หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ป้าแพร่ง (PA PRANK) อาร์ตโฮสเทลอายุเกือบครึ่งปีในแพร่งสรรพศาสตร์  (อ่าน 87 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
dreamyies
Registered User
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38


« เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2019, 16:04:05 »

ป้าแพร่ง (PA PRANK) อาร์ตโฮสเทลอายุเกือบครึ่งปีในแพร่งสรรพศาสตร์ ที่นอกจากจะเป็นเสมือนแกลเลอรีแห่งใหม่ของชุมชนนี้แล้ว การออกแบบโฮสเทลยังเลือกที่จะเปิดพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งให้โล่งจากพื้นจรดเพดาน เพื่อสร้างอากาศที่โปร่งในอาคารพาณิชย์ที่เคยปิดทึบมาก่อน


นอกจากเป็นโฮสเทลที่นำไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มาบรรจบกับย่านเก่า พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นพื้นที่กิจกรรมที่นักศึกษาและผู้สนใจสามารถใช้จัดกิจกรรมแสดงผลงานหรือเสวนาได้ เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่สร้างประโยชน์กับชุมชนมากกว่าเป็นเพียงห้องพักแรมย่านเกาะรัตนโกสินทร์เท่านั้น

ฟาซาดสีดำลักษณะคล้ายหน้าต่างบานเกล็ดแบบโบราณ นำสายตาเราไปยังโฮสเทลอายุไม่ถึงหนึ่งปีหลังซุ้มประตูแพร่งสรรพศาสตร์ บานหน้าต่างแบบนี้หากเป็นแบบดั้งเดิมนิยมทาสีเขียวเพื่อให้เข้ากับย่านสามแพร่ง ย่านเก่าแก่ในเกาะรัตนโกสินทร์ที่บรรยากาศและของกินในย่านนั้นชวนให้เราไปเยือนอยู่บ่อยๆ แต่คราวนี้เราเจาะจงไปเยือน ‘ป้าแพร่ง’ อาร์ตโฮสเทลที่แฝงตัวร่วมอยู่กับชุมชนอย่างลูกหลาน ในการดูแลของ ตาล-ศุภญาลักษณ์ คงเพ็ชร ศิษย์เก่าจากศานตินิเกตัน สถาบันใต้เงาไม้แห่งอินเดีย



โฮสเทลหลังนี้รายล้อมด้วยผลงานศิลปะ ทั้งของเพื่อนพ้องน้องพี่และศิลปินโดยอาชีพ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจัดวางราวกับเป็นแกลเลอรีทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและห้องพักแขก รวมถึงงานศิลปะจากผืนผ้าชิ้นใหญ่ที่ใช้เทคนิคการปักจักรจากเศษผ้าผลงานของตาล  ซึ่งติดตั้งบนผนังบริเวณทางขึ้นระหว่างชั้น

นอกเหนือไปจากอาร์ตโฮสเทลที่รายล้อมด้วยงานศิลปะแล้ว 'ป้าแพร่ง' คือโฮสเทลขนาด 20 เตียงที่เกิดมาจากความชอบนอนบ้านเพื่อน

ตาลเป็นลูกคนเดียว แต่เธอไม่ชอบการนอนคนเดียว จึงมีบ่อยครั้งที่เธอมักไปหมกตัวอยู่ที่หอพักของเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย กระทั่งไปเรียนที่อินเดีย ความชอบไปนอนบ้านเพื่อนก็ไม่เคยหายไปไหน และการไม่ชอบนอนคนเดียวนี้เองเป็นเหตุผลที่ทำให้เธออยากทำโฮสเทล


