอเรจ, I/O และการเร่งความเร็วแอปพลิเคชัน รวมถึงความยืดหยุ่นที่เหนือชั้นในการตั้งค่าบนแพลตฟอร์ม 2U/2S ทั้งนี้ R740 รองรับผู้ใช้ VDI ได้มากขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และรองรับ GPU Accelerator ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ สำหรับ Hadoop Analytics9

·        Dell EMC PowerEdge R740XD – แพลตฟอร์ม 2U/2S นี้ ให้สมรรถนะด้านสตอเรจที่ดีที่สุด และรองรับแอปพลิเคชัน เช่น software-defined storage ในระดับความสามารถที่ตอบสนองความต้องการของผู้ให้บริการคลาวด์ และผู้ใช้ Hadoop/Big Data และ co-location hosting

·        Dell EMC PowerEdge R940 – แพลตฟอร์ม 3U/ 4S ที่รองรับความต้องการใช้งานสูงสุด รวมถึงเวิร์กโหลดสำคัญๆ อย่าง ERP, e-Commerce และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ทั้งนี้ PowerEdge R940 สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนลิขสิทธิ์ Oracle ได้มากถึง 600,000 เหรียญสหรัฐ และให้ประสิทธิภาพการทำงานบนสภาพแวดล้อม SAP SD Sybase ได้เร็วขึ้นถึง 44 เปอร์เซ็นต์

·        Dell EMC PowerEdge M640 และ FC640 – รองรับการทำงานในลักษณะโมดูล ออกแบบมาเพื่อให้สมรรถนะในระดับสูง ให้ density ที่ดีที่สุด สามารถรองรับการขยายระบบได้อย่างเหนือชั้นทั้งบนเบลด และบนแพลตฟอร์มแบบโมดูล

·        Dell EMC PowerEdge C6420 – ระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงในอุดมคติ ขยาย density ได้สูงสุด ให้ความสามารถในการขยายระบบ และให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงต่อหน่วยบนโมดูล่า แพลตฟอร์ม 2U/8S

เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge ยังเป็นรากฐานที่มั่นคงของโซลูชันเดลล์ อีเอ็มซี แพลตฟอร์มและโซลูชันชั้นนำในอุตสาหกรรมของ เดลล์ อีเอ็มซี ยังได้ประโยชน์จากขุมพลังและระบบรักษาความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge รุ่นใหม่นี้ เนื่องจากจะมีการฝังเซิร์ฟเวอร์ไว้ในอุปกรณ์ดาต้าเซ็นเตอร์ และสตอเรจ รวมถึง อุปกรณ์แบบไฮเปอร์คอนเวิร์จ และแร็ค, แพลตฟอร์ม ไฮบริดคลาวด์, ready nodes, โซลูชันบันเดิล และโซลูชันอื่นๆ ของเดลล์ อีเอ็มซี

การผสานรวมเหล่านี้ ฝังลึกมากกว่าการใช้ซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ชั้นนำของอุตสาหกรรมที่อยู่ในสายผลิตภัณฑ์ระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทำให้เดลล์ อีเอ็มซี ใส่มุมมองเชิงลึกไปในสแต็กซอฟต์แวร์บริหารจัดการ ไว้ในฮาร์ดแวร์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะได้อย่างเหมาะสม รวมถึงทำการทดสอบและประเมินการทำงานในเชิงลึกไปพร้อมๆ กัน

เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ จะเป็นรากฐานของโซลูชัน เดลล์ อีเอ็มซี ที่ใช้บน PowerEdge รุ่นก่อนหน้านี้ เช่น VxRail Appliances, VxRack Systems, XC Series, vSAN ReadyNodes, ScaleIO Ready Nodes, IsilonSD Edge และ ECS (Elastic Cloud Storage)  นอกจากนี้ จะมีพร้อมอยู่ในโซลูชันและแพลตฟอร์มใหม่ๆ ของ เดลล์ อีเอ็มซี ทั้ง Data Domain Appliance, CloudArray, Ready Bundles, Ready Systems, Dell EMC Enterprise Hybrid Cloud, Dell EMC Native Hybrid Cloud และ Dell EMC Cloud for Microsoft Azure Stack

การวางจำหน่าย

·        Dell EMC PowerEdge R940, R740, R740xd, R640, และ C6420 พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกแล้วในขณะนี้

·        Dell EMC PowerEdge FC640 และ M640 จะวางจำหน่ายในช่วงต่อมาในปี 2017.

·        โซลูชัน Dell EMC ที่ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge ใหม่ จะมีพร้อมจำหน่ายทั่วโลกในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2017

ASRock จัดโปรโมชั่นเอาใจเกมเมอร์ตัวจริงในงาน AMD RED TEAM DAY

amd red team day 1 ASRock จัดโปรโมชั่นเอาใจเกมเมอร์ตัวจริงในงาน AMD RED TEAM DAY

18 สิงหาคม 2560 - ASRock หนึ่งในผู้ผลิตเมนบอร์ดชั้นนำระดับโลก จัดโปรโมชั่นเอาใจเกมเมอร์ตัวจริง ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมในงาน AMD RED TEAM DAY ด้วยสิทธิพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น เมื่อซื้อเมนบอร์ด ASRock (เฉพาะรุ่น) ในงาน รับฟรี! ของพรีเมียมสุดเท่มากมาย อาทิเช่น แผ่นรองเมาส์ ASRock AM4 ไซส์บิ้ก หรือเสื้อทีเชิร์ตสุดคูล! พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษนี้ ได้ที่งาน AMD RED TEAM DAY ที่ศูนย์การค้า พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ วันที่ 19 สิงหาคม 2560

•    ซื้อเมนบอร์ด ASRock X370 รับฟรี! แผ่นรองเมาส์ ASRock AM4 ไซส์บิ้ก และสำหรับ 10 ท่านแรก ที่ซื้อเมนบอร์ด ASRock X370 ภายในงาน รับฟรีทันที! ฮีตซิงก์ Cooler Master 212 LED (จำนวนจำกัด)

•    ซื้อเมนบอร์ด ASRock A320 และ B350 รับฟรี! เสื้อทีเชิร์ต ASRock

ASRock พร้อมอวดโฉมเมนบอร์ดรุ่นใหม่ในบูธ ให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสเทคโนโลยีบนเมนบอร์ด AMD ใหม่ล่าสุดในงานนี้ สำหรับคอเกมตัวจริง ด้วยความแรงเพื่อเกมเมอร์และบรรดามืออาชีพอย่างแท้จริง อย่าพลาด! พบ ASRock ได้ในงาน AMD RED TEAM DAY ณ ลานกิจกรรม ศูนย์การค้า พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ในวันที่ 19 สิงหาคม 2560 นี้
ซื้อเมนบอร์ดคุณภาพและการรับประกันที่มั่นใจจาก ASRock ได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :

เว็บไซต์ : http://www.asrock.com

เฟสบุ๊ก : www.facebook.com/ASRockThailand

ข้อมูลเกี่ยวกับ ASRock

ASRock Inc. ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2002, โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเมนบอร์ดและสร้างผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเองด้วยแนวทาง สามอย่างได้แก่ สร้างสรรค์, พิจารณาละเอียดถี่ถ้วน, มีประสิทธิภาพ ASRock จะก้าวข้ามขีดจำกัดของเมนบอร์ดและรักษาธรรมชาติไปด้วยพร้อมๆกันซึ่งเราจะ พัฒนาอุปกรณ์ของเราโดยคำนึงถึงความเป็นมิตรต่อธรรมชาติเป็นอันดับหนึ่งและ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งแนวคิดของทาง ASRock.

