บทความเด็ด

ดูบทความทั้งหมด
Review : MSI GT60 Gaming Notebook

Review : MSI GT60 Gaming Notebook

Ivy-Bridge i7 + GTX670 + SSD 64gbx2 RAID0 ตกลงแล้วนี่คอมตั้งโต๊ะ หรือโน๊ตบุ๊กจริงๆ ?

Review : Samsung 5 Series Ultrabook

Review : Samsung 5 Series Ultrabook

Samsung 530U4 5 Series ultrabook มาพร้อมกับจอ 14 นิ้วและออฟติคัลไดร์ฟ

Preview : New Asus N56VM !! พร้อมขุมพลังใหม่

Preview : New Asus N56VM !! พร้อมขุมพลังใหม่

N series 15 นิ้ว โฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม พร้อมแรงกว่าเดิมด้วยพลังจากภายใน !!

Review : Acer Aspire One D270

Review : Acer Aspire One D270

เน็ทบุคบางเบา ยอดประหยัดไฟขุมพลัง Dual Core

HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review

HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review

HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review อัดแน่นด้วยฟีเจอร์แบบครบครันสำหรับองค์กรและสำนักงานที่เน้นความคุ้มค่าประหยัดในการใช้งาน

HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer

HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer

HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer เครื่องปรินต์คุณภาพปรินต์ได้สูงสุดถึง 1500แผ่นต่อหมึกหนึ่งตลับ จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ที่มากมายสุดคุ้มค่าสุดประหยัด

HP Deskjet Ink Advantage 3635

HP Deskjet Ink Advantage 3635

HP Deskjet Ink Advantage 3635 รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยเทคโนโลยีไร้สาย HP wireless direct กับราคาเร้าใจเพียงสามพันกว่าบาท

Brother DCP-J105 InkBenefit : Colour InkJet Multi-Function Centre

ปริ้นท์ สแกน ถ่ายเอกสาร รองรับการเชื่อมต่อไร้สายครบครัน ประหยัดหมึก ในราคาย่อมเยาว์

กระดานข่าว Vmodtech

เข้าเว็บบอร์ด

Update ข่าวสาร

ดูข่าวทั้งหมด

แอบดูกล่องใส่ซีพียู Intel Core i5 , i7 “Coffeelake” รุ่นที่ 8th ใหม่ล่าสุดที่ใช้ได้กับเมนบอร์ดชิบเซ็ตซีรี่ย์ 300 chipset เท่านั้น!!!

intel coffeelake แอบดูกล่องใส่ซีพียู Intel Core i5 , i7 Coffeelake รุ่นที่ 8th ใหม่ล่าสุดที่ใช้ได้กับเมนบอร์ดชิบเซ็ตซีรี่ย์ 300 chipset เท่านั้น!!!

วันนี้ก็มีข่าวรูปภาพกล่องใส่ของทางซีพียู Intel Core i5 , i7 “Coffeelake” ในรุ่นที่ 8th ออกมาให้ได้ชมกันครับ รวมทั้งสเปคที่น่าจะยืนยันกันแล้วครับว่ามีจำนวนคอร์อยู่ที่ 6/12คอร์/เทรด และ 6/6คอร์/เทรด ใน Core i7 / i5 รวมทั้ง IGP หรือกราฟฟิกออนซีพียูของตัวซีพียูนั้นจะเป็นซีรี่ย์ Intel UHD Graphics 630 integrated chipset ในส่วนของการรองรับแพลตฟอร์มของเมนบอร์ดก็ค่อนข้างชัดเจนแล้วครับว่า Intel  “Coffeelake” รุ่นที่ 8นั้นจะใช้เมนบอรืดชิบเซ็ตใหม่ทั้งหมดก็คือชิบเซ็ตซีรี่ย์ 300 chipset เท่านั้น ทำให้ไม่สามารถใช้งานกับบรรดาเมนบอร์ดในรุ่นเดิมอย่าง 200ซีรี่ย์ได้นั่นเองครับ ส่วนการวางจำหน่ายก็จะอยู่ประมาณช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือประมาณปลายๆปีไปหาปีหน้านั่นเองครับ บรรดาสาวกอินเทลก็เตรียมใจไว้เลยครับว่าใช้งานกับเมนบอร์ดรุ่นเดิมซีรี่ย์ 200 ไม่ได้ค่อนข้างแน่นอนแล้วครับ

intel coffeelake i5 packaging1 แอบดูกล่องใส่ซีพียู Intel Core i5 , i7 Coffeelake รุ่นที่ 8th ใหม่ล่าสุดที่ใช้ได้กับเมนบอร์ดชิบเซ็ตซีรี่ย์ 300 chipset เท่านั้น!!!

intel coffeelake i7 packaging1 แอบดูกล่องใส่ซีพียู Intel Core i5 , i7 Coffeelake รุ่นที่ 8th ใหม่ล่าสุดที่ใช้ได้กับเมนบอร์ดชิบเซ็ตซีรี่ย์ 300 chipset เท่านั้น!!!

ที่มา https://videocardz.com

และ AnandTech


ไมโครซอฟเปิดตัวเกมส์ระดับตำนาน Age of Empires IV พร้อม Trailer อย่างเป็นทางการ

2017 08 22 10 44 29 ไมโครซอฟเปิดตัวเกมส์ระดับตำนาน Age of Empires IV พร้อม Trailer อย่างเป็นทางการ

ไมโครซอฟยักษ์ใหญ่แห่งวงการ PC ทำการเปิดตัวเกมส์ระดับตำนาน Age of Empires IV ในภาคที่4 หลังจากที่รอคอยมานาน โดยเกมส์ในระดับตำนานนี้อยู่คู่ชาวพีซีมาอย่างช้านานจะบอกได้เลยว่าเป็นสุดยอดของเกมส์แนววางแผนที่เล่นได่สนุกทุกภาคเลยก็ว่าได้ โดยในเวอร์ชั่นภาคที่4 นี้ก้ได้มีการปล่อยตัวอย่างจากทางไมโครซอฟมาให้ชมแบบเรียกน้ำย่อยกัน คงมั่นใจได้เลยครับว่า Age of Empires IV นั้นกลับมาอย่างแน่นอน แฟนๆ  Age of Empires ซีรี่ย์เตรียมตัวไว้เลยครับ กระเป๋าตังค์สั่นรัวๆแน่นอน

2017 08 22 10 45 53 ไมโครซอฟเปิดตัวเกมส์ระดับตำนาน Age of Empires IV พร้อม Trailer อย่างเป็นทางการ

2017 08 22 10 46 12 ไมโครซอฟเปิดตัวเกมส์ระดับตำนาน Age of Empires IV พร้อม Trailer อย่างเป็นทางการ

2017 08 22 10 46 31 ไมโครซอฟเปิดตัวเกมส์ระดับตำนาน Age of Empires IV พร้อม Trailer อย่างเป็นทางการ

2017 08 22 10 46 52 ไมโครซอฟเปิดตัวเกมส์ระดับตำนาน Age of Empires IV พร้อม Trailer อย่างเป็นทางการ

2017 08 22 10 47 14 ไมโครซอฟเปิดตัวเกมส์ระดับตำนาน Age of Empires IV พร้อม Trailer อย่างเป็นทางการ


HP คว้ารางวัล Shutterfly 5 ปีซ้อนสะเทือนวงการงานพิมพ์ดิจิทัลผู้นำในวงการภาพดิจิทัลและ HP Indigo ร่วมมือกันช่วยให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของภาพส่วนตัวแสนรักได้

2000px hp logo 2012 svg1 300x300 HP คว้ารางวัล Shutterfly 5 ปีซ้อนสะเทือนวงการงานพิมพ์ดิจิทัลผู้นำในวงการภาพดิจิทัลและ HP Indigo ร่วมมือกันช่วยให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของภาพส่วนตัวแสนรักได้

•    HP Indigo เลือก Shutterfly เป็นผู้ให้บริการด้านงานพิมพ์ดิจิทัลโดยเฉพาะ

•    Shutterfly ติดตั้งเครื่องพิมพ์ HP Indigo 12000 Digital Press เพิ่มอีก 20 เครื่อง จึงทำให้เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด ณ ปัจจุบันด้วยจำนวนเครื่องพิมพ์ทั้งหมด 45 เครื่อง

•    การขยายความสัมพันธ์กับ Shutterfly เน้นย้ำการเติบโตและการเปลี่ยนผ่านธุรกิจงานพิมพ์และกราฟิกของเอชพี

กรุงเทพ 21 สิงหาคม 2560 – บริษัท เอชพี  อิงค์ ประกาศถึงความสำเร็จของข้อตกลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์กับ Shutterfly บริษัทชั้นนำของโลกด้านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเฉพาะบุคคล รวมถึงบริการอื่นๆทางออนไลน์ การสั่งซื้อเครื่องพิมพ์ HP Indigo 12000 Digital Press เพิ่มอีก 20 เครื่องของบริษัท Shutterfly ส่งผลให้เอชพีเป็นผู้ให้บริการเพียงหนึ่งเดียวด้านงานพิมพ์ดิจิทัลเฉพาะบุคคล (personalized printing) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ Shutterfly ในระยะเวลา 5 ปี การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 1 ปีหลังจากที่ Shutterfly ได้สั่งซื้อเครื่องพิมพ์ HP Indigo 12000 Digital Press จำนวน 25 เครื่อง ทำให้ปัจจุบัน Shutterfly มีจำนวนเครื่องพิมพ์รวม 45 เครื่อง ซึ่งถือเป็นยอดสั่งซื้อที่มากที่สุดสำหรับ HP Indigo ในตอนนี้

นายเอ็นริเก้ โลเรส ประธานฝ่ายธุรกิจภาพและงานพิมพ