หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จริงรึเปล่า ที่ 'สุนัข' สามารถดมกลิ่นเพื่อหาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้  (อ่าน 44 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kkthai20009
Vmodtech Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 10930


อีเมล์
« เมื่อ: 06 กันยายน 2020, 05:20:11 »

'สุนัข' นั้นมีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ดีกว่ามนุษย์มาก พวกมันจึงถูกฝึกให้พิสูจน์สิ่งต่างๆ ด้วยการดมกลิ่น เนื่องจากพวกมันสามารถที่จะตรวจจับได้ทุกกลิ่นตั้งแต่สิ่งที่อยู่ในอากาศไปจนถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในดิน โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาบอกว่า ประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นของสุนัขนั้นดีกว่ามนุษย์ 10,000 ถึง 100,000 เท่า อย่างเช่น สุนัขพันธุ์ Bloodhound , Beagle และ Golden Retriever จะมีจมูกที่ดีเป็นพิเศษเพื่อใช้ในการดมกลิ่น ส่วนสุนัขพันธุ์ German Shepherds มักถูกใช้เพื่อค้นหาวัตถุระเบิดและยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย จนถึงตอนนี้ ในห้องปฏิบัติการ ได้มีการทดสอบให้สุนัขหลายพันธุ์ดมตัวอย่างปัสสาวะและน้ำลายที่มีเชื้อโรคต่างๆ เพื่อค้นหาว่าใครป่วยเป็นโรคมาลาเรีย มะเร็ง หรือพาร์คินสันบ้าง
ที่องค์กร PADs for Parkinson ในรัฐวอชิงตัน สุนัขพันธุ์ต่างๆ ถูกส่งเข้าไปรับการฝึกฝนให้สามารถตรวจจับกลิ่นที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาทแล้ว เนื่องจากในตอนนี้ยังไม่มีการทดสอบทางการแพทย์ใดๆ ที่วินิจฉัยโรคที่เกิดจากความเสื่อมสภาพต่างๆ โดย Lisa Holt ผู้อำนวยการขององค์กรดังกล่าวได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ยังต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ในการฝึกฝนสุนัข ซึ่งเริ่มแรกจะมีการฝึกให้สูดดมกลิ่นของโรคพาร์คินสันอย่างน้อย 400 ครั้ง เพื่อให้สุนัขสามารถจดจำกลิ่นดังกล่าวได้
จากการศึกษาวิจัยมาเป็นเวลาหลายปี องค์กร PADs for Parkinson ใช้การประเมินจากสุนัขเพื่อช่วยชี้ว่าคนบางคนมีอาการในช่วงเริ่มต้นของการเป็นโรคพาร์คินสันหรือไม่ โดยให้คนเหล่านั้นสวมเสื้อยืดเป็นเวลาหลายวันเพื่อให้ดูดซับความมันจากผิวหนัง จากนั้นก็จะมีการส่งเสื้อดังกล่าวกลับไปที่ห้องแล็บเพื่อให้สุนัขดมกลิ่นของโรค ในขณะเดียวกัน การวิจัยเกี่ยวกับ 'โรคมะเร็ง' ที่มูลนิธิ In Situ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยผู้ก่อตั้ง อย่าง Dina Zaphiris ได้ใช้ตัวอย่างให้สุนัขดมกลิ่นเพื่อตรวจหาโรคมะเร็งระยะแรก รวมไปถึงมะเร็งปอด และมะเร็งเต้านมด้วย เธอบอกระบุว่าการวิจัยแสดงให้เห็นว่าวิธีการตรวจหามะเร็งด้วยสุนัขนั้นมีความแม่นยำมากกว่าวิธีการคัดกรองที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเสียอีก
ในตอนนี้ทั้งสหรัฐอเมริกาและอังกฤษต่างก็กำลังฝึกให้สุนัขดมกลิ่นของไวรัสโควิด-19 อยู่เช่นกัน จากข้อมูลของศูนย์ Working Dog Center คณะสัตวแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ได้ฝึกให้สุนัขพันธุ์ Labrador retrievers จำนวน 8 ตัว ดมกลิ่นตัวอย่างจากมนุษย์ ทั้งที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพื่อดูว่าพวกมันจะสามารถบ่งชี้ถึงโรคได้หรือไม่ แต่เนื่องจากสุนัขเหล่านี้ไม่ได้ถูกใช้เพื่อตรวจหาไวรัสโคโรนามาก่อน จึงเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าการฝึกนี้จะมีความยากง่ายยังไงบ้าง ซึ่ง Cynthia Otto ผู้อำนวยการของศูนย์ ระบุว่า จะต้องมีการยืนยันมาก่อนว่าตัวอย่างกลิ่นที่ใช้นั้นมีกลิ่นของไวรัสที่สุนัขจะสามารถตรวจจับได้
นอกจากนั้นยังมีการศึกษาที่คล้ายกันในสถาบัน London School of Hygiene และ Tropical Medicine ประเทศอังกฤษ หัวหน้าแผนกควบคุมโรค อย่าง James Logan ได้ทำงานร่วมกับองค์กรการกุศลในอังกฤษ อย่าง Medical Detection Dogs เพื่อฝึกให้สุนัข 6 ตัวสามารถดมกลิ่นของไวรัสโคโรนาได้ เขาได้อธิบายให้เข้าใจว่า ทีมงานทุกคนล้วนรู้ดีว่าโรคระบบทางเดินหายใจแบบโควิด-19 นั้นจะเปลี่ยนกลิ่นตัวของเรา จึงมีโอกาสสูงมากที่สุนัขจะสามารถตรวจจับกลิ่นได้ โดยเครื่องมือสำหรับวินิจฉัยโรคใหม่นี้จะช่วยให้สามารถรับมือได้ในระยะสั้นๆ แต่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การใช้สุนัขดมกลิ่นแบบนี้อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุด Claire Guest ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร Medical Detection Dogs ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า ตามหลักการแล้วก็มีความมั่นใจว่าสุนัขจะสามารถตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรน่ได้ เพียงแต่ในตอนนี้ยังคงหาวิธีการจับกลิ่นไวรัสจากผู้ป่วยอยู่ เพื่อให้สุนัขสูดดมได้อย่างปลอดภัย Otto แห่งศูนย์ Working Dog Center ยังได้บอกเพิ่มว่า หากงานวิจัยชิ้นนี้ประสบความสำเร็จ ทางศูนย์ก็จะพิจารณาว่าสุนัขสามารถคัดกรองมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่ และต้องทำได้อย่างปลอดภัย แม่นยำอีกด้วย
Guest ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า เป้าหมายของการฝึกสุนัข คือ ให้สุนัขเหล่านั้นสามารถคัดกรองคนทุกคน ตลอดจนคนที่ไม่มีอาการด้วย โดยวิธีนี้จะเป็นหนทางที่รวดเร็วที่สุด มีประสิทธิภาพ และให้ความปลอดภัย ยังไงก็ตาม การที่สุนัขมีจมูกที่ไวต่อกลิ่น อาจทำให้พวกมันอยู่ในแนวหน้าเพื่อรับมือกับการระบาดใหญ่ทั่วโลก ควบคู่ไปกับการวิจัยและทดลองวัคซีน ต่อจากนี้เราอาจได้เห็นการใช้สุนัขเพื่อดมกลิ่นผู้คนตามโรงพยาบาล สนามบิน และในธุรกิจต่างๆ เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็เป็นได้
อ่านเพิ่มเติม : สุขภาพ

Tags :  อาหารคลีน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: