บทความเด็ด

ดูบทความทั้งหมด
Review : MSI GT60 Gaming Notebook

Review : MSI GT60 Gaming Notebook

Ivy-Bridge i7 + GTX670 + SSD 64gbx2 RAID0 ตกลงแล้วนี่คอมตั้งโต๊ะ หรือโน๊ตบุ๊กจริงๆ ?

Review : Samsung 5 Series Ultrabook

Review : Samsung 5 Series Ultrabook

Samsung 530U4 5 Series ultrabook มาพร้อมกับจอ 14 นิ้วและออฟติคัลไดร์ฟ

Preview : New Asus N56VM !! พร้อมขุมพลังใหม่

Preview : New Asus N56VM !! พร้อมขุมพลังใหม่

N series 15 นิ้ว โฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม พร้อมแรงกว่าเดิมด้วยพลังจากภายใน !!

Review : Acer Aspire One D270

Review : Acer Aspire One D270

เน็ทบุคบางเบา ยอดประหยัดไฟขุมพลัง Dual Core

HP Smart Tank 580 All-in-One Printer Review

HP Smart Tank 580 All-in-One Printer Review ปริ้นเตอร์สมาร์ทไร้สายสั่งการปริ้นผ่านสมาร์ทโฟนหรือพีซีดีไซน์สวยงามปริ้นด้วยความคมชัดสีสรรสดใส พิมพ์ได้คุ้มๆ 6,000หน้า เหมาะสำหรับออฟฟิคสำนักงานและใช้งานที่บ้านอย่างคุ้มค่าคุ้มราคา

HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review

HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review

HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review อัดแน่นด้วยฟีเจอร์แบบครบครันสำหรับองค์กรและสำนักงานที่เน้นความคุ้มค่าประหยัดในการใช้งาน

HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer

HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer

HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer เครื่องปรินต์คุณภาพปรินต์ได้สูงสุดถึง 1500แผ่นต่อหมึกหนึ่งตลับ จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ที่มากมายสุดคุ้มค่าสุดประหยัด

HP Deskjet Ink Advantage 3635

HP Deskjet Ink Advantage 3635

HP Deskjet Ink Advantage 3635 รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยเทคโนโลยีไร้สาย HP wireless direct กับราคาเร้าใจเพียงสามพันกว่าบาท

กระดานข่าว Vmodtech

เข้าเว็บบอร์ด

Update ข่าวสาร

ดูข่าวทั้งหมด

Windows 11 อัปเดตใหม่ เพิ่ม Dynamic File Size เร่งเปิดแอป และปรับปรุง Windows Search

win11 file Windows 11 อัปเดตใหม่ เพิ่ม Dynamic File Size เร่งเปิดแอป และปรับปรุง Windows Search

Microsoft ปล่อยอัปเดตประจำเดือนสิงหาคม KB5121003 สำหรับ Windows 11 พร้อมฟีเจอร์ใหม่หลายรายการ นอกเหนือจากการอัปเดตด้านความปลอดภัยตามปกติ

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ File Explorer ที่เปลี่ยนวิธีแสดงขนาดไฟล์เป็นแบบ Dynamic โดยเลือกแสดงหน่วยเป็น KB, MB หรือ GB ตามขนาดไฟล์ ช่วยให้ผู้ใช้ดูข้อมูลได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องแปลงหน่วยด้วยตนเอง

Microsoft ยังขยายการใช้งาน Low Latency Profile ไปยังแอปพลิเคชันมากขึ้น โดยระบบสามารถเร่งความถี่ CPU ไปสู่ระดับสูงสุดเป็นเวลา 1–3 วินาทีระหว่างเปิดแอป

จากการทดสอบ การเปิด Edge และ Outlook สามารถเร็วขึ้นประมาณ 40% ขณะที่ Start Menu และ Context Menu บางส่วนอาจเร็วขึ้นสูงสุด 70%

ด้าน Windows Search ได้รับการปรับปรุงให้เข้าใจคำค้นที่มีการพิมพ์ผิด ตัวอักษรหาย หรือคำค้นไม่สมบูรณ์ได้ดีขึ้น รวมถึงปรับปรุงการแสดงผล Windows Settings ให้เน้นผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องมากกว่าเว็บลิงก์ที่ไม่จำเป็น

ระบบค้นหายังสามารถค้นหาและ Index ไฟล์ภายใน Windows ได้มากขึ้น ขณะที่การตั้งค่าของผู้ใช้ใน Start Menu จะถูกนำมาใช้งานตามที่กำหนดไว้

โดยรวมแล้ว KB5121003 เป็นการอัปเดตที่ไม่ได้เพิ่มเพียงความปลอดภัย แต่ยังปรับปรุงประสบการณ์ใช้งาน Windows 11 ในหลายส่วน ตั้งแต่การจัดการไฟล์ การเปิดแอป ไปจนถึงระบบค้นหา

ที่มา: Microsoft

lvwjwanq9a1l2ydu Windows 11 อัปเดตใหม่ เพิ่ม Dynamic File Size เร่งเปิดแอป และปรับปรุง Windows Search

NVIDIA RTX 50 Series ราคาพุ่งหนัก RTX 5090 สูงกว่า MSRP ถึง 135%

nvidia 50series price up NVIDIA RTX 50 Series ราคาพุ่งหนัก RTX 5090 สูงกว่า MSRP ถึง 135%

ราคาการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 50 Series ในสหรัฐฯ ยังคงสูงกว่า MSRP อย่างมาก แม้ NVIDIA ยังไม่ได้ประกาศขึ้นราคาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลล่าสุดจาก Newegg ระบุว่า RTX 5070 มีราคากลางเพิ่มจาก $659.99 ในเดือนมิถุนายน เป็น $899.99 ในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 36%
ราคาดังกล่าวสูงกว่า MSRP ที่ $549 ถึงประมาณ 64%

ขณะที่ RTX 5090 มีราคากลางสูงถึง $4,699.99 จาก MSRP $1,999 หรือสูงกว่า 135%
RTX 5060 Ti 16GB ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีราคากลาง $804.99 สูงกว่า MSRP $429 ถึง 88%
ส่วน RTX 5060 อยู่ที่ $469.99 สูงกว่า MSRP 57% ขณะที่ RTX 5080 อยู่ที่ $1,499.99 หรือสูงกว่า MSRP 50%
แม้ NVIDIA ยังคงแสดงราคา MSRP เดิมบนเว็บไซต์ แต่ราคาขายปลีกจริงยังคงห่างจากตัวเลขดังกล่าวอย่างมาก

ก่อนหน้านี้ NVIDIA นำ RTX 5090, RTX 5080 และ RTX 5070 Founders Edition มาจำหน่ายในราคา MSRP ภายในงาน QuakeCon 2026 แต่จำกัดจำนวนและเฉพาะผู้เข้าร่วมงาน
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนช่องว่างที่เพิ่มขึ้นระหว่างราคา MSRP กับราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายจริงในตลาด
โดยเฉพาะ RTX 5090 ที่ราคากลางสูงกว่า MSRP ถึง $2,700 ซึ่งทำให้การ์ดจอรุ่นเรือธงยังคงมีราคาสูงอย่างมากในตลาดสหรัฐฯ

ที่มา: Newegg,

2026 08 12 10 10 16 NVIDIA RTX 50 Series ราคาพุ่งหนัก RTX 5090 สูงกว่า MSRP ถึง 135%

2026 08 12 10 10 29 NVIDIA RTX 50 Series ราคาพุ่งหนัก RTX 5090 สูงกว่า MSRP ถึง 135%

CXMT อาจไปไม่ถึงฝั่งฝันกับ Apple หลังติดข้อจำกัดกำลังผลิต DRAM Apple มองหาซัพพลายเออร์ DRAM รายใหม่ท่ามกลางวิกฤตหน่วยความจำ

apple dram cxmt no deal CXMT อาจไปไม่ถึงฝั่งฝันกับ Apple หลังติดข้อจำกัดกำลังผลิต DRAM Apple มองหาซัพพลายเออร์ DRAM รายใหม่ท่ามกลางวิกฤตหน่วยความจำ

Samsung, SK hynix และ Micron ต่างกำลังให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่ม AI เนื่องจากบริษัทเหล่านี้สามารถสั่งซื้อ DRAM ในปริมาณมหาศาล ส่งผลให้ Apple ต้องมองหาทางเลือกใหม่เพื่อรับมือกับปัญหาซัพพลายเชนด้านหน่วยความจำ

หนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตามองคือ CXMT (ChangXin Memory Technologies) ผู้ผลิตหน่วยความจำจากจีน ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Apple เริ่มทดสอบ DRAM ของ CXMT กับผลิตภัณฑ์หลายประเภท เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านซัพพลายเชน

อย่างไรก็ตาม รายงานจาก The Wall Street Journal ระบุว่า DRAM ของ CXMT อาจถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ Apple ที่วางจำหน่าย เฉพาะในประเทศจีน ในช่วงแรก

แม้การเพิ่ม CXMT เข้ามาเป็นซัพพลายเออร์จะช่วยให้ Apple ลดการพึ่งพาผู้ผลิตรายเดิม แต่ปัญหาคือ CXMT เองก็ยังมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต ซึ่งอาจทำให้บริษัทไม่สามารถรองรับความต้องการของ Apple ในระดับสูงได้

CXMT มีอำนาจต่อรองด้านราคาสูงขึ้น

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า CXMT ปฏิเสธข้อเสนอของ Apple ที่ต้องการให้ลดราคา DRAM สะท้อนว่าผู้ผลิตหน่วยความจำรายนี้ยังมีอำนาจต่อรองค่อนข้างสูง เนื่องจากมีความต้องการจากลูกค้ารายอื่น

ตัวอย่างเช่น CXMT มีข้อตกลงมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์กับ Tencent เป็นระยะเวลา 3 ปี และยังมีรายงานว่าบริษัทปฏิเสธคำขอลดราคา DRAM จาก Huawei เช่นกัน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ CXMT สามารถเลือกให้ความสำคัญกับคำสั่งซื้อที่สร้างอัตรากำไรสูงกว่า ขณะที่ Apple เองก็อาจไม่มีเหตุผลมากนักที่จะเปลี่ยนจาก Samsung, SK hynix และ Micron หาก CXMT ไม่สามารถเสนอทั้งราคาและปริมาณการผลิตที่เหมาะสม


กำลังผลิตยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ

CXMT มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นไปถึง 600,000 เวเฟอร์ต่อเดือน แต่กำลังการผลิตส่วนใหญ่มีแนวโน้มถูกจัดสรรให้กับลูกค้ากลุ่ม AI ซึ่งกำลังมีความต้องการ DRAM เพิ่มขึ้นอย่างมาก

นั่นหมายความว่าแม้ Apple จะได้รับอนุญาตให้จัดซื้อ DRAM จาก CXMT แต่ปริมาณที่บริษัทสามารถจัดหาให้ Apple ได้อาจยังมีข้อจำกัด

Apple เองก็มีขั้นตอนการประเมินและทดสอบซัพพลายเออร์ที่ใช้เวลาหลายเดือน ดังนั้นการที่บริษัทเริ่มทดสอบ DRAM จาก CXMT ในช่วงที่ตลาดกำลังเผชิญปัญหาหน่วยความจำ จึงอาจสะท้อนว่า Apple ต้องการเพิ่มทางเลือกเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของซัพพลายเชน

กรณี BOE เป็นตัวอย่างของข้อจำกัดสำหรับซัพพลายเออร์จีน

กรณีของ BOE ผู้ผลิตจอแสดงผลจากจีน เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ โดย BOE อยู่ในซัพพลายเชนของ Apple มาหลายปี แต่ยังถูกจำกัดให้จัดหาหน้าจอสำหรับ iPhone รุ่นระดับล่าง เป็นหลัก

สำหรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max นั้น BOE มีรายงานว่าอาจถูกตัดออกจากซัพพลายเชน เนื่องจากปัญหาด้านการควบคุมคุณภาพ

ดังนั้นแม้ CXMT จะสามารถแก้ไขข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตได้ แต่ก็ยังต้องผ่านมาตรฐานด้านคุณภาพที่เข้มงวดของ Apple ก่อนที่จะสามารถขยายการจัดส่งไปยังผลิตภัณฑ์ในวงกว้างได้


ประสิทธิภาพ DDR5 ยังเป็นอีกหนึ่งประเด็น

นอกจากกำลังผลิตแล้ว ยังมีประเด็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ DRAM โดยมีรายงานว่า DDR5 ของ CXMT ทำประสิทธิภาพได้ต่ำกว่า SK hynix แม้จะทำงานที่ความเร็วเท่ากัน

หากข้อมูลดังกล่าวยังคงเป็นข้อจำกัดในการผลิตจริง Apple อาจต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการประเมินคุณภาพและความสม่ำเสมอของชิปก่อนนำไปใช้งานในผลิตภัณฑ์จำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ ความร่วมมือระหว่าง Apple และ CXMT จึงอาจยังไม่ก้าวไปไกลกว่าขั้นตอนการทดสอบในเร็ว ๆ นี้ แม้ Apple จะต้องการกระจายความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนก็ตาม

ท้ายที่สุดแล้ว CXMT จำเป็นต้องพิสูจน์ทั้ง กำลังการผลิต คุณภาพ ความสม่ำเสมอของ DRAM และประสิทธิภาพ หากต้องการก้าวขึ้นมาเป็นซัพพลายเออร์รายสำคัญของ Apple และแข่งขันกับ Samsung, SK hynix และ Micron ในระยะยาว

ที่มา: The Wall Street Journal

cxmt facility CXMT อาจไปไม่ถึงฝั่งฝันกับ Apple หลังติดข้อจำกัดกำลังผลิต DRAM Apple มองหาซัพพลายเออร์ DRAM รายใหม่ท่ามกลางวิกฤตหน่วยความจำ

Palit เสริมทัพเกมเมอร์สายอีสปอร์ต เปิดไลน์อัป GeForce RTX™ 5060 Ti ประสิทธิภาพสูง ในราคาที่เข้าถึงได้

1pic cover palit powers up esports gamers with high performance budget friendly geforce rtxt 5060 ti lineup Palit เสริมทัพเกมเมอร์สายอีสปอร์ต เปิดไลน์อัป GeForce RTX™ 5060 Ti ประสิทธิภาพสูง ในราคาที่เข้าถึงได้

Palit Microsystems Ltd. ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตกราฟิกการ์ด ประกาศความพร้อมวางจำหน่ายกราฟิกการ์ด Palit GeForce RTX™ 5060 Ti รุ่น Custom อย่างเป็นทางการ ครบทั้งซีรีส์ Infinity 3, Dual และ White พร้อมตัวเลือกหน่วยความจำ GDDR7 ขนาด 16GB และ 8GB เพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์สายแข่งขันและผู้ที่ชื่นชอบกีฬาอีสปอร์ตที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมบนพีซีด้วยเฟรมเรตสูง โดยมอบความคุ้มค่าทั้งด้านประสิทธิภาพและราคา ช่วยให้เกมเมอร์สามารถสัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลและทรงประสิทธิภาพได้ในราคาที่เข้าถึงง่าย

2pic rtx5060ti dual oc 8gb b pa398 s pa717 Palit เสริมทัพเกมเมอร์สายอีสปอร์ต เปิดไลน์อัป GeForce RTX™ 5060 Ti ประสิทธิภาพสูง ในราคาที่เข้าถึงได้

ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกสไตล์ของเกมเมอร์สายแข่งขัน

สำหรับรุ่นหน่วยความจำ 8GB ซึ่งรวมถึง Palit Dual และ Dual OC ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับเกมเมอร์สายอีสปอร์ต รวมถึงการนำไปใช้งานในร้านอินเทอร์เน็ตและร้านเกม โดย Dual Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการประกอบพีซีที่เน้นความคล่องตัว ด้วยดีไซน์กะทัดรัดพร้อมพัดลมคู่ขนาด 95 มม. เสริมด้วยระบบระบายความร้อนแบบ 0dB ที่ช่วยให้ทำงานได้อย่างเงียบเชียบ และใช้ขั้วต่อไฟเลี้ยงแบบ 8-pin เพียงหนึ่งช่อง จึงสามารถอัปเกรดเข้ากับเครื่องพีซีเดิมได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการทั้งดีไซน์โดดเด่นและประสิทธิภาพความเร็วสูง Palit White OC พร้อมตอบโจทย์ด้วยตัวเลือกหน่วยความจำทั้ง 16GB และ 8GB ผสานประสิทธิภาพจากการโอเวอร์คล็อกจากโรงงานเข้ากับดีไซน์สีขาวสะอาดตาตลอดทั้งตัวการ์ด ทั้งฝาครอบและ Backplate สีขาวที่ออกแบบให้เข้าชุดกัน พร้อมเพิ่มความโดดเด่นด้วยไฟ RGB ที่ให้แสงอย่างมีสไตล์ ช่วยเติมเต็มพีซี Custom Build ให้ดูพรีเมียมยิ่งขึ้น ในระดับราคาที่เกมเมอร์ทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

ขณะที่ผู้ที่ชื่นชอบฮาร์ดแวร์และต้องการประสิทธิภาพด้านการระบายความร้อนสูงสุดสำหรับการเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานาน Palit GeForce RTX™ 5060 Ti Infinity 3 Series มาพร้อมระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูงด้วยพัดลม 3 ตัว โดยได้รับการออกแบบให้สามารถบรรจุขุมพลังระดับไฮเอนด์ไว้ในตัวการ์ดขนาดกะทัดรัด รองรับการประกอบพีซีแบบ Small Form Factor (SFF) พร้อมใช้เทคโนโลยี Composite Heat Pipes ขั้นสูง ซึ่งผสานโครงสร้างแบบร่องและผงโลหะเผาประสานเข้าด้วยกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนได้สูงสุดถึง 32% ทำให้กราฟิกการ์ดสามารถรักษาระดับ Boost Clock ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมคงเฟรมเรตสูงและความลื่นไหลในทุกจังหวะสำคัญของการแข่งขัน

3pic rtx5060ti white oc b pa409 s pa717 Palit เสริมทัพเกมเมอร์สายอีสปอร์ต เปิดไลน์อัป GeForce RTX™ 5060 Ti ประสิทธิภาพสูง ในราคาที่เข้าถึงได้

ยกระดับประสิทธิภาพแห่งอนาคตด้วยขุมพลัง NVIDIA Blackwell และ AI

ขับเคลื่อนด้วยสถาปัตยกรรม NVIDIA Blackwell กราฟิกการ์ดตระกูล Palit GeForce RTX™ 5060 Ti พร้อมมอบการตอบสนองที่รวดเร็วในระดับการแข่งขัน ผสานขุมพลังด้านกราฟิกเพื่อรองรับเกมแนว Competitive ยอดนิยมในปัจจุบันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เกมเมอร์สามารถสัมผัสการแข่งขันที่รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี NVIDIA Reflex 2 ซึ่งช่วยปรับแต่งกระบวนการประมวลผลกราฟิกให้ตอบสนองได้อย่างฉับไว ช่วยให้การจับเป้าหมายรวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาในการตอบสนอง และเพิ่มความแม่นยำในการเล็ง พร้อมด้วยเทคโนโลยี Frame Warp ที่ช่วยให้ Reflex 2 สามารถลดค่าความหน่วง (Latency) ลงไปอีก โดยอ้างอิงจากข้อมูลการเคลื่อนไหวล่าสุดของเมาส์ภายในเกม นอกจากนี้ ยังเสริมประสิทธิภาพด้วย NVIDIA DLSS 4.5 ชุดเทคโนโลยี Neural Rendering ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อมอบทั้งความเร็วและคุณภาพของภาพในระดับที่เหนือกว่า

ต่อยอดจากเทคโนโลยี Multi Frame Generation (MFG) และโมเดล Transformer ที่เปิดตัวใน DLSS 4 ล่าสุด DLSS 4.5 ได้เพิ่ม Dynamic MFG และโมเดล Transformer เจเนอเรชันที่ 2 เข้ามาเสริมประสิทธิภาพ โดยทั้งหมดได้รับการสนับสนุนจาก NVIDIA AI Supercomputer บนระบบคลาวด์ ที่ช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการเล่นเกมบนพีซีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มอัตราเฟรมเรต (FPS) ลดค่าความหน่วง และยกระดับคุณภาพของภาพให้ดียิ่งขึ้น โดยกราฟิกการ์ดซีรีส์นี้ได้รับการออกแบบให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการอัปเกรดที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ประกอบพีซีที่คำนึงถึงความคุ้มค่า พร้อมช่วยรักษาเฟรมเรตให้มีเสถียรภาพ และมอบประสิทธิภาพระดับสูงสำหรับการเล่นเกมเชิงแข่งขัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณระดับพรีเมียม

4pic rtx5060ti infinity 3 8gb b pa400 Palit เสริมทัพเกมเมอร์สายอีสปอร์ต เปิดไลน์อัป GeForce RTX™ 5060 Ti ประสิทธิภาพสูง ในราคาที่เข้าถึงได้

การวางจำหน่าย

กราฟิกการ์ด Palit GeForce RTX™ 5060 Ti พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ครบทุกซีรีส์ ได้แก่ Infinity 3, White และ Dual ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Palit และช่องทางค้าปลีกทั่วโลก

เกี่ยวกับ Palit Microsystems

Palit Microsystems Ltd. ผู้นำด้านนวัตกรรมฮาร์ดแวร์กราฟิกประสิทธิภาพสูงระดับโลก มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นทั้งในด้านความคุ้มค่า เสถียรภาพในการจัดการความร้อน และประสิทธิภาพจากเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อส่งมอบฮาร์ดแวร์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อชัยชนะให้แก่เกมเมอร์หลายล้านคนทั่วโลก

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.palit.com หรือ Facebook: https://www.facebook.com/Achieva.Thailand/

Microsoft ยังไม่เพิ่ม Transparency Slider ให้ Windows 11 แบบ Liquid Glass แต่ไม่ปิดโอกาสในอนาคต

windows 11 tran Microsoft ยังไม่เพิ่ม Transparency Slider ให้ Windows 11 แบบ Liquid Glass แต่ไม่ปิดโอกาสในอนาคต


Microsoft ยังไม่พร้อมเพิ่มตัวเลือกปรับความโปร่งใสของ Windows 11

Apple Liquid Glass กลายเป็นหนึ่งในแนวทางการออกแบบ UI ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก และหนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้ใช้บางส่วนคาดหวังคือการมีตัวเลือกปรับระดับความโปร่งใสของอินเทอร์เฟซ อย่างไรก็ตาม Microsoft ดูเหมือนจะยังไม่มีแผนที่จะนำแนวทางดังกล่าวมาใช้กับ Windows 11 ในเร็ว ๆ นี้

Mark Rogers ผู้บริหารตำแหน่ง Partner Director of Design ของ Microsoft ได้ตอบคำถามจากผู้ใช้บน X เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ Windows 11 จะมี Transparency Slider ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ Liquid Glass ของ Apple

Rogers ไม่ได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดว่าฟีเจอร์ดังกล่าวจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับ Windows 11 แต่ระบุว่า Microsoft ต้องพิจารณาถึงประสบการณ์โดยรวมของผู้ใช้ก่อนที่จะเพิ่มการเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้

Windhawk มีเครื่องมือสำหรับปรับแต่งอยู่แล้ว

หนึ่งในเหตุผลที่ Microsoft อาจยังไม่เร่งพัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าว คือปัจจุบันมีเครื่องมือจากนักพัฒนาภายนอกที่สามารถตอบโจทย์การปรับแต่ง Windows 11 ได้อยู่แล้ว

หนึ่งในตัวอย่างคือ Windhawk ซึ่งสามารถนำมาใช้ปรับแต่งองค์ประกอบและพฤติกรรมของ Windows ได้หลากหลายรูปแบบ

Rogers ระบุว่า Microsoft ให้ความสำคัญกับชุมชนนักพัฒนาและเครื่องมือที่สร้างขึ้นมาเพื่อผู้ใช้ โดยบริษัทจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบบเมื่อมั่นใจว่าสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้ใช้ Windows โดยรวมได้

ดังนั้น Microsoft จึง ยังไม่มีแผนเปลี่ยนแปลงตัวเลือก Transparency ที่มีอยู่ในทันที แต่ความคิดเห็นจากผู้ใช้ยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาฟีเจอร์ในอนาคต

Microsoft มีเรื่องอื่นที่ต้องเร่งปรับปรุง

อีกเหตุผลหนึ่งที่เป็นไปได้คือ Microsoft ยังมีประเด็นด้านประสิทธิภาพของ Windows 11 ที่ต้องให้ความสำคัญก่อน โดยเฉพาะเรื่องการใช้หน่วยความจำ

บริษัทกำลังพยายามปรับปรุง Windows 11 ให้มีประสิทธิภาพด้าน Memory มากขึ้น เพื่อให้ระบบที่มี RAM 8GB สามารถทำงานได้อย่างลื่นไหล

ปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดเฉพาะตัวระบบปฏิบัติการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแอปพลิเคชันบางตัวด้วย ตัวอย่างเช่น Weather App ของ Windows 11 ซึ่งมีรายงานว่าสามารถใช้หน่วยความจำสูงถึงประมาณ 1.5GB ขณะที่แอป Weather แบบ Native บน macOS ใช้หน่วยความจำน้อยกว่า 250MB


เอฟเฟกต์ Transparency อาจเพิ่มภาระให้กับระบบ

อีกความเป็นไปได้คือ Microsoft อาจกังวลว่าการเพิ่มตัวเลือกปรับระดับ Transparency แบบละเอียดจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของ Windows 11 โดยเฉพาะบนเครื่องที่มีฮาร์ดแวร์ระดับกลางหรือรุ่นเก่า

การแสดงผลเอฟเฟกต์โปร่งใสและองค์ประกอบ UI ที่ซับซ้อนอาจต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติม ทั้ง CPU, GPU และหน่วยความจำ ขณะที่ Microsoft ต้องทำให้ฟีเจอร์สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมบนฮาร์ดแวร์ Windows ที่มีความหลากหลายจำนวนมาก

ตัวอย่างจาก Apple ก็แสดงให้เห็นว่าการนำเอฟเฟกต์ลักษณะนี้มาใช้ไม่ได้มีเพียงเรื่องของการออกแบบเท่านั้น แต่ยังต้องมีการปรับแต่งระบบเบื้องหลังด้วย โดย Apple ใช้เวลาในการปรับแต่ง Liquid Glass และระบบที่เกี่ยวข้องอย่างมาก

Apple ยังระบุถึงการปรับปรุง CPU Scheduler ซึ่งช่วยให้การเปิดแอปพลิเคชันเร็วขึ้นได้สูงสุดถึง 30%

Windows 11 อาจต้องรอจนกว่าประสิทธิภาพจะพร้อม

ด้วยเหตุนี้ Microsoft จึงอาจเลือกให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพของ Windows 11 ก่อนที่จะเพิ่มฟีเจอร์ด้านการปรับแต่ง UI อย่าง Transparency Slider

อย่างไรก็ตาม คำตอบของ Mark Rogers ไม่ได้หมายความว่า Windows 11 จะไม่มีวันได้รับฟีเจอร์ดังกล่าว เพียงแต่ Microsoft ต้องการเพิ่มฟีเจอร์เมื่อมั่นใจว่าสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้ Windows ในวงกว้างได้

ดังนั้นผู้ที่ต้องการปรับแต่งความโปร่งใสของ Windows 11 ในตอนนี้อาจยังต้องพึ่งพาเครื่องมือจากนักพัฒนาภายนอก เช่น Windhawk ไปก่อน ขณะที่ Microsoft ยังคงมุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพและการใช้ทรัพยากรของ Windows 11 เป็นลำดับแรก

ที่มา: March Rogers / X

microsoft design executive Microsoft ยังไม่เพิ่ม Transparency Slider ให้ Windows 11 แบบ Liquid Glass แต่ไม่ปิดโอกาสในอนาคต

Intel Core Ultra 7 270K Plus ลดเหลือ $264.99 ขณะที่ Core Ultra 5 245K เหลือ $194.59 ต่ำกว่าราคาเปิดตัวอย่างมาก ราคา Arrow Lake ลดลงต่ำกว่าราคาทางการของ Intel

intel core ultra drop price Intel Core Ultra 7 270K Plus ลดเหลือ $264.99 ขณะที่ Core Ultra 5 245K เหลือ $194.59 ต่ำกว่าราคาเปิดตัวอย่างมาก ราคา Arrow Lake ลดลงต่ำกว่าราคาทางการของ Intel

ซีพียู Intel Arrow Lake สำหรับ Desktop กำลังมีราคาลดลงอย่างต่อเนื่องบน Amazon US โดยล่าสุด Core Ultra 7 270K Plus และ Core Ultra 5 245K มีราคาต่ำกว่าทั้งราคาเปิดตัวและราคาที่ Intel แนะนำสำหรับลูกค้า

สำหรับ Intel Core Ultra 7 270K Plus ซึ่งเป็นซีพียูแบบ Unlocked มีราคาอยู่ที่ $264.99 จากราคาเปิดตัวในเดือนมีนาคมที่ $299 ขณะที่ Intel ได้ปรับ Recommended Customer Price ในเดือนกรกฎาคมขึ้นมาอยู่ในช่วง $339–$349

ดังนั้นราคาปัจจุบันบน Amazon จึงต่ำกว่าราคาเปิดตัวประมาณ 11% และต่ำกว่าช่วงราคาที่ Intel แนะนำใหม่ประมาณ 22–24%

2026 08 10 20 50 31 Intel Core Ultra 7 270K Plus ลดเหลือ $264.99 ขณะที่ Core Ultra 5 245K เหลือ $194.59 ต่ำกว่าราคาเปิดตัวอย่างมาก ราคา Arrow Lake ลดลงต่ำกว่าราคาทางการของ Intel

Core Ultra 7 270K Plus เป็นซีพียูแบบ 24 คอร์ ประกอบด้วย 8 P-Cores และ 16 E-Cores สามารถ Boost ได้สูงสุด 5.5 GHz และมี Processor Base Power ที่ 125W

Core Ultra 5 245K ลดต่ำกว่า $200

ขณะที่ Intel Core Ultra 5 245K มีราคาปัจจุบันอยู่ที่ $194.59 กลับมาต่ำกว่าระดับ $200 อีกครั้ง

Core Ultra 5 245K เปิดตัวในปี 2024 ด้วยราคา $309 ทำให้ราคาปัจจุบันลดลงประมาณ 37% จากราคาเปิดตัว

ซีพียูรุ่นนี้มีทั้งหมด 14 คอร์ แบ่งเป็น 6 P-Cores + 8 E-Cores สามารถ Boost ได้สูงสุด 5.2 GHz และใช้แพลตฟอร์ม LGA-1851

2026 08 10 20 50 41 Intel Core Ultra 7 270K Plus ลดเหลือ $264.99 ขณะที่ Core Ultra 5 245K เหลือ $194.59 ต่ำกว่าราคาเปิดตัวอย่างมาก ราคา Arrow Lake ลดลงต่ำกว่าราคาทางการของ Intel

อย่างไรก็ตาม ราคาปัจจุบันที่ $194.59 ยังไม่ใช่ราคาต่ำสุดที่เคยเกิดขึ้นบน Amazon เพราะเมื่อเดือนที่ผ่านมา Core Ultra 5 245K เคยลดลงไปถึง $179.99 ในช่วงเวลาสั้น ๆ

ส่วน Core Ultra 7 270K Plus เองก็เคยทำราคา $264.99 มาแล้วในเดือนมิถุนายน ก่อนที่ Intel จะมีการปรับราคาแนะนำของผลิตภัณฑ์ขึ้น

Intel เตรียมโปรโมชั่นเกมใหม่

นอกจากการลดราคาแล้ว Intel ยังเปิดตัวโปรโมชั่นเกมใหม่ ซึ่งประกอบด้วย STAR WARS: Galactic Racer และ Tomb Raider: Legacy of Atlantis โดย Intel ระบุมูลค่ารวมของเกมทั้งสองรายการไว้ที่ $119.98

ทั้ง Core Ultra 7 270K Plus และ Core Ultra 5 245K อยู่ในรายชื่อฮาร์ดแวร์ที่เข้าร่วมโปรโมชั่นดังกล่าว

โปรโมชั่นมีกำหนดตั้งแต่ 10 สิงหาคม ถึง 13 กันยายน อย่างไรก็ตาม Intel ระบุว่าช่วงเวลาที่สามารถซื้อสินค้าเพื่อรับสิทธิ์อาจแตกต่างกันไปตามผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมรายการ

ในขณะเดียวกัน รายการสินค้าของซีพียูทั้งสองรุ่นบน Amazon ในขณะนี้ยังไม่ได้ระบุถึงโปรโมชั่นเกมใหม่ดังกล่าว ดังนั้นผู้ซื้ออาจต้องตรวจสอบกับ Amazon หรือ Intel เพิ่มเติมว่าดีลดังกล่าวสามารถใช้ร่วมกับการซื้อในปัจจุบันได้แล้วหรือไม่

โดยรวมแล้ว Core Ultra 7 270K Plus ที่ราคา $264.99 และ Core Ultra 5 245K ที่ $194.59 ถือเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาเปิดตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ Core Ultra 5 245K ที่ลดลงประมาณ 37% จากราคาเปิดตัวเดิม

ที่มา: Amazon

[ดูข่าวทั้งหมด]