ซีอีโอ Intel มองจีนไม่ได้ตามหลังมากนักในเทคโนโลยีผลิตชิป แม้ถูกสหรัฐฯ จำกัดการเข้าถึงเครื่องจักร EUV
Lip-Bu Tan ซีอีโอของ Intel แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแข่งขันด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยระบุว่าทั้งสองประเทศต่างมีจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง พร้อมเน้นย้ำว่าความสำเร็จของบริษัทในอุตสาหกรรมนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับตลาด ในการให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia Tan ถูกถามว่าจีนจะสามารถไล่ตามสหรัฐฯ ในด้านการผลิตชิปขั้นสูงได้หรือไม่ภายใน 5–10 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะเมื่อบริษัทจีนถูกจำกัดการเข้าถึงเครื่องจักร EUV Lithography รุ่นล่าสุด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลิตชิปที่มีโครงสร้างวงจรขนาดเล็กลง Tan ตอบคำถามดังกล่าวว่า “วันนี้ ผมคิดว่าจีนไม่ได้ตามหลังมากขนาดนั้น” แม้คำตอบจะไม่ได้ระบุกรอบเวลาหรือรายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติม แต่ก็สะท้อนมุมมองของผู้บริหาร Intel ต่อความสามารถในการแข่งขันของจีนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จีนเดินหน้าพัฒนาแหล่งกำเนิดแสง EUV ความเห็นของ Tan เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทจีน Landau เปิดเผยต้นแบบแหล่งกำเนิดแสง EUV ซึ่งรายงานว่ามีกำลังแสง 15W และสามารถทำงานต่อเนื่องได้ 100 ชั่วโมง สำหรับ ASML ผู้ผลิตเครื่องจักรผลิตชิปจากเนเธอร์แลนด์ เครื่อง EUV สำหรับการผลิตในปริมาณมากรุ่น NXE:3400B ใช้แหล่งกำเนิดแสงกำลัง 150W และสามารถอัปเกรดเป็น 250W ได้ตามข้อมูลที่รายงานในบทความต้นทาง กำลังแสงเป็นปัจจัยสำคัญต่อประสิทธิภาพและต้นทุนการผลิต เนื่องจากระบบต้องรองรับการผลิตชิปในปริมาณมากได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการทำงานของแหล่งกำเนิดแสงก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญ ระบบ EUV ใช้กระบวนการสร้างแสงด้วยการยิงเลเซอร์ไปยังหยดดีบุกด้วยความถี่สูงมาก โดยบทความต้นทางระบุว่ากระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณ 100,000 ครั้งต่อวินาที การทำให้ระบบทำงานได้อย่างเสถียรและต่อเนื่องจึงเป็นเรื่องซับซ้อน แม้ต้นแบบของ Landau จะเป็นพัฒนาการที่น่าจับตา แต่ข้อมูลเรื่องกำลังแสงและระยะเวลาการทำงานเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าระบบสามารถแข่งขันกับเครื่อง EUV เชิงพาณิชย์ของ ASML ได้ในด้านกำลังการผลิต ความเสถียร และต้นทุน
Intel ย้ำธุรกิจ Foundry ต้องใช้เวลา
นอกจากประเด็นการแข่งขันระหว่างจีนและสหรัฐฯ Tan ยังกล่าวถึงทิศทางธุรกิจของ Intel ซึ่งกำลังพยายามสร้างธุรกิจรับจ้างผลิตชิป (Foundry) ให้สามารถแข่งขันกับ TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลกได้ Tan เน้นย้ำว่าบริษัทต้องดำเนินงานอย่างรอบคอบ และให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เพราะท้ายที่สุดแล้ว คุณภาพและความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของผู้ผลิต ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของจีนด้านการผลิตชิปและการพัฒนาเทคโนโลยี EUV ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะในบริบทของข้อจำกัดการส่งออกและการแข่งขันด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ที่มา: Wccftech, Nikkei Asia,

