ASUS 5G-GO - 5G Mobile Hotspot & Travel Router Review
| Share | Tweet |
Introduction

สวัสดีเช้าวันหยุดประจำสัปดาห์ครับสมาชิก Vmodtech ทุกท่าน วันนี้เรามีอุปกรณ์เน็ตเวิร์กพกพาระดับไฮเอนด์ตัวท็อปสุดในยุคนี้จากแบรนด์ ASUS มาทำการรีวิวให้ได้ชมกันนะครับ นั่นก็คือ ASUS 5G-GO ซึ่งเป็น 5G Mobile Hotspot & Travel Router เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบความต้องการทั้งเหล่าคนทำงานยุคใหม่ สายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ดิจิทัลโนแมด ตลอดจนผู้ที่ต้องการเน็ตเวิร์กความเร็วสูงและเสถียรที่สุดสำหรับการใช้งานในรถบ้าน (RV) หรือการเดินทางไปทั่วโลกครับ
.
จุดเด่นที่ต้องยกนิ้วให้เลยคือการผสานขุมพลังอินเทอร์เน็ต 5G ความเร็วสูงสุดถึง 5.15 Gbps เข้ากับเทคโนโลยีไร้สายยุคใหม่อย่าง Tri-Band WiFi 7 (802.11be) ที่รีดสปีดรวมได้สูงสุดถึง 6,500 Mbps และเทคโนโลยี 4K-QAM ช่วยให้การรับส่งข้อมูล สตรีมมิ่ง 4K/8K หรือการเล่นเกมออนไลน์นอกสถานที่ทำได้อย่างลื่นไหล ตัวเครื่องรองรับการใช้งาน Global Roaming ครอบคลุมมากกว่า 232 ภูมิภาคทั่วโลก แค่สลับซิมก็พร้อมใช้งานได้ทันทีครับ
.
พอร์ตการเชื่อมต่อก็จัดมาให้แบบ Versatile Interfaces ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต 2.5G WAN/LAN สำหรับต่อสายแลนความเร็วสูง และไฮไลท์เด็ดอย่างพอร์ต 10G USB-C Tethering ที่ช่วยให้คุณแชร์เน็ต 5G เข้าโน้ตบุ๊กหรือแท็บเล็ตได้ตรงๆ ด้วยความเร็วสูงสุดระดับ 10 Gbps แถมยังมีช่องต่อเสาสัญญาณภายนอกแบบ TS9 ช่วยเพิ่มความแรงในการรับสัญญาณสำหรับพื้นที่อับสัญญาณอีกด้วยครับ
.
ในด้านความทนทานและการใช้งานระดับแอดวานซ์ ตัวเครื่องมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 6030mAh ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 19 ชั่วโมง รองรับระบบชาร์จไว USB-C 20W PD และยังมีมาตรฐานความทนทานระดับ IP51 กันฝุ่นและละอองน้ำได้อย่างมั่นใจ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับสายปรับแต่ง ตัวเครื่องยังรองรับเฟิร์มแวร์ OpenWrt เพื่อการปรับแต่งระบบรักษาความปลอดภัยที่ยืดหยุ่น และรองรับ VPN ตัวท็อปอย่าง WireGuard และ OpenVPN แบบ Site-to-Site ในตัว ควบคุมง่ายๆ ผ่านหน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 2.4 นิ้ว เรียกน้ำย่อยกันมาพอสมควรแล้ว เรามาดูหน้าตาของตัวเครื่องในหน้าถัดไปเลยครับ
..

.
.
.
PACKAGE APPEARANCE


กล่องบรรจุ ASUS 5G-GO นั้นมีขนาดไม่ใหญ่นักนะครับ รายละเอียดฟังก์ชั่นการทำงานนั้นมีอธิบายมาที่ด้านหลังกล่องไว้พอเข้าใจเลย

ในกล่อง ASUS 5G-GO จะมีอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานมาพร้อมสรรพเลย
Wall-mount bracket
Quick Start Guide
Warranty Card
Type-C USB 3 Cable
AC Adapter

ตัวของ ASUS 5G-GO นั้นมีขนาดเพียงแค่ฝ่ามือเองครับ น้ำหนักก็จะประมาณนึงที่ประมาณเกือบๆสามร้อยกรัม คุณภาพผิวสัมผัสนั้นดีเลย

พอร์ตการเชื่อมต่อที่ด้านล่างของตัวเราเตอร์พกพานี้จะมีช่องเสียบ USB Type-C 3.2 Gen2 (up tp 10Gbps) และพอร์ต 2.5Gb Ethernet (LAN/WAN) โดยจะมีฝาปิดกันละอองน้ำมาให้ด้วยนะครับ

ที่ด้านซ้ายมือของตัวเราเตอร์นี้จะเป็นปุ่มพาวเวอร์นะครับ

อันนี้ผมได้เอาแบร๊กเก็ตเสียบเข้าไปด้วย
.
.
Power On


ก่อนอื่นผมได้ลองใส่ Sim card เข้าไปก่อนนะครับ ฝาหลังก็เปิดออกไม่ยากครับ พอใส่ซิมเข้าไปแล้วก็ใส่แบตเตอรี่เข้าไปได้เลย

เริ่มแรกก็ชาร์จแบตซักหน่อยก่อนที่จะเปิดเครื่องใช้งานนะครับ ที่หน้าจอนี้จะเห็นว่าตัวเราเตอร์จะให้เราสไลด์เพื่อเข้าไปปลดล๊อคด้วยพินสี่ตัว

หน้านี้คือหน้า Home นะครับ แถบบนหน้าตาก็จะคล้ายๆกับที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเราเลย จะมีแสดงโลโก้ ISP การกระจาย WiFi เปอร์เซนต์แบตเตอรี่ที่เหลือ ที่แถบด้านล่างจะมีตัวเลือกให้เข้าไปเช็คการเชื่อมต่อ รายละเอียดของการเชื่อมต่อกับเราเตอร์นี้ และขวาสุดจะเป็นเมนูการตั้งค่าต่างๆ

ที่หน้าเมนูนี้ ตรง network ถ้าเราเข้าไปดูจะเห็นรายละเอียดต่างๆของซิมการ์ดที่เราใส่เข้าไปครับ



ตรงเมนู Network นั้นก็จะเป็นการแสดง SSID และ Password ของแต่ละย่าน

ตรงหน้า Data Usage นี้ก็จะมีการควบคุมการใช้งานให้เราเลือกปรับใช้งานด้วยนะครับ

ผมลองใช้งานง่ายๆตามที่ผู้ผลิตเค้าตั้งใจมาคือการนำเอา ASUS 5G-GO มาใช้งานเพื่อแชร์ WiFi ใช้งานทั่วไปและทำงานนอกสถานที่ ก็ต้องบอกเลยครับว่ามันให้ความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อที่ยอดเยี่ยมและใช้งานง่ายมากๆ ครับ แค่เสียบซิมการ์ดเข้าไปแล้วก็ไปดูว่า SSID กับ password อะไร เราก็เชื่อมต่อเท่านั้นเองครับ ง่ายมากๆเลย ด้วยขุมพลังการเชื่อมต่อระดับ Next-Gen ที่ผสานสัญญาณ 5G ความเร็วสูงเข้ากับ Tri-Band WiFi 7 ที่ตอบสนองการใช้งานกับการเชื่อมต่อกับโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ หรือโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่รองรับ และหากต้องการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพมากกว่า เราสามารถต่อเชื่อมโน๊ตบุ๊คผ่าน USB-C Tethering ก็ตอบโจทย์การทำงานในยุคนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แบตเตอรี่ 6030mAh ก็อึดพอที่จะลุยงานยาวๆ ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตจะหมดเลยครับ ผมว่าประมาณสามสี่วันเลยครับที่ไม่ต้องเสียบชาร์จ
.
สำหรับใครที่กำลังมองหาโมบายเราเตอร์ระดับพรีเมียมที่เป็นได้ทั้งฮอตสปอตพกพาไปทั่วโลก และสามารถสลับเป็น FWA Home Mode เพื่อทำหน้าที่เป็นเน็ตหลักภายในบ้านหรือรถบ้าน (RV) ได้อย่างยืดหยุ่น พร้อมระบบความปลอดภัยระดับแอดวานซ์ผ่าน OpenWrt เจ้า ASUS 5G-GO ตัวนี้ตอบสนองความต้องการของคุณได้อย่างแท้จริงแน่นอนครับ ส่วนเรื่องราคาและกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ คงต้องรอติดตามจากทาง ASUS ประเทศไทยกันอีกครั้งหนึ่งครับ สำหรับวันนี้ผมก็ขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ
.
.
ขอบคุณที่ติดตาม
CHANE
.
![]() |
![]() |
.
. .
ขอขอบคุณ
ASUS
EN