ASRock เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและในปัจจุบันได้เป็นอันดับสามในผู้ผลิตเมนบอร์ดที่ ใหญ่ที่สุดโดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ไทเป,ประเทศไต้หวันและสาขาอีกมากมายในยุโรปและสหรัฐอเมริกาเป็นองค์กรหน้าใหม่ที่มีเป้าหมายในการก้าวขึ้นมาเป็น กระแสหลักในการเลือกใช้เมนบอร์ดและในแวดวงธุรกิจผลิตภัณฑ์ชนิดนี้รวมไปถึง ครองใจผู้ใช้ในเรื่องของความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์อีกด้วย ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม:www.asrock.com

MSI ยกทัพจัดเต็มพร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดในงาน CE FAIR 2017@BITEC เฉพาะงานนี้เท่านั้น ห้ามพลาด!!

20840626 1504781322894159 2181669223195882980 n MSI ยกทัพจัดเต็มพร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดในงาน CE FAIR 2017@BITEC เฉพาะงานนี้เท่านั้น ห้ามพลาด!!

เออาร์ไอพี ผู้จัดงานคอมมาร์ต ผนึกพลังครั้งสำคัญร่วมกับ โฮมโปร และ เดอะ เพาเวอร์ จัดงาน CE FAIR ที่สุดของงานเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอที” งานมหกรรมแห่งความคุ้มค่าที่รวมพลังของ 2 งานในที่เดียว

งานนี้ทาง MSI ก็ยกทัพจัดเต็มพร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดเฉพาะงานนี้เท่านั้น ห้ามพลาด!! แถมยังมีสิทธิ์ได้ลุ้น MSI Gaming Notebook ง่าย ๆ มูลค่าถึง 33,900 บาท ไปฟรี !! อีกด้วยเพียงแค่แวะมาร่วมกิจกรรมที่งาน CE FAIR 2017@BITEC”

ตั้งแต่วันที่ 18 – 27 สิงหาคม 2560

เวลา 10.00 น. – 21.00 น.

ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ฮอลล์ EH100 booth C4/2

พบกับกิจกรรม Lucky Draw ลุ้นรับ MSI Gaming Notebook GL62M 7RDX มูลค่า  33,900 บาท ฟรี !!

aw lucky draw ce2017 MSI ยกทัพจัดเต็มพร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดในงาน CE FAIR 2017@BITEC เฉพาะงานนี้เท่านั้น ห้ามพลาด!!

พิเศษสุดเมื่อซื้อเครื่อง GE62 7RE(Camo Squad)-1006XTH จากราคาปรกติ 46,900 บาท เฉพาะภายในงานนี้เหลือเพียง 42,900 บาท พร้อมรับของแถม

-  SSD 128GB

-  เสื้อยืด Camo T-Shirt Limited Edition

**สินค้ามีจำนวนจำกัด

20861541 1502911939747764 6931725736943695755 o MSI ยกทัพจัดเต็มพร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดในงาน CE FAIR 2017@BITEC เฉพาะงานนี้เท่านั้น ห้ามพลาด!!

.
พร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ส่วนลดเน้น ๆ เอาใจสาวกมังกรเฉพาะงานนี้เท่านั้น

แถมมีโซน Clearance Sale เกมมิ่งโน้ตบุ๊กจาก MSI อีกด้วย ห้ามพลาด!! เรียกว่าไม่มีกลับบ้านมือเปล่าแน่นอน

**ของแถมมีจำนวนจำกัด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

20840801 1504851989553759 6984173712154058565 n MSI ยกทัพจัดเต็มพร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดในงาน CE FAIR 2017@BITEC เฉพาะงานนี้เท่านั้น ห้ามพลาด!!

Intel Core i7 8700K “Coffeelake” รุ่นที่ 8th แรงกว่ารุ่นเดิม Intel Core i7 7700K ถึง 11% เลยทีเดียว

intel coffee lake performance leaked Intel Core i7 8700K Coffeelake รุ่นที่ 8th แรงกว่ารุ่นเดิม Intel Core i7 7700K ถึง 11% เลยทีเดียว

วันนี้ก็มีข่าวประสิทธิภาพความแรงของ Intel Core i7 8700K “Coffeelake” รุ่นที่ 8th หรือเจน 8 ที่กำลังจะวางตลาดหลุดออกมาให้ได้ชมจากทางอินเทลประเทศจีน ที่มีข้อมูลบอกว่า Intel Core i7 8700K แรงกว่า  Intel Core i7 7700K ถึง 11% เลยทีเดียวในแบบการทำงาน single threadedหรือแบบหัวต่อหัว โดยในสไลด์ที่เห็นจะเห็นได้ว่า Intel Core i5 และ Core i3 จะไม่มี Hyperthreading ซึ่งจะอยู่ที่ (6C/6T) และ (4C/4T) เท่านั้น สำหรับผลนี้ก็ยังไม่เป็นทางการนะครับ แต่คาดกันว่าถ้ารันทำงานแบบหัวรวมประสิทธิภาพน่าจะสูงมากกว่านี้อย่างแน่นอนครับเพราะจำนวรคอร์มากถึง (6C/12T) นั่นเองสำหรับ Intel Core i7 8700K “Coffeelake” แฟนๆอินเทลก็อดใจรอกันสักนิดครับ มาแน่เร็วๆนี้

ที่มา https://videocardz.com/


นิคอน D7500 คว้ารางวัล EISA Prosumer DSLR Camera 2017-2018 สุดยอดกล้อง DSLR ฟอร์แมต DX จากนิคอนคว้ารางวัลอันทรงเกียรติด้านเทคโนโลยีและการถ่ายภาพจากยุโรป

d7500 snapbridge 710x720 นิคอน D7500 คว้ารางวัล EISA Prosumer DSLR Camera 2017 2018 สุดยอดกล้อง DSLR ฟอร์แมต DX จากนิคอนคว้ารางวัลอันทรงเกียรติด้านเทคโนโลยีและการถ่ายภาพจากยุโรป


กรุงเทพฯ – บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศด้วยความภาคภูมิใจว่า นิคอน D7500 กล้องดิจิตอล DSLR ฟอร์แมต DX จากนิคอนได้รับรางวัล EISA Prosumer DSLR Camera 2017-2018 award จาก European Imaging and Sound Association (EISA)

นิคอน D7500 ได้รับการออกแบบใหม่ให้มาพร้อมระบบประมวลผลภาพ EXPEED 5 อันทรงพลังแบบเดียวกับที่ใช้ในกล้อง D500 กล้องฟอร์แมต DX รุ่นเรือธงของนิคอน โดยเซ็นเซอร์สำหรับกล้องฟอร์แมต DX รุ่นใหม่นี้ สามารถปรับค่า ISO ได้ตั้งแต่ 100 ถึง 51200 ให้สัญญาณรบกวนต่ำแม้การถ่ายภาพในที่แสงน้อย ซึ่งเป็นการรวมเอาความเหนือชั้นทั้งในด้านคุณภาพของภาพถ่ายและประสิทธิภาพในการทำงานที่รวดเร็วอันเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นของกล้องนิคอน D500 มาอยู่ใน นิคอน D7500 ที่มีน้ำหนักเบา กะทัดรัด คล่องตัวต่อการใช้งาน จึงทำให้กล้องนิคอน D7500 เป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มผู้ใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ใช้งานระดับเริ่มต้นไปจนถึงกลุ่มช่างภาพมืออาชีพ

11 นิคอน D7500 คว้ารางวัล EISA Prosumer DSLR Camera 2017 2018 สุดยอดกล้อง DSLR ฟอร์แมต DX จากนิคอนคว้ารางวัลอันทรงเกียรติด้านเทคโนโลยีและการถ่ายภาพจากยุโรป

•    บทสรุปความคิดเห็นของ EISA กับการมอบรางวัล EISA Prosumer DSLR Camera 2017-2018 ให้แก่ Nikon D7500