“ก็คิดว่าถ้ามีโฮสเทลจะมีเพื่อนมานอนบ้าน เราจะไม่ต้องนอนคนเดียว” ตาลยิ้มแล้วเล่าต่อว่าหลังจากเปิดให้บริการเต็มตัว โฮสเทลหลังนี้มีเพื่อนมาเยี่ยมไม่ขาดสาย ทั้งแขกที่มาพักและกลายเป็นเพื่อนใหม่ ไปจนถึงเพื่อนเก่าแก่ที่หลังเรียนจบก็แยกย้าย กระทั่งปัจจุบันก็ได้กลับมาเจอกันโดยมีที่นี่เป็นสถานที่ฟื้นความหลัง

ชั้นล่างของโฮสเทลเปิดเป็นคาเฟ่เล็กๆ ชื่อว่า ‘I Hate Rubber’ พร้อมมุมต้อนรับ ขณะที่ชั้นลอยคือพื้นที่ส่วนกลางของแขกที่เข้ามาพัก  มีมุมครัว โต๊ะกลางขนาดใหญ่ และมุมส่วนตัวอยู่มากพอ ส่วนชั้น 2 คือห้องน้ำรวมที่การออกแบบ วัสดุ และผลิตภัณฑ์สำหรับแขกนั้น เทียบได้กับโรงแรมมีระดับเลยทีเดียว

โครงสร้างอาคารอายุราว 30 ปี ถูกปรับเปลี่ยนขึ้นโดยการออกแบบของทีมสถาปนิก ‘ไอดิน’ ซึ่งตีโจทย์จากตัวตนของตาล ออกมาเป็นอาคารสีขาวตัดดำที่ดูเนี้ยบ สบายตา ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งนั้นมีความดิบของปูนที่กะเทาะออกแล้วเปลือยให้เห็นอิฐที่สะท้อนให้เห็นอายุและร่องรอยของตึก ส่วนนั้นแต่เดิมคือห้องหับภายในอาคารที่เจาะทะลุขึ้นจากชั้นล่างจรดเพดาน แล้วเก็บคานเดิมเอาไว้แบบเปลือยเพื่อรักษาโครงสร้างอาคาร และส่วนที่เปิดโล่งนี้เองที่ให้ทำให้อาคารนี้ไม่ดูอึดอัด ขณะเดียวกันก็ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาในพื้นที่โฮสเทลโดยไม่ต้องเปิดไฟในยามกลางวัน



ฟาซาดบานเกล็ดสีดำที่ดูเหมือนงานยุคเก่าที่หากเป็นของยุคเดิมจริงๆ นั้นจะต้องทำจากไม้ แต่ในยุคนี้ที่ไม้เป็นของหายาก ภูมิปัญญาของคนรุ่นเก่าจึงถูกนำมาผูกเข้ากับวัสดุทดแทนอย่างเหล็กที่ตีขึ้นทีละแผ่นแล้วเรียงเข้าบานทีละแผ่น ข้อดีของบานเกล็ดแบบนี้คือด้านนอกจะมองเข้ามาไม่เห็นด้านใน ผู้อาศัยจึงยังได้รับความเป็นส่วนตัว ขณะที่เมื่อมองจากด้านในตึก จะเห็นความเคลื่อนไหวภายนอกตึกชัดเจน และยังสามารถปรับองศาของบานเกล็ดให้แสงเข้าได้มากน้อยตามต้องการ

“ตาลว่าถ้าทำเลียนแบบยุคเก่ามันก็ไม่เหมือนเพราะเราเกิดขึ้นในยุคนี้ ดังนั้นเราจึงอยากให้มันเป็นตัวแทนของคนยุคเราด้วย อยากให้ตึกนี้เป็นไอคอนของย่านนี้ในยุคหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไปคนก็รู้ว่าตึกนี้ไม่ได้สร้างยุคเก่านะ แต่สร้างในยุคนี้แหละ”


โฮสเทลป้าแพร่ง (PA PRANK) แพร่งสรรพศาสตร์แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ
โทร. 09-1659-5789 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website   : www.paprank.com
Facebook : www.facebook.com/PAPRANK/



บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: