หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติปรมาจารย์ตั๊กม้อ วัดเส้าหลิน  (อ่าน 45 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kkthai20009
Vmodtech Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2201


อีเมล์
« เมื่อ: 20 พฤษภาคม 2020, 14:31:28 »

เรื่องเล่าตำนานศิลปะการต่อสู้ วัดเส้าหลินวันนี้ IMAC DOJO ศูนย์สอนศิลปะการต่อสู้นานาชาติ สอนมวยจีนเส้าหลิน จะมาเล่าตำนานศิลปะการต่อสู้ Episode ที่ 1 ซึ่งเป็นคลิปประวัติ ปรมาจารย์ตั๊กม้อ หรือ พระโพธิธรรม จากวัดเส้าหลิน  พระอาจารย์ตั๊กม้อ หรือ พระโพธิธรรมแห่งวัดเส้าหลิน เป็นพระภิกษุในศาสนาพุทธฝ่ายมหายานนิกายเซน ตามตำนานเชื่อว่าท่านเกิดราว พ.ศ. 1063 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 3 ของกษัตริย์แคว้นคันธารราษฎร์ ประเทศอินเดีย ในฐานะของเจ้าชายท่านจึงมีโอกาสได้ศึกษาศาสตร์ทั้งหลาย ทั้ง วรรณคดี อักษรศาสตร์โบราณ วิชาการต่อสู้ การฝึกลมปราณและโยคะ และคัมภีร์ทางศาสนาอย่างแตกฉาน เมื่อพระบิดาของท่านสิ้นพระชนม์ ท่านได้บวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา มีฉายาทางธรรมว่า “ตะโมภิกขุ” และได้ศึกษาพระธรรมกับพระสังฆปริยายกองค์ที่ 27 แห่งนิกายเซน ซึ่งก็คือ พระปรัชญาตาระเถระ ท่านเดินทางจาริกจากประเทศอินเดียไปเมืองจีน โดยมีโอกาสได้เข้าเฝ้าจักรพรรดิเหลียงอู่ตี้ และได้ก่อตั้งอารามขึ้นที่เมืองลั่วหยาง โดยท่านใช้เวลาปฏิบัติวิปัสนากรรมฐานถึง 9 ปีด้วยการเพ่งผนังถ้ำโดยไม่เคลื่อนไหวร่างกายและไม่พูดกับใคร ใกล้สถานปฏิบัติวิปัสนากรรมฐานของท่านอยู่ใกล้วัดเส้าหลิน ซึ่งขณะนั้นพระลูกวัดเส้าหลินได้เห็นการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ต่างก็ศรัทธาเลื่อมใส  จึงได้เชิญท่านเข้าพักที่วัดเส้าหลินและท่านก็ได้เป็นเจ้าอาวาสของวัดเส้าหลินในเวลาต่อมาวัดเส้าหลิน เป็นวัดที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเทือกเขาซงซาน เป็นสถานที่เหมาะกับการบำเพ็ญเพียร พระอาจารย์ตั๊กม้อเป็นพระสงฆ์นิกายเซน ซึ่งคำว่าเซนแปลว่าฌาน ท่านจึงเน้นการนั่งสมาธิวิปัสสนาและเจริญกรรมฐานอย่างเคร่งครัด ซึ่งการนั่งนาน ๆ ย่อมทำให้ร่างกายปวดเมื่อย เพื่อให้พระสงฆ์วัดเส้าหลินสามารถปฏิบัติกรรมฐานได้ จึงจำเป็นต้องให้พระมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง พระอาจารย์ตั๊กม้อ จึงได้ถ่ายทอดทั้งธรรมะและวิชากังฟูซึ่งท่านได้คิดค้นโดยดัดแปลงจากท่าโยคะ วิชาการต่อสู้จากอินเดีย และวิชาการต่อสู้ของจีนเข้าด้วยกัน หลังจากฝึกฝนทำให้สุขภาพร่างกายของพระวัดเส้าหลินแข็งแรงขึ้นและสามารถปฏิบัติธรรมได้อย่างเต็มที่ มวยชุดแรกของพระอาจารย์ตั๊กม้อคือหมัดอรหันต์เส้าหลิน 18 ท่า ซึ่งภายหลังได้ขยายเป็นวิชาเส้าหลิน 72 ท่า นอกจากวิชาหมัดมวย ยังมีการฝึกวิชาอาวุธต่าง ๆ ทั้ง กระบอง ดาบ กระบี่ แส้ ทวน ง้าว ฯลฯ ในเวลาต่อมาวัดเส้าหลินเป็นสถานที่สำคัญในการฝึกวิชาการต่อสู้ โดยมีประวัติจารึกไว้ที่แท่นหินสลักหน้าวัดเส้าหลินซึ่งได้รับพระราชทานจาก จักรพรรดิถังไท่จงฮ่องเต้ ซึ่งได้ระบุว่า ขณะที่ท่านยังเป็นสามัญชนชื่อหลี่ซื่อหมิ่น ขณะที่ได้ต่อสู้กับทหารราชวงศ์สุย ท่านได้รับความช่วยเหลือจากพระวัดเส้าหลินจำนวน 13 รูป ซึ่งใช้วิชาการต่อสู้ของวัดเส้าหลินช่วยท่านฝ่าวงล้อมออกมาจนได้รับชัยชนะ  วัดเส้าหลินจึงมีชื่อเสียงในด้านวิทยายุทธการต่อสู้เรื่อยมาจนถึงยุคราชวงศ์ชิง จักรพรรดิหย่งเจิ้ง แห่งราชวงศ์ชิง มีความกังวลในความสามารถของวัดเส้าหลิน และต้องการลดความสำคัญของวัดเส้าหลินเพื่อเหตุผลทางความมั่นคงทางการเมือง จึงมีคำสั่งห้ามพระวัดเส้าหลินฝึกกังฟูและส่งกองทัพมากวาดล้างเผาทำลาย อย่างไรก็ตามวิชาเส้าหลินได้แพร่หลายในแผ่นดินจีนมากว่า 1500 ปี หลังจากเหตุการณ์สงบ ผู้ที่เคยฝึกวิชาวัดเส้าหลินก็กลับมารวบรวมวิชาและสร้างวัดใหม่เพื่อถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ของวัดเส้าหลินต่อมาจนถึงปัจจุบัน วิชาเส้าหลินเป็นวิชาที่แข็งแกร่งและอ่อนหยุ่น การฝึกลมปราณเส้าหลินเสริมสร้างความแข็งแรงต่อผู้ฝึกอย่างชัดเจน จึงทำให้วิชาเส้าหลินเป็นวิชาการต่อสู้จีนที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก สำหรับท่านที่สนใจเรียนมวยจีนสายเส้าหลิน สามารถติดต่อเรียนแบบ Private หรือ Online ได้ที่ IMAC DOJO สอบถามรายละเอียดได้ทาง Line Official : @laxmirung  หรือเข้าดูรายละเอียดได้ที่เว็ปไซท์ https://www.imacdojo.com  ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: