AI ดันรายได้โรงงานผลิตชิปโต 3.7% ในไตรมาสแรก ขณะที่ราคาเวเฟอร์มีแนวโน้มปรับขึ้น
อุตสาหกรรมโรงงานผลิตชิป (Foundry) ยังคงได้รับแรงหนุนจากกระแส AI อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด TrendForce รายงานว่ารายได้รวมของผู้ผลิตชิปรายใหญ่ 10 อันดับแรกของโลกเติบโตขึ้น 3.7% ในไตรมาสแรกของปี 2026 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
โดยปกติแล้วไตรมาสแรกมักเป็นช่วงชะลอตัวของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เนื่องจากความต้องการสมาร์ทโฟนลดลงหลังฤดูกาลเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงปลายปี
อย่างไรก็ตาม ความต้องการชิปประมวลผลสำหรับ AI, High Performance Computing (HPC) และ AI Server ยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้รายได้ของผู้ผลิตชิปเพิ่มขึ้นสวนทางกับภาวะตลาดสมาร์ทโฟน
TrendForce ระบุว่าห่วงโซ่อุปทานของทีวี พีซี และโน้ตบุ๊ก ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน
TSMC ยังคงเป็นผู้นำตลาดอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้ประมาณ 35,855 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 72.3%
ความต้องการชิป AI ระดับสูง ทั้ง AI CPU, GPU และ XPU ช่วยให้ TSMC เป็นผู้ผลิตรายเดียวที่สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ในไตรมาสแรก แม้จะเป็นช่วง Low Season ของอุตสาหกรรม
TrendForce ยังมองว่าระดับการใช้กำลังการผลิตของหลายโหนดเริ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับขึ้นราคาเวเฟอร์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ลูกค้าหลายรายเริ่มเร่งสั่งผลิตล่วงหน้าเพื่อรักษาต้นทุน ก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ราคาหน่วยความจำที่ยังอยู่ในระดับสูงก็เป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันให้ผู้ผลิตพีซีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เร่งสั่งซื้อชิปก่อนกำหนด
ด้าน Samsung ได้รับอานิสงส์จากตลาดพีซี โน้ตบุ๊ก และทีวี แต่ยังได้รับผลกระทบจากความอ่อนแอของตลาดสมาร์ทโฟน ขณะที่ SMIC ของจีนยังคงรักษาตำแหน่งผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก แม้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดจากสหรัฐฯ
TrendForce คาดว่าความต้องการจากอุตสาหกรรม AI และระบบจัดการพลังงานจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันรายได้ของกลุ่ม Foundry ให้เติบโตต่อเนื่องในไตรมาสที่สองและครึ่งหลังของปีนี้
ที่มา: TrendForce