นิคอน D7500 คือกล้องดิจิตอล DSLR ฟอร์แมต DX ที่ได้รวบรวมคุณสมบัติเด่นของกล้องนิคอน D500 มาไว้ในบอดี้ที่มีน้ำหนักเบา กะทัดรัด แข็งแรงและทนทาน ด้วยการผสานเซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียด 20.9 ล้านพิกเซล ระบบประมวลผลภาพและช่วงค่า ISO ที่ปรับได้กว้างเช่นเดียวกับรุ่น D500 นิคอน D7500 มาพร้อมคุณสมบัติที่ครบครันและคล่องตัวต่อการใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์สำหรับผู้ที่หลงใหลในการถ่ายภาพ และด้วยระบบถ่ายภาพต่อเนื่องที่ความเร็วสูงสุด 8 เฟรมต่อวินาทีและระบบออโต้โฟกัส 51 จุด ทำให้สามารถบันทึกภาพที่เกิดขึ้นในชั่วเสี้ยววินาทีได้อย่างสมบูรณ์แบบ และด้วยเทคโนโลยี SnapBridge ของนิคอน จึงทำให้การส่งไฟล์ภาพไปยังอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด


เกี่ยวกับ EISA Award

EISA (The European Imaging and Sound Association) เป็นสมาคมที่เกิดจากการรวมตัวกันของนิตยสารชั้นนำด้านการถ่ายภาพ วิดีโอ ระบบเสียง โฮมเธียเตอร์ และโมบายอิเล็กทรอนิกส์ ประมาณ 50 ฉบับจาก 20 ประเทศในยุโรป นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ที่ก่อตั้งขึ้น EISA จะคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดจากประเภทของอุปกรณ์เพื่อการถ่ายภาพ ระบบเสียง และอุปกรณ์เคลื่อนที่จำนวนมากที่เปิดตัวในยุโรปในช่วงปีที่ผ่านมา อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ EISA ได้ที่ www.eisa.eu

ครบรอบ 100 ปี นิคอน

นับจากการก่อตั้งบริษัทในปี พ.ศ. 2460 นิคอนได้เติบโตพัฒนาสู่ตำแหน่งผู้นำด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับการถ่ายภาพทั้งในประเทศญี่ปุ่นและครอบคลุมภูมิภาคทั่วโลก ภายใต้ปรัชญาการดำเนินงานของนิคอน “คุณค่าที่คู่ควรแก่การไว้วางใจและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์” นิคอนได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำโดยเสมอมา นิคอนมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งกับการเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 100 ปีในปี พ.ศ. 2560 นี้

เกี่ยวกับนิคอน

นิคอน แบรนด์ผู้นำระดับโลกด้านการถ่ายภาพ อุปกรณ์การถ่ายภาพและเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ซึ่งเป็นที่รู้จักในระดับสากลด้วยการยกระดับมาตรฐานการออกแบบและคุณภาพผลิตภัณฑ์ ซึ่งความแข็งแกร่งของ แบรนด์ นิคอน มาจากความมุ่งมั่น ทุ่มเท และใส่ใจในคุณภาพ ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินงานด้านการตลาดและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ถ่ายภาพสำหรับบุคคลทั่วไปและช่างภาพมืออาชีพ อาทิ กล้องดิจิตอล SLR เลนส์ NIKKOR กล้องนิคอน 1 และคูลพิกซ์ แฟลช และระบบอุปกรณ์เสริมต่างๆ ผ่านตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศไทย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปที่ www.nikon.co.th นอกจากนี้ ท่านยังสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ จากนิคอน ได้จากหน้าเฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/nikonthailand

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

ธนาพร ธูปพุทรา/ รุ่งนภา ชาญวิเศษ

เวเบอร์ แชนด์วิค (ประเทศไทย)

โทร: 02-343-6000 ต่อ 176, 061

อีเมล์: Tanaporn@webershandwick.com, rungnapa@webershandwick.com