หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไมโครซอฟท์ เปิดตัว Experience Center แห่งแรกของโลกที่สิงคโปร์  (อ่าน 144 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
iqpressrelease
Vmodtech Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1662


อีเมล์
« เมื่อ: 14 พฤศจิกายน 2019, 14:03:33 »

      
   ไมโครซอฟท์เผยรูปแบบสถานที่ทำงานแห่งอนาคต เพื่อเป็นแม่แบบสำหรับองค์กรต่าง ๆ ในภูมิภาค ทั้งในด้านผลิตภาพ ประสิทธิภาพ การเข้าถึง ความยืดหยุ่น และความร่วมมือ


          ในโลกที่มีแนวโน้มว่าอุปกรณ์กว่า 4 หมื่นล้านเครื่องจะสร้างข้อมูลเกือบ 80 เซตตะไบต์ (ZB) ภายในปี 2025 องค์กรและอุตสาหกรรมต่าง ๆ จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้อย่างรวดเร็วและเสริมสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยี เพื่อรับประกันความสำเร็จในอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม คลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์


          ไมโครซอฟท์ต้องการสร้างประสบการณ์ทางเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและสมจริงให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก เพื่อช่วยให้เห็นภาพ เรียนรู้ และสามารถใช้นวัตกรรมรองรับการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลและวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้ ไมโครซอฟท์จึงเปิดตัว "The Experience Center Asia" ภายในสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคแห่งใหม่ของบริษัท ซึ่งอยู่ในอาคาร Frasers Tower ประเทศสิงคโปร์ โดยมีการรวบรวมเทคโนโลยีและพาร์ทเนอร์เพื่อมอบพลังให้กับทุกองค์กรในทุกอุตสาหกรรมในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล ปฏิรูปองค์กร สร้างสรรค์นวัตกรรม และพลิกโฉมธุรกิจ


          Andrea Della Mattea ประธานไมโครซอฟท์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า "เราเชื่อว่าทุกบริษัทจะกลายเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลและความเข้มข้นทางเทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่แพร่หลายในทุกองค์กร The Experience Center Asia จะเปิดทางให้ธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกได้เรียนรู้เกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วนของการพลิกโฉมธุรกิจและแสวงหาโซลูชันอุตสาหกรรมที่สร้างความเป็นไปได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผ่านการจับมือเป็นพันธมิตรกับไมโครซอฟท์"


          "สำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคแห่งใหม่ของของเราคือสถานที่ทำงานแห่งอนาคต เราทำให้องค์กรต่าง ๆ ในภูมิภาคได้เห็นรูปแบบการทำงานแห่งอนาคต บนพื้นฐานของคลาวด์คอมพิวติง การวิเคราะห์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ และวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลง ดิฉันรู้สึกยินดีที่ได้มาทำงาน เพื่อนร่วมงานก็ช่วยสนับสนุนภารกิจในทุก ๆ วันด้วยการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ความเป็นอยู่ที่ดี ความยั่งยืน ความเป็นมิตร และการเข้าถึงสำหรับทุกคน"


          ส่วนต่าง ๆ ของ The Experience Center Asia ประกอบด้วย


          - The Experience Zone มีการสาธิตเทคโนโลยีและตัวอย่างการใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจะพาลูกค้าไปสัมผัสกับโซลูชันเทคโนโลยีที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ และช่วยให้ลูกค้ามองเห็นความเป็นไปได้ในอนาคต

          - The Microsoft Technology Center (MTC) นำเสนอความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีที่ช่วยในการตัดสินใจ โดยนำทรัพยากรที่เหมาะสมมาช่วยให้ลูกค้าสามารถขยายขนาดดีลและปิดดีลได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า

          - The Cybersecurity Center แสดงผลวิเคราะห์ภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างชาญฉลาด สร้างการรับรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับแพลตฟอร์มดิจิทัลและคลาวด์คอมพิวติงที่เชื่อถือได้

          - The Innovation Factory นำเสนอแนวคิดและไอเดียเกี่ยวกับแฮกกาธอน


          Rebecca Hick ผู้อำนวยการ Microsoft Experience Center Asia กล่าวว่า "สิงคโปร์เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติจำนวนมาก ที่นี่มีระบบนิเวศสำหรับผู้ประกอบการที่ทรงพลัง และเป็นปลายทางความร่วมมือระหว่างประเทศสำหรับบรรดาผู้เชี่ยวชาญชั้นนำและหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เราเปิด Experience Center แห่งแรกของโลกที่สิงคโปร์เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรต่าง ๆ เข้าถึงนวัตกรรมและประสบการณ์จากผู้นำและเทคโนโลยีของเรา ไมโครซอฟท์เป็นผู้นำด้านการนำเสนอประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าเสมอมา ลูกค้าจำนวนมากเคยไปเยี่ยมเยือน Executive Briefing Center ในซีแอตเทิลมาแล้ว และมองหาประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกันเพราะต้องการสร้างมูลค่าของธุรกิจให้เร็วขึ้น"


          สถานที่ทำงานแห่งอนาคต

          เอเชียแปซิฟิกเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดของไมโครซอฟท์ และมีความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ เพราะมอบโอกาสมหาศาลในการพลิกโฉมประเทศ อุตสาหกรรม และชุมชนต่าง ๆ ไปสู่ระบบดิจิทัล ไมโครซอฟท์เป็นแม่แบบให้กับองค์กรต่าง ๆ ในการนำวัฒนธรรม พื้นที่ และเทคโนโลยีมาใช้สร้างสรรค์สถานที่ทำงานแห่งอนาคต


          สำนักงานแห่งใหม่ของไมโครซอฟท์มี 6 ชั้น ครอบคลุมพื้นที่ 12,500 ตารางเมตร โดยเป็นที่ทำงานของพนักงาน 1,400 คน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโลกดิจิทัลและโลกแห่งความเป็นจริงอย่างกลมกลืน ภายในสำนักงานมีกล้องสแกนใบหน้าระบบ AI ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยและให้พนักงานขึ้นลงทั้ง 6 ชั้นได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนั้นยังมีตู้ล็อกเกอร์อัจฉริยะและตู้จ่ายสินค้าอัตโนมัติที่ช่วยเติมเต็มบริการด้านไอทีของบริษัท เมื่อพนักงานต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์อย่างคีย์บอร์ด เมาส์ หูฟัง สายไฟ ฯลฯ ก็สามารถใช้บริการตู้จ่ายสินค้าอัตโนมัติได้ โดยบัตรพนักงานจะบันทึกรายการสินค้า ซึ่งมอบความสะดวกสบายในการติดตามสินค้า


          พนักงานและเจ้าหน้าที่ของไมโครซอฟท์ใช้แอปพลิเคชัน Smart Building CampusLink ที่ทำงานร่วมกับ Microsoft Outlook และ Microsoft Office 365 เพื่อช่วยนำทาง ดูข้อมูลห้องว่าง และจองห้องแบบเรียลไทม์ สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของไมโครซอฟท์ใช้ Azure App Services, Azure Data Lake และ Office 365 Graph API และเป็นสำนักงานแห่งแรกนอกเหนือจากสำนักงานในเรดมอนด์ รัฐวอชิงตัน ที่ใช้ Smart Building CampusLink
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: