Article by Nongkoo OverclockTeam On March 17, 2026 22 views
NVIDIA เปิดตัว DLSS 5 เทคโนโลยี Neural Rendering รุ่นใหม่ ยกระดับกราฟิกเกมสู่ความสมจริงระดับภาพยนตร์

NVIDIA เปิดตัว DLSS 5 เทคโนโลยี Neural Rendering รุ่นใหม่ ยกระดับกราฟิกเกมสู่ความสมจริงระดับภาพยนตร์

nvidia-dlss-5

วันนี้ภายในงาน NVIDIA GTC ทาง NVIDIA ได้ประกาศเปิดตัว DLSS 5 ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่สุดของวงการกราฟิกคอมพิวเตอร์นับตั้งแต่การเปิดตัวเทคโนโลยี Real-Time Ray Tracing ในปี 2018 โดย DLSS 5 จะเริ่มเปิดให้ใช้งานในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

DLSS 5 แนะนำโมเดล Neural Rendering แบบเรียลไทม์ ที่ใช้ AI ในการเติมรายละเอียดพิกเซลด้วยแสงและวัสดุที่มีความสมจริงระดับภาพถ่าย (Photorealistic) ช่วยลดช่องว่างระหว่างการเรนเดอร์กราฟิกกับโลกความจริง ทำให้นักพัฒนาเกมสามารถสร้างภาพกราฟิกที่สมจริงในระดับที่ก่อนหน้านี้พบได้เฉพาะในงาน Visual Effects ของฮอลลีวูดเท่านั้น

DLSS เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 โดยเป็นเทคโนโลยี AI ที่ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเกม เริ่มจากการอัปสเกลความละเอียดของภาพ และต่อมาพัฒนาไปสู่การสร้างเฟรมใหม่ขึ้นมาทั้งเฟรมด้วย AI ปัจจุบัน DLSS ถูกนำไปใช้ในเกมมากกว่า 750 เกม และกลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญของอุตสาหกรรมเกม

ภายในงาน Consumer Electronics Show (CES) เมื่อต้นปีนี้ NVIDIA ได้เปิดตัว DLSS 4.5 ซึ่งใช้ AI ในการสร้างพิกเซลถึง 23 จากทุก ๆ 24 พิกเซล ที่ปรากฏบนหน้าจอ

ในวันนี้ DLSS กำลังก้าวข้ามบทบาทจากเทคโนโลยีที่เน้นเพิ่มประสิทธิภาพ ไปสู่เทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพของภาพในเกมอย่างเต็มรูปแบบ

DLSS 5 จะรับข้อมูลสีและ motion vectors ของแต่ละเฟรมในเกม จากนั้นใช้โมเดล AI เติมรายละเอียดให้กับฉากด้วยแสงและวัสดุที่มีความสมจริงระดับภาพถ่าย ซึ่งถูกยึดโยงกับข้อมูล 3D ต้นฉบับของเกม ทำให้ผลลัพธ์มีความต่อเนื่องและสม่ำเสมอในทุกเฟรม นอกจากนี้ DLSS 5 ยังสามารถทำงานแบบเรียลไทม์ได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลและโต้ตอบได้ทันที

DLSS 5 มีกำหนดเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และจะได้รับการสนับสนุนจากผู้จัดจำหน่ายและผู้พัฒนาเกมรายใหญ่ของอุตสาหกรรม เช่น Bethesda Softworks, CAPCOM, NetEase, Tencent, Ubisoft และ Warner Bros. Games

เกมที่เตรียมรองรับ DLSS 5 ได้แก่

AION 2,

Assassin’s Creed Shadows,

Black State, CINDER CITY,

Delta Force,

Hogwarts Legacy,

Justice,

Naraka: Bladepoint,

NTE: Neverness to Everness,

Phantom Blade Zero,

Resident Evil Requiem,

Sea of Remnants,

Starfield,

The Elder Scrolls IV: Oblivion Remastered,

Where Winds Meet และเกมอื่น ๆ อีกมากมาย

คำกล่าวจากผู้บริหาร

Jensen Huang ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ NVIDIA กล่าวว่า

“ยี่สิบห้าปีหลังจากที่ NVIDIA คิดค้น programmable shader เรากำลังพลิกโฉมวงการกราฟิกคอมพิวเตอร์อีกครั้ง DLSS 5 เปรียบเสมือน ‘ช่วงเวลา GPT ของกราฟิก’ ที่ผสานการเรนเดอร์แบบที่ศิลปินสร้างขึ้นด้วยมือเข้ากับ Generative AI เพื่อยกระดับความสมจริงของภาพอย่างก้าวกระโดด พร้อมยังคงรักษาการควบคุมที่ศิลปินต้องการสำหรับการสร้างสรรค์ผลงาน”

Todd Howard หัวหน้าสตูดิโอและ Executive Producer จาก Bethesda Game Studios กล่าวว่า

“Bethesda มีประวัติการทำงานร่วมกับ NVIDIA ในการผลักดันกราฟิกเกมมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคของ Morrowind ที่มีระบบน้ำที่น่าทึ่ง เมื่อ NVIDIA แสดงให้เราเห็น DLSS 5 และเรานำมันไปทดลองใช้กับ Starfield มันทำให้เกมมีชีวิตขึ้นมาอย่างน่าทึ่ง เราได้ลองเล่นแล้ว และแทบรอไม่ไหวให้ผู้เล่นทุกคนได้สัมผัสมันด้วยตัวเอง”

Jun Takeuchi Executive Producer และ Executive Corporate Officer จาก CAPCOM กล่าวว่า

“ที่ CAPCOM เรามุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนภาพยนตร์ น่าติดตาม และสมจริงในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเงา พื้นผิว หรือแสงที่ถูกออกแบบอย่างตั้งใจเพื่อเพิ่มบรรยากาศและอารมณ์ของเกม DLSS 5 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันคุณภาพของภาพให้ก้าวไกลขึ้น ช่วยให้ผู้เล่นดื่มด่ำกับโลกของ Resident Evil ได้มากยิ่งขึ้น”

Charlie Guillemot ผู้ร่วมก่อตั้งและ co-CEO ของ Vantage Studios กล่าวว่า

“ความดื่มด่ำในการเล่นเกมคือการทำให้โลกในเกมรู้สึกสมจริง DLSS 5 ถือเป็นก้าวสำคัญไปสู่เป้าหมายนั้น วิธีที่มันเรนเดอร์แสง วัสดุ และตัวละคร กำลังเปลี่ยนสิ่งที่เราสามารถสัญญากับผู้เล่นได้ สำหรับ Assassin’s Creed Shadows มันช่วยให้เราสร้างโลกแบบที่เราอยากทำมาตลอดได้จริง”

Video Links