หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หูฟังบลูทูธ - ปลอดจารชน ตายดาบหน้า “มะเร็ง” หรือว่า?  (อ่าน 17 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kkthai20009
Vmodtech Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 18612


อีเมล์
« เมื่อ: 03 เมษายน 2021, 06:46:26 »

หูฟังบลูทูธ-ไร้สปาย เสี่ยงโชค “มะเร็ง” หรือไม่?
หลังจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อย่าง Apple เริ่มส่ง AirPods ใช่ไหมหูฟังปลอดเลยเวลาติดตั้งขายไปทั่วโลก จากส่วนแบ่งผู้ใช้งานหูฟังบลูทูธปราศจากแนวจำนวนไม่มากนัก ก็เริ่มเป็นเทรนด์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายจนกลายเป็นแก็ดเจ็ต เป็นเทรนด์เทรนด์นิยมสิ่งคนรุ่นใหม่ไปโดยปริยาย ส่งผลให้ผู้ผลิยี่ห้อยอื่นๆ ผลิตหูฟังบลูทูธปราศจากเลยเวลาสู่ตลาดมากขึ้น กับชีวิตการฟังเพลงรูปแบบปลอดสปายเริ่มเป็นที่นิยมกันบางขึ้นเรื่อยๆ เนื่อสะดุด้วยหลายคนสืบหาพบว่า การฟังเสียหยุดยั้งนตรีแบบไม่มีแถวให้เบื่อหน่าย ทำให้การใช้ชีวิตคล่องราบรื่นมากขึ้น

ดร. เจอร์รี่ ฟิลิปส์ อาจจะารย์ผู้ช่ำชองด้านชีวเคมี จากสถาบันอุดมศึกษาโคโรราโด้ ที่โคโรราโด้สปริงส์ กล่าวว่าเขารู้สึกกังวลเพื่อการใช้งานหูฟังบลูทูธอย่าง AirPods ด้วยเหตุว่า “หูฟังที่สวมใส่เข้าไปในรูหู ไม่แน่อาจส่งความกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อในศีรษะในระล่วงลับสูงเปรียบเสมือนคลื่นรังสีเรดิโอฟรีเควนซี ไม่ใช่หรือ อาร์เอฟ”

ไม่ไหวมีแค่แค่ ดร. เจอร์รี่ คนเดียวเท่านั้น ก่อนหน้านี้ยังมีนักวิจัยราว 250 คนจากกว่า 40 ประเทศ ลงชื่อกับองค์การสหประชาชาติ พร้อมกับองค์การอนามัยโลก เพื่อยืนยันถึงเหตุการณ์นี้ด้วย อย่างเดียวเป็นการยืนยันว่า “อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับบลูทูธได้” คงจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จากสาเหตุที่มีรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ประ เภอยู่ยืดัน-ไอออนไนซ์ ที่พบได้ในสมาร์ทโฟน พร้อมทั้งเครื่องมือที่มีฟังก์ชั่นบลูทูธทั่วๆ ไป

เพราะฉะนั้น แปลว่ามีการผลิตหูฟังบลูทูธมาจำน่ายโดยไม่มีการตรวจสอบคามมั่นคงต่อสุขภาพหรือไม่ก็? คำตอบคือ “ไม่” เนื่อหยุดยั้ง้วยรัฐบาลกลางสหรัฐทดสอบแล้ว พบว่า การใช้หูฟังที่มีการส่งเปลี่ยนคลื่นวิทยุจากสมาร์ทโฟนสู่หูฟัง ไม่ได้ส่งรังสีเข้าไปภายในหู อยู่เพียงนั้นเพียงอาณาบริเวณหูข้างนอกเท่านั้น

ยิ่งไปว่านั้นนี้ รังสีที่ปลดออกมาจากเครื่องมือบลูทูธ ยังน้อยกว่ารังสีจากโทรศัพท์ราว 1 ต่อ 10 หรือเลวร้ายนั้น เคน ฟอสเตอร์ อาจจะารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชีวเวช มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย เจาะจงว่า “ถึงแม้ว่าจะกังวลเหตุการณ์รังสีจากหูฟังบลูทูธ ควรให้ความสนใจกับรังสีจากโทรศัพท์จะดีกว่า” นั่นหมายความว่า ถ้าแม้คุณใช้หูฟังบลูทูธในการสนชั่วกาลนานาเป็นเวลานาน ยังเป็นผลดีต่อสุขภาพมากกว่าการถือโทรศัพท์แนบหูนานๆ

>> คลื่นโทรศัพท์มือถือ ก่อ "มะเร็ง" ได้จริงหรือไม่ก็?

ทั้งนี้ เพื่อความของรังสีจากคลื่นโทรศัพท์ ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในตอนนักวิจัย กับหน่วยงานรัฐแหวกแนวๆ ถึงความไม่เป็นอันแบรนด์ยต่อการใช้งานอุปกรณ์อิกระชับทรอนิกส์เหล่านี้ ต่อจากนั้นเหตุการณ์ข้าวของคลื่นรังสีจากอุปกรณ์บลูทูธก็ยังคงต้องมีการเรียนรู้วิจัยกันต่อจากนั้นนี้ ฉะนั้นจึงยังไม่ทำเป็นกำหนดได้แน่นอนว่าการใช้อุปกรณ์บลูทูธ รวมถึงหูฟังบลูทูธจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งหรือว่า เพียงนั้นหากอยากใช้หูฟังบลูทูธให้พ้นภัย ไม่ควรใช้หูฟัหยุดยั้ง้วยเสียสะดุดังเกินไป กับไม่ใช้หูฟังติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป เพื่อไม่ให้กระทบกับการได้ยิน

เหตุเพราะฉะนั้นแล้วได้ มีการตรวจความเสถียรต่อสุขภาพ พร้อมด้วยได้คำตอบว่า ไม่ เหตุเพราะรัฐบาลกลางสหรัฐได้ทำงานตรวจสอบ พร้อมทั้งพบว่าการใช้หูฟังที่มีการส่งคลื่นวิทยุจากสมาร์ทโฟน ของหูฟังทำไมได้รับรังสีเข้ามาในหู อยู่อย่างเดียวแค่สถานที่ภายนอกแต่ นอกจากนี้รังสีดังกล่าวพร้อมด้วยอนุญาตออกมาจากอุปกรณ์บลูทูธ อย่างน้อยกว่ารังสีโทรศัพท์เรา 1 ใน 10 หูฟังบลูทูธ หรือต่ำกว่านั้นเลยเทียว

ทั้งนี้เพื่อจะเครื่องมือสรรพสิ่งรังสี จากคลื่นโทรศัพท์ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในซีกนักวิจัย ปริมาณมากเลยก็ว่าได้ถึงความหนักแน่น ต่อการใช้วัสดุอุปกรณ์อิกระชับทรอนิกส์เหล่านี้ โดยเหตุนั้นหูฟังบลูทูธเหตุการณ์ข้าวของคลื่นรังสีจะเครื่องมือบลูทูธก็ยังคงอยู่ต้องมีการทำความรอบรู้วิจัยกันต่อไป

ดังนี้ จึงไม่เก่งเจาะจงได้แน่แท้ว่า การใช้อุปกรณ์บลูทูธรวมไปถึงหูฟังบลูทูธเหล่านี้นั้น จะเพิ่มการเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ หรือไม่แค่นั้นแม้อซับซ้อนใช้หูฟังบลูทูธให้มั่นคงแล้วนั้น ไม่ควรใช้หูฟัยับยั้ง้วยเสียติดขัดังเกินไป ด้วยกันไม่ใช้หูฟังสื่อสารกันเป็นเวลานาน จนเกินไปด้วยเหตุว่าไม่ให้แตะกับการได้ยินสิ่งของคุณนั้นเอง
 

Tags : หูฟังบลูทูธ,หูฟัง bluetooth,หูฟังบลูทูธไร้สาย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: