หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สิ้นสมัยปล่อยของอย่างเดิมๆ “ข้าวตราฉัตร” กระจายทิศทางติดต่อยี่ห้อ “กลุ่มจำเป็นต้  (อ่าน 57 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
kkthai20009
Vmodtech Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 22297


อีเมล์
« เมื่อ: 04 มิถุนายน 2021, 23:35:20 »

สิ้นยุคขายสินค้าจำพวกเดิมๆ “ข้าวตราฉัตร” ปรับดอมติดต่อสื่อสารยี่ห้อ “แวดวงจำต้องมาก่อน”
พระขนองงดติดต่อการตลาดไปกว่า 2-3 พรรษา เพรงจะกลับครบถ้วนการเปิดตัวหนังเหี้ยนความยาว 5 นาที พร้อมกับประกาศแบบอย่างการเฉลี่ยแนวทางพร้อมกับแนวการสื่อสารแบรนด์แนวใหม่ของ “ข้าวตราฉัตร” ด้วยให้คล้องจองพร้อมด้วยแนวตลาดและผู้ใช้ที่แปลงไป รวมถึงจะให้จุดสำคัญกับการทำ Content Marketing มากขึ้นก่อนหน้านี้สื่อโฆษณาของข้าวตราฉัตรจะมุ่งเน้น Mood & Tone ที่ทั้งเป็นเหตุการณ์ของฟังก์ชั่นนัล โดยเฉพาะอย่างมากมายในมุมของคุณภาพและกฏเกณฑ์ในการเกิดข้าว ที่ได้มาการตกลงจนเก่งเป็นผู้นำในตลาดข้าวถุงของแดน และรอบรู้ส่งออกไปทำตลาดได้ในอีกหลายๆ รัฐ ขณะที่ที่ลู่ทางหลักจะเน้นสื่อสารผ่านลู่ทาง Mass Media เป็นสำคัญ

แต่จากนี้แบบการติดต่อแบรนด์จากข้าวตราฉัตร จะมาถึงพร้อมทั้งโลกของการท้องตลาดในยุคใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะจากการศึกษาท่าทางและ Insight ผู้บริโภค ที่ไม่ได้อซับซ้อนรู้เหตุการณ์ราวของยี่ห้อมากไปกว่ากำไรต่างๆ ที่วงการหรือผู้ซื้อจะได้จากการทำการทำงานของแต่ละยี่ห้อ

- เกลี่ยทางสื่อสาร โฟกัส Soft Power

สิ่งที่มีขึ้นทำเอา “ข้าวตราฉัตร” เลือกสรรที่จะปรับกำหนดการในการสื่อสารการท้องตลาดออกมาในมุมที่เป็น Emotional พอกพูน เป็นพิเศษการใช้ “ข้าว” หมายถึงสื่อกลางในการสละให้คุณประโยชน์ต่างๆ ออกมาเพราะว่าทำเอาแวดวงโดยรวมบรรเทา นำร่องด้วยแนวคิด Rice is Love ซึ่งต่อยอดมาจากคอนเซ็ปต์เดิม Rice is Life เพื่อที่จะให้วงการหันมาดูแลพร้อมด้วยมอบความรักใคร่ให้แก่กันเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเริ่มต้นจากสถาบันครัวเรือน กับในอนาคตจะมีข้อคิดอื่นๆ ตามมา เพราะว่าให้ยี่ห้อเหยียบย่างเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในการแก้ปมปัญหาต่างๆ ที่มีอยู่ในเข้าผู้เข้าคน

