บทความเด็ด

ดูบทความทั้งหมด
Review : MSI GT60 Gaming Notebook

Review : MSI GT60 Gaming Notebook

Ivy-Bridge i7 + GTX670 + SSD 64gbx2 RAID0 ตกลงแล้วนี่คอมตั้งโต๊ะ หรือโน๊ตบุ๊กจริงๆ ?

Review : Samsung 5 Series Ultrabook

Review : Samsung 5 Series Ultrabook

Samsung 530U4 5 Series ultrabook มาพร้อมกับจอ 14 นิ้วและออฟติคัลไดร์ฟ

Preview : New Asus N56VM !! พร้อมขุมพลังใหม่

Preview : New Asus N56VM !! พร้อมขุมพลังใหม่

N series 15 นิ้ว โฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม พร้อมแรงกว่าเดิมด้วยพลังจากภายใน !!

Review : Acer Aspire One D270

Review : Acer Aspire One D270

เน็ทบุคบางเบา ยอดประหยัดไฟขุมพลัง Dual Core

HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review

HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review

HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review อัดแน่นด้วยฟีเจอร์แบบครบครันสำหรับองค์กรและสำนักงานที่เน้นความคุ้มค่าประหยัดในการใช้งาน

HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer

HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer

HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer เครื่องปรินต์คุณภาพปรินต์ได้สูงสุดถึง 1500แผ่นต่อหมึกหนึ่งตลับ จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ที่มากมายสุดคุ้มค่าสุดประหยัด

HP Deskjet Ink Advantage 3635

HP Deskjet Ink Advantage 3635

HP Deskjet Ink Advantage 3635 รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยเทคโนโลยีไร้สาย HP wireless direct กับราคาเร้าใจเพียงสามพันกว่าบาท

Brother DCP-J105 InkBenefit : Colour InkJet Multi-Function Centre

ปริ้นท์ สแกน ถ่ายเอกสาร รองรับการเชื่อมต่อไร้สายครบครัน ประหยัดหมึก ในราคาย่อมเยาว์

กระดานข่าว Vmodtech

เข้าเว็บบอร์ด

Update ข่าวสาร

ดูข่าวทั้งหมด

ค่อนข้างชัวร์! Intel Core i9-14900KS ความเร็วสูงสุด 6.2 GHz กินไฟ 150W TDP

intel core i9 14900ks spec ค่อนข้างชัวร์! Intel Core i9 14900KS ความเร็วสูงสุด 6.2 GHz กินไฟ 150W TDP

วันนี้ก็มีข่าวจากฝั่ง Intel หลุดออกมาให้เราได้ชมกันครับกับข่าวของซีพียู Intel Core i9-14900KS ที่หลุดมาจากร้านค้าขายปลีก directdial ที่ได้เผยให้เห็นสเปกการทำงานที่มีรายละเอียดข้อมูลเผยจำนวนคอร์ 24C/32T ความเร็วสูงสุด 6.2 GHz  แคช 36 MB L3 Cache - 32 MB L2 Cache - 64-bit Processing -Socket LGA-1700 - Intel UHD Graphics 770 Yes Graphics - กินไฟ 150W TDP ราคาหน้าร้านอยู่ที่ 1005CAD เหรียญแคนนาดา ก็ถือเป็นข้อมูลที่ออกมาจากหน้าร้านค้าออนไลน์ที่น่าจะมีความเชื่อถือได้อยู่ไม่น้อยครับ ก็รอดูกันครับว่าข้อมูลจะตรงตามที่หลุดออกมาหรือไม่ น่าติดตามครับ


2024 03 01 12 37 24 ค่อนข้างชัวร์! Intel Core i9 14900KS ความเร็วสูงสุด 6.2 GHz กินไฟ 150W TDP

2024 03 01 12 37 44 ค่อนข้างชัวร์! Intel Core i9 14900KS ความเร็วสูงสุด 6.2 GHz กินไฟ 150W TDP

AMD ประกาศวางจำหน่ายกราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 7900 GRE

amd radeon rx 7900 gre AMD ประกาศวางจำหน่ายกราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 7900 GRE

วันนี้ AMD ประกาศวางจำหน่ายการ์ดจอภาพ AMD Radeon RX 7900 GRE ทั่วโลก กราฟิกการ์ดนี้ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมและสตรีมมิ่งที่ยอดเยี่ยม ด้วยอัตราการรีเฟรชภาพสูง 1440p มาพร้อมกับหน่วยความจำ GDDR6 ความเร็วสูง 16GB ช่วยให้ผู้เล่นสามารถก้าวไปสู่การเล่นเกมในระดับ 4K

AMD Radeon RX 7900 GRE คาดว่าจะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกออนไลน์และร้านค้าปลีกชั้นนำทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ในราคาเริ่มต้น $549 USD

amd radeon rx 7900 gre 2 AMD ประกาศวางจำหน่ายกราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 7900 GRE

ฟีเจอร์ของกราฟิกการ์ด RX 7900 GRE ที่นำเสนอ ประกอบด้วย:

ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม - กราฟิกการ์ด Radeon RX 7900 GRE มาพร้อมหน่วยประมวลผล 80 คอร์ และฟีเจอร์ ray accelerators, GDDR6 VRAM ขนาด 16GB ที่การโอเวอร์คล็อก 18Gbps, AI accelerators จำนวน 160 ชุด, AMD Infinity Cache รุ่นที่สอง ขนาด 64MB และมี TBP ที่ 260W เสนอประสิทธิภาพการเล่นเกมที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นในการเล่นเกมชั้นนำในปัจจุบัน ด้วย FPS/$ เฉลี่ยที่สูงขึ้นถึง 14% เมื่อเปรียบเทียบกับ GeForce RTX 4070

FPS ที่เพิ่มขึ้นในเกมชั้นนำต่าง ๆ - เทคโนโลยีการสร้างเฟรม AMD Fluid Motion Frames ผ่านไดรเวอร์ ที่เข้ามาช่วยเพิ่ม FPS และยกระดับด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการประมวลผลและเกมต่าง ๆ มากมาย

การเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างง่ายดาย - เทคโนโลยี AMD HYPR-RX ช่วยลดความยุ่งยากและจัดการการทำงานร่วมกันของ AMD Fluid Motion Frames, AMD Radeon Super Resolution (RSR), AMD Radeon Boost และเทคโนโลยี AMD Anti-Lag เพื่อช่วยให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการเล่นเกมเป็นเรื่องง่ายขี้นสำหรับผู้เล่น

รองรับเทคโนโลยีล้ำสมัย - กราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 7000 Series รองรับเทคโนโลยีรุ่นถัดไปเช่น DisplayPort 2.1 และเสนอ VRAM ที่มากกว่ากราฟิกการ์ดของคู่แข่ง เหมาะสำหรับการเล่นเกมที่ต้องการทรัพยากรสูงและการแสดงผลที่ยอดเยี่ยมในวันนี้และอนาคต

กราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 7900 GRE คาดว่าจะพร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ผ่านแบรนด์ Acer, ASRock, ASUS, Gigabyte, PowerColor, Sapphire และ XFX

นอกจากนี้ ผู้เล่นยังจะได้รับข้อเสนอกราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 7700 XT ในราคาสุดพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 419 เหรียญสหรัฐฯ หรือลดจากเดิม 30 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ตอนนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเกมเมอร์ที่กำลังตัดสินใจซื้อกราฟิกการ์ด AMD ตัวต่อไป

ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์กราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 7900 GRE เพิ่มเติม คลิก

amd radeon rx 7900 gre 3 AMD ประกาศวางจำหน่ายกราฟิกการ์ด AMD Radeon RX 7900 GRE

อินเทลนำเทคโนโลยี AI ประยุกต์ใช้กับการสื่อสารของเครือข่าย เอดจ์ และโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กร

intel mwc 2024 4 อินเทลนำเทคโนโลยี AI ประยุกต์ใช้กับการสื่อสารของเครือข่าย เอดจ์ และโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กร

ณ งาน Mobile World Congress 2024 ลูกค้าและพันธมิตรชั้นนำของอินเทลกว่า 65 ราย ร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและโซลูชันผ่านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการใหม่ ๆ เพื่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตให้ทันสมัย

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 27 กุมภาพันธ์ 2567 — ในงาน Mobile World Congress 2024 อินเทลได้ประกาศ แพลตฟอร์ม โซลูชัน และบริการใหม่ ๆ ที่ครอบคลุม เครือข่ายและ Edge AI โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra และ “AI PC” (หรือ “คอมพิวเตอร์ AI”) และอื่น ๆ อีกมากมาย
ในยุคที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้แบรนด์สามารถคงความเป็นผู้นำในตลาด อินเทลกำลังนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชันสำหรับลูกค้า คู่ค้า และอีโคซิสเต็มที่กว้างขวาง เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์และระบบการทำงานอัตโนมัติแบบ Built-in เพื่อปรับปรุงต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership: TCO) และประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการส่งมอบนวัตกรรมและบริการใหม่ ๆ

จากการเปิดตัวเทคโนโลยีต่าง ๆ ของอินเทลในวันนี้ เราเน้นย้ำถึงการเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรม โดยการปรับปรุงระบบต่าง ๆ ให้ทันสมัยและสร้างรายได้จาก 5G, Edge และโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กร และการลงทุน เพื่อที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากการที่เรานำพา AI ไปไว้ในทุก ๆ จุดได้ เป็นเวลากว่าทศวรรษแล้ว ที่อินเทลได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายในปัจจุบันจากฟังก์ชันคงที่ไปเป็นแพลตฟอร์มที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ และขับเคลื่อนความสำเร็จที่ Edge ด้วยการปรับใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงมากกว่า 90,000 รายการ2 ร่วมไปกับลูกค้าและพันธมิตรของเรา

“อินเทลได้นำเสนอนวัตกรรมให้กับพันธมิตรและลูกค้า ตลอดทั้งเครือข่าย Edge และโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กรต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงเครือข่ายของพวกเขาให้ทันสมัย สร้างรายได้จากบริการใหม่ ๆ ที่ Edge และนำ AI ไปสู่ทุกที่” สาชิน กัตติ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปแผนก Network and Edge ของอินเทล กล่าว “กลยุทธ์ SOC ที่ปรับให้เหมาะสมกับเครือข่ายและ Edge ของอินเทล ผสานการประมวลผลและการเร่งความเร็วให้กับเวิร์กโหลดสำหรับเครือข่าย AI และ vRAN ได้อย่างมีนัยสำคัญ และเรากำลังประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของตลาดสำหรับ 5G core พร้อม Sierra Forest และ 5G vRAN พร้อม Granite Rapids-D”

อินเทลนำตลาดนวัตกรรมเครือข่ายที่ทันสมัยด้วยการใช้ประโยชน์จากการเร่งความเร็ว AI แบบ Built-in

โปรเซสเซอร์ Intel® Xeon® เจนเนอเรชั่นที่ 4 พร้อม Intel® vRAN Boost (โค้ดเนม Sapphire Rapids EE) ที่ได้มีการเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา มาพร้อมกับความจุสูงสุดถึงสองเท่า3 สำหรับเวิร์กโหลด Virtual Radio Access Network (vRAN) เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า การเพิ่มขีดความสามารถนี้ ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถเพิ่มจำนวนเซลล์ไซต์ (Cell Site) หรือสมาชิกได้เป็นสองเท่า ในขณะเดียวกันก็ลดการใช้พลังงานประมวลผล vRAN ได้อีก 20% โดยไม่จำเป็นต้องเร่งความเร็วจากภายนอก เพื่อลดความซับซ้อนและต้นทุนของระบบลง

นอกจากอินเทลจะขยายขีดความสามารถสู่การเป็นผู้นำด้านโซลูชัน vRAN แล้ว อินเทลยังสามารถลดต้นทุน ของ vRAN และลดการใช้พลังงานในการมอบโซลูชันในสเกลระดับโลกอีกด้วย ทั้งนี้ อินเทล ได้ประกาศเปิดตัวโปรเซสเซอร์ Xeon ในอนาคต ได้แก่ โปรเซสเซอร์ Granite Rapids-D ซึ่งประกอบไปด้วย P-core เจนเนอเรชั่นล่าสุด ที่พร้อมมอบประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานผ่านการใช้การ Intel Advanced Vector Extensions (Intel AVX) ที่ได้รับการปรับปรุงสำหรับโซลูชัน vRAN นอกจากนี้ยังมีโซลูชัน Intel vRAN Boost ที่จะช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานควบคู่ไปกับการปรับปรุงสถาปัตยกรรมและคุณสมบัติอื่น ๆ โดยปัจจุบันเรากำลังทดลองกับซิลิคอน ซัมซุง ได้สาธิตการโทรครั้งแรกที่ห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาในเมืองซูวอน ประเทศเกาหลีใต้ อีริคสัน ได้สาธิตการตรวจสอบการโทรครั้งแรกในห้องแล็บร่วมของอีริคสัน-อินเทลในเมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย ความสำเร็จเหล่านี้ตอกย้ำถึงความสะดวกในการโยกย้ายซอฟต์แวร์จากรุ่นปัจจุบันไปยังรุ่นต่อไปและความพร้อมของอีโคซิสเต็มเมื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ อินเทล ยังทำงานร่วมกับ Dell Technologies, Hewlett Packard Enterprise (HPE), Lenovo, Mavenir, Red Hat, Wind River และพันธมิตรในอีโคซิสเต็มชั้นนำอื่น ๆ เพื่อรับประกันความพร้อมของการใช้งาน โดยโปรเซสเซอร์ Granite Rapids-D มีแผนที่จะเปิดตัวในปี 2568 หลังจากเปิดตัวซีพียูเซิร์ฟเวอร์ Granite Rapids ในปี 2567 นี้
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาดในสภาพแวดล้อมของโซลูชัน vRAN ที่กำลังเปลี่ยนแปลง และเพื่อเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานและนักพัฒนาสามารถสร้าง ฝึกอบรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและปรับใช้โมเดล AI สำหรับการใช้งาน vRAN บนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานทั่วไปในขอบเขตเครือข่ายที่มีอยู่ อินเทลกำลังพัฒนาชุดเครื่องมือ Intel® vRAN AI Development Kit สำหรับพันธมิตรบางรายที่ได้รับการคัดเลือก โดยการสร้างขึ้นบนไลบรารี เฟรมเวิร์ก และเครื่องมือที่ได้รับการปรับให้เหมาะกับ AI ของอินเทล ซึ่งการรวมโมเดล AI ที่ได้รับการปรับปรุงในชุดพัฒนากับการเร่งความเร็ว AI ในตัวของโปรเซสเซอร์ Intel Xeon เจนเนอเรชั่น 4 จะทำให้นักพัฒนาสามารถดึงศักยภาพการจัดการพลังงาน ความสามารถด้านการวัดและส่งข้อมูลทางไกล โดยเครือข่ายแบบไดนามิกจะช่วยประหยัดต้นทุนและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มเติมจากโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมสนับสนุนแหล่งรายได้ใหม่ ๆ ขณะนี้ อินเทล กำลังทำงานร่วมกับ AT&T, Deutsche Telekom, SK Telecom และ Vodafone เพื่อแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่ AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับโซลูชัน RAN
นวัตกรรมที่จะมาสนับสนุนคอร์ประสิทธิภาพสูง 5G และการประหยัดพลังงาน
สถาปัตยกรรมของอินเทลเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ทั่วโลก และเซิร์ฟเวอร์เครือข่ายระบบเสมือนส่วนใหญ่ทำงานบน CPU ของอินเทล ในฐานะตัวเลือกหลักสำหรับผู้ปฏิบัติงาน ผู้ผลิตอุปกรณ์ และผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม Intel Xeon ได้สร้างมาตรฐานในการใช้งานเชิงพาณิชย์สำหรับคอร์ประสิทธิภาพสูง 5G พร้อมการปรับปรุงต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership: TCO) ที่เหนือกว่าและการจัดการพลังงานที่ครอบคลุม ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกนำเสนอผ่านอีโคซิสเต็มระดับโลกที่มีคุณภาพสูง
สำหรับผู้ประกอบการ - วันนี้บริษัทได้ทำการแสดงตัวอย่างโปรเซสเซอร์ Intel Xeon รุ่นถัดไป ซึ่งได้แก่ Sierra Forest ที่จะเปิดตัวในปลายปีนี้เพื่อขยายแผนงานของหน่วยประมวลผลของอินเทล โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้ประกอบไปด้วย Efficient-core (E-core) 288 คอร์บนชิปตัวเดียว ซึ่งเหมาะสำหรับเวิร์คโหลด 5G ในการพัฒนาประสิทธิภาพหลักของเครือข่ายและประหยัดพลังงาน และด้วยการใช้เทคโนโลยี E-core ล่าสุดของอินเทล ผู้ให้บริการจะรับรู้ได้ถึงการประหยัดพลังงานและการประหยัดต้นทุนที่มากขึ้น ซึ่งนำไปสู่ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นถึง 2.7 เท่าต่อการปรับปรุงแร็ค1 และประสิทธิภาพต่อแร็คสำหรับเวิร์คโหลด 5G5 ระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม
ผู้ประกอบการและพันธมิตรในอีโคซิสเต็ม รวมถึง BT Group, Dell Technologies, Ericsson, HPE, KDDI, Lenovo และ SK Telecom ต่างก็แสดงความสนใจในแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ที่ล้ำสมัยนี้ ซึ่งได้รับการปรับให้เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพสูงต่อวัตต์ ความหนาแน่นของคอร์ และปริมาณงาน
เพื่อเป็นการประหยัดพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อินเทล ได้ประกาศถึงความพร้อมในการให้บริการอย่างแพร่หลายและการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมสำหรับซอฟต์แวร์ ด้วย Intel® Infrastructure Power Manager สำหรับคอร์ 5G โดยวางแผนที่จะส่งมอบซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการให้กับทาง Casa Systems, NEC, Nokia และ Samsung ในปี 2567 นี้ เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถ ใช้ประโยชน์จากการส่งข้อมูลเบื้องต้นของโปรเซสเซอร์ Intel Xeon เพื่อลดการใช้พลังงานของ CPU โดยเฉลี่ย 30% ในขณะที่ยังคงรักษาตัวชี้วัดประสิทธิภาพโทรคมนาคมที่สำคัญ6 ผู้ปฏิบัติงานหลายรายกำลังสำรวจการทดลองในห้องปฏิบัติการเพื่อมอบการชดเชยคาร์บอนและปรับปรุงต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership: TCO)

แพลตฟอร์มที่ถูกต้องคือกุญแจสู่การขยายขนาดการใช้งาน AI และเอดจ์ (Edge)
ในการใช้งานเอดจ์ (Edge) องค์กรต่าง ๆ ต่างต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และปรับปรุงเวลาออกสู่ตลาดด้วยการนำเสนอบริการอันชาญฉลาดใหม่ ๆ พวกเขากำลังเริ่มใช้ประโยชน์จากข้อมูลจำนวนมหาศาลที่สร้างขึ้นที่เอดจ์เพื่อมอบประสบการณ์แก่ลูกค้าที่ดีขึ้น ขยายขนาดการดำเนินงานผ่านระบบอัตโนมัติในขณะที่ยังควบคุมต้นทุนได้ และจัดการกับผลกระทบของการขาดแคลนแรงงาน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการขับเคลื่อนโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับ Edge AI
อินเทลใช้ประโยชน์จากฐานการติดตั้งที่กว้างขวางและความเชี่ยวชาญเชิงลึกจากการปรับใช้เอดจ์มากกว่า 90,000 รายการในปัจจุบัน ด้วยจำนวนโปรเซสเซอร์มากกว่า 200 ล้านเครื่องที่ถูกจำหน่ายในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา2 เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จาก Edge AI ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
จากแถลงการณ์เปิดตัวในวันนี้ แพลตฟอร์มเอดจ์จากอินเทลมีความสามารถพิเศษ รวมไปถึงความสามารถในการรองรับส่วนประกอบที่แตกต่างกันสำหรับต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ที่ต่ำลงและการจัดการโครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชันตามนโยบายแบบไร้สัมผัส รวมไปถึง AI บนวิทยาการเอดจ์โหนด (Edge Node) บนกระจกบานเดียว นอกจากนี้ ระยะเวลาการทำงานของ AI มาพร้อมกับการอนุมาน OpenVINO™ ที่ถูกออกแบบมาภายในตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอนุมาน AI แบบเรียลไทม์และการจัดการเวิร์กโหลดที่ซับซ้อนภายในโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์สำหรับการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน
จากวิวัฒนาการของโซลูชันที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน Intel Innovation 2023 ภายใต้โค้ดเนม “โปรเจค Strata” นั้น แพลตฟอร์มเอดจ์ของอินเทลจะพร้อมใช้งานโดยทั่วไปในช่วงไตรมาสนี้ โดยมีพันธมิตรและผู้ใช้ปลายทางบางรายสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มแล้ว และเพื่อเป็นการสนับสนุนแพลตฟอร์ม Edge อินเทลกำลังดำเนินงานข้ามอีโคซิสเต็มและร่วมกับผู้นำต่าง ๆ ในอุตสาหกรรม อาทิ Amazon Web Services, Lenovo, L&T Technology Services, SAP, Red Hat, Vericast, Verizon Business และ Wipro
มอบประสบการณ์สำหรับ คอมพิวเตอร์ AI ที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจทุกขนาด
ในวันที่สองของงาน MWC 2024 อินเทลและไมโครซอฟท์จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงต้อนรับอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ AI ที่บูธของอินเทล รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ Intel Newsroom

มอบทางเลือกในการเร่งความเร็ว

สำหรับพื้นที่ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ที่ซึ่งข้อกำหนดและกรณีศึกษายังถูกค้นคว้าอยู่ อาทิ vRAN, OpenRAN, 6G และ AI FPGA ช่วยให้เกิดข้อได้เปรียบในการออกสู่ตลาดเป็นรายแรก และมอบความยืดหยุ่นสูงสุดด้วยโซลูชันไดนามิก พลังงานต่ำ เวลาแฝงต่ำ และมอบปริมาณงานระดับสูง โดย Programmable Solutions Group (PSG) ของอินเทลจะเปิดตัว Radio Macro ใหม่ 2 ชุดและ mMIMO Enablement Packages รวมไปถึง Intel® Precision Time Protocol Servo ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้การกำหนดค่าเวลาใดๆก็ได้ใน 1588 Precision Time Protocol (PTP) เพื่อซิงโครไนซ์อุปกรณ์ใน Radio Access Network
นอกจากนี้ Programmable Solutions Group (PSG) ซึ่งในปัจจุบันได้แยกตัวออกมาดำเนินการด้วยตนเอง จะจัดงานสัมมนาบนเว็บไซต์เกี่ยวกับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ทางธุรกิจ ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Intel Newsroom

เยี่ยมชมบูธของอินเทลได้ที่งาน MWC 2024 (ฮอลล์ 3 บูธ 3E31) พร้อมร่วมกิจกรรม Technology Showcase เพื่อชมนวัตกรรมล่าสุดจากพันธมิตรโดยตรง อาทิเช่น
-    การสร้างโครงข่ายสมัยใหม่แห่งโลกอนาคต เพื่อมอบประสิทธิภาพการทำงานและการประหยัดพลังงานขั้นสูงสุด
-    ปรับขนาดการใช้งาน AI ในอุตสาหกรรมการตลาดแนวตั้งเพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีขึ้น
-    นำเสนอคุณสมบัติใหม่ ๆ ในคอมพิวเตอร์ AI และความสามารถในการจัดการสำหรับองค์กรทุกขนาด

อินเทลเผยข้อมูล Intel Sierra Forest สำหรับใช้งานเครือข่าย Edge ที่งาน MWC 2024 พร้อมเผยซีพียู Granite Rapids-D เปิดตัวในปี 2025

intel sierra forest อินเทลเผยข้อมูล Intel Sierra Forest สำหรับใช้งานเครือข่าย Edge ที่งาน MWC 2024 พร้อมเผยซีพียู Granite Rapids D เปิดตัวในปี 2025

วันนี้ก็มีข่าวจากฝั่ง Intel หลุดออกมาให้เราได้ชมกันครับกับข่าวของซีพียู Intel Sierra Forest สำหรับใช้งานเครือข่าย Edge ที่งาน MWC 2024 พร้อมเผยข้อมูลซีพียู Granite Rapids-D เปิดตัวในปี 2025 โดยซีพียู Intel Sierra Forest นั้นมาพร้อมจำนวนคอร์ที่มากถึง 288คอร์ พร้อมความเร็วที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 2.7เท่า เน้นใช้งานด้านเครือข่ายเวิพเวอร์และ 5G รวมไปถึงการใช้พลังงานที่ลดลงกว่า 20% โดยการเปิดตัวจะมีขึ้นในปี 2024 ที่จะถึงนี้

sierra forest intel 1200x624 อินเทลเผยข้อมูล Intel Sierra Forest สำหรับใช้งานเครือข่าย Edge ที่งาน MWC 2024 พร้อมเผยซีพียู Granite Rapids D เปิดตัวในปี 2025

intel mwc2024 datacenter vran 007 3840px อินเทลเผยข้อมูล Intel Sierra Forest สำหรับใช้งานเครือข่าย Edge ที่งาน MWC 2024 พร้อมเผยซีพียู Granite Rapids D เปิดตัวในปี 2025

intel mwc2024 datacenter vran 009 680px อินเทลเผยข้อมูล Intel Sierra Forest สำหรับใช้งานเครือข่าย Edge ที่งาน MWC 2024 พร้อมเผยซีพียู Granite Rapids D เปิดตัวในปี 2025

intel mwc2024 datacenter vran 008 3840px อินเทลเผยข้อมูล Intel Sierra Forest สำหรับใช้งานเครือข่าย Edge ที่งาน MWC 2024 พร้อมเผยซีพียู Granite Rapids D เปิดตัวในปี 2025


Dr. Lisa Su ซีอีโอของ AMD จะเป็นเจ้าภาพเปิดงาน Computex 2024 ในวันที่ 3 มิถุนายน คาดว่าจะเผยข้อมูลซีพียู Next-Gen Ryzen รุ่นต่อไปและข้อมูลอื่นๆ อีกมากมาย

amd zen5 computex 2024 Dr. Lisa Su ซีอีโอของ AMD จะเป็นเจ้าภาพเปิดงาน Computex 2024 ในวันที่ 3 มิถุนายน คาดว่าจะเผยข้อมูลซีพียู Next Gen Ryzen รุ่นต่อไปและข้อมูลอื่นๆ อีกมากมาย

วันนี้ก็มีข่าวจากฝั่ง AMD ออกมาให้เราได้ชมกันครับกับข่าวของงาน Computex ที่ปีนี้จะได้ทาง Dr. Lisa Su ซีอีโอของ AMD จะเป็นเจ้าภาพเปิดงาน Computex 2024 ในวันที่ 3 มิถุนายนในปี 2024 นี้ หลังจากปีที่แล้วเป็น Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA เป็นผู้นำเสนอการเปิดงาน Computex 2023 เมื่อปีที่แล้ว ในปีนี้ Dr. Lisa Su ซีอีโอของ AMD เป็นผู้นำเสนอปาฐกถาพิเศษเปิดงาน Computex 2024 ธีมหลักของงาน Computex 2024 ประจำปีนี้คือ “การเชื่อมต่อ AI” ซึ่งหมายความว่า AI จะเป็นศูนย์กลางเช่นเดียวกับปีที่แล้ว การประกาศดังกล่าวมาจาก TAITRA ซึ่งเป็นผู้จัดงานเบื้องหลังงานแสดงเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Computex ซึ่งจัดขึ้นที่ไทเป ประเทศไต้หวัน เป็นประจำทุกปี โลกแห่งเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยทุกคนต่างกระโดดขึ้นไปบน AI PC และ AI bandwagon และในปีนี้ เราจะได้เห็นการเน้นไปที่กลุ่ม AI มากขึ้น แต่นอกเหนือจากนั้น AMD จะส่งต่อไปกลุ่มผลิตภัณฑ์ของตนด้วย ด้วยข้อเสนอใหม่และซูเปอร์ชาร์จในกลุ่มคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง โดยมีการคาดกันว่าสิ่งที่ทาง AMD จะนำเสนออาจจะเป็นข้อมูลซีพียู Next-Gen Ryzen รุ่นต่อไปที่ใช้สถาปัตยกรรมหลัก Zen 5 ซึ่งมีชื่อรหัสว่า Granite Ridge และดูเหมือนว่า AMD กำลังเตรียมชิปเจเนอเรชันถัดไปสำหรับการผลิตชิปซีพียูที่น่าจะกำหนดการเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2024 น่าจะได้ข้อมูลซีพียูรุ่นใหม่ในการเปิดตัวหลังจากที่ทาง AMD ก็ทำเช่นเดียวกันในงาน Computex 2022 ซึ่งซีพียู Ryzen 7000 “Zen 4″ และรุ่นถัดไป แพลตฟอร์ม AM5 ได้กเปิดตัวต่อสาธารณะเช่นกันครับ ก็รอดูครับว่าในปีนี้ AMD จะเปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ในงาน Computex 2024 หรือไม่รวมทั้งผลิตภัรฑ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจจะมีอะไรบ้าง น่าติดตามครับ

2024 02 23 7 29 39 Dr. Lisa Su ซีอีโอของ AMD จะเป็นเจ้าภาพเปิดงาน Computex 2024 ในวันที่ 3 มิถุนายน คาดว่าจะเผยข้อมูลซีพียู Next Gen Ryzen รุ่นต่อไปและข้อมูลอื่นๆ อีกมากมาย

image Dr. Lisa Su ซีอีโอของ AMD จะเป็นเจ้าภาพเปิดงาน Computex 2024 ในวันที่ 3 มิถุนายน คาดว่าจะเผยข้อมูลซีพียู Next Gen Ryzen รุ่นต่อไปและข้อมูลอื่นๆ อีกมากมาย


Nvidia ปรับราคาการ์ดจอ GeForce RTX 4070 และ RTX 4060 Ti Founders Edition ลดลงในฝั่งประเทศจีน

nvidia geforce rtx 4070 rtx 4060 ti founders edition drop price in china Nvidia ปรับราคาการ์ดจอ GeForce RTX 4070 และ RTX 4060 Ti Founders Edition ลดลงในฝั่งประเทศจีน

วันนี้ก็มีข่าวจากฝั่ง Nvidia มาอัพเดทให้เราได้ชมกันครับกับข่าวของการ์ดจอ GeForce RTX 4070 และ RTX 4060 Ti Founders Edition ที่มีการปรับราคาลงในฝั่งประเทศจีนทั้ง 2รุ่น โดยราคาจากทาง JD.com อัพเดทของ NVIDIA GeForce RTX 4070 Founders Edition จะอยู่ที่ 4599 RMB / 22956บาท ลดลงกว่า 200 RMB จากราคาเดิมl MSRP ตอนเปิดตัวอยู่ที่ 4799 RMB. ซึ่งลดลงกว่า 30ดอลล่าสหรัฐฯ สำหรับรุ่น NVIDIA GeForce RTX 4060 Ti Founders Edition ลดราคาลงอยู่ที่ 2999 RMB / 14969บาท ลดลงกว่า 200RMB เช่นเดียวกัน โดยราคา MSRP ตอนเปิดตัวอยู่ที่ 3199 RMB. ซึ่งคาดว่าเป็นการปรับราคาเพื่อตอบโต้คู่แข่งอย่าง Radeon RX 7900 GRE หรือไม่ แต่สำหรับในไทยเราราคาก็ยังไม่ลดลงแต่อย่างใดครับ

nvidia geforce rtx 4070 rtx 4060 ti founders edition gpus price drop china  1 Nvidia ปรับราคาการ์ดจอ GeForce RTX 4070 และ RTX 4060 Ti Founders Edition ลดลงในฝั่งประเทศจีน

ที่มา https://wccftech.com


[ดูข่าวทั้งหมด]