ล่าสุดได้เริ่มภาพยนตร์สั้น “รักใคร่ชอบพอนี้ ชั่วนิจนิรันดร์” ข้างในสไตล์ VDO Clip ความยาว 5 นาที เพราะในช่วงต้นจะเน้นสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์เป็นสำคัญข้าวตราฉัตร พร้อมกับผิมีฟีดแบ็คที่ดีก็มีขนบธรรมเนียมต่อยอดการติดต่อสื่อสารมาสู่ Mass Media ในสเตปต่อจากนั้นสำหรับเนื้อเหตุการณ์จะนำเสนอผ่านรติของคู่ตาประสพโชค และคุณยายระนาด หอมจันทร์ ที่ใช้ชีพคู่ประสมในชีวันแท้มา 60 พรรษา เสียแต่ว่ายังให้ความสำคัญพร้อมทั้งความรัก และเอาใจสวมใส่กันกันเท่าเทียมในวันแรก เพื่อสะท้อนให้เห็นความสลักสำคัญกับการแสดงความรักระหว่างกัน ทั้งจากคนในวงศ์วาน และกลุ่มรอบๆ  โดยไม่ได้เน้นที่ยี่ห้อหรือโปรดักต์ มีแค่การใช้ข้าวมาเป็นตัวแทนความกำหนัดตามคอนเซ็ปต์ “Rice is Love” แต่ว่าเส้นเรื่องราวที่เสนอทำเอาเข้าใจคุณสมบัติเด่นของข้าวหอมมะลิใหม่ รวมทั้งเทคโนโลยี Grain Cooler ซึ่งหมายถึงนวัตกรรมเฉพาะในข้าวตราฉัตรที่ช่วยเหลือเก็บคุณสมบัติของความหมายถึงข้าวหอมมะลิใหม่ที่ผิดแผกแตกต่างจากข้าวจำพวกอื่น ทั้งเมล็ดข้าวที่ยาวกว่า มีสีขาว กลิ่นหอม พร้อมกับคงความนิ่มไว้ได้อยู่ประจำ 2

การกระจายลด SKU ของซื้อของขายในพอร์ตยังจำเป็นจะต้องทำไม่ขาดสายในปีนี้ โดยเดาว่ายังต้องลดลงอีกไม่ต่ำกว่า 20% จากช่วงปัจจุบัน โดยจะเก็บสินค้าไว้เฉพาะแนวร่วมที่มีศักภาพในการทำตลาด และสอดคล้องพร้อมทั้งภาพที่เปลี่ยนแปลงไปของท้องตลาดและกิริยาท่าทางผู้แดก

เมื่อที่ภาพของการสมบูรณ์ในแต่ละหนทาง กลุ่มร้านอาหาร พร้อมด้วย Food Service ครอบครองตลาดที่มีศักยภาพที่จะโตได้สูงถึง 15%ข้าวตราฉัตร เช่นเดียวพร้อมด้วยในร้านสะดวกซื้อพร้อมด้วยช่องทางที่จำหน่ายกลุ่มอาหารพร้อมกับทาน ซึ่งเติบใหญ่ไม่ต่ำกว่า 10%  ขณะที่ช่องทางขายดั้งเดิม อย่างร้านขายข้าวสารไม่ใช่หรือร้านค้าส่งต่างๆ ที่เคยเป็นช่องทางหลักในตลาดยังอาจเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตสัดส่วนยอดจำหน่ายในตลาดจะหดเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของท้องตลาดจากที่ก่อนหน้าเคยมีมาตราส่วนการขายได้ถึง 60-70%

“ข้าวตราฉัตรทำการกระจายตัวมาเมื่อก่อนนี้อเนกปี จากการติดตามเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดทำให้ยังสามารถรักษาการมากขึ้นพร้อมกับความเป็นนายในตลาดไว้ได้ โดยสมัยนี้มีโควตาในท้องตลาดข้าวถุงในบ้านเมืองรวม 13% ครั้นที่ยังมีช่องทางเติบโตได้ไม่ขาดสาย โดยเฉพาะการลุกลามตลาดในวิรัชซึ่งตลาดขยายตัวยิ่งกว่าในประเทศ ขณะที่ยุคปัจจุบันกงสีเน้นตลาดส่งออกเป็นหลักด้วยรูปร่างกว่า 70% ไปส่วนแบ่งข้าวต่อปีทีมีกว่า 1 ล้านอุดตัน”

Tags : ข้าวหอมมะลิ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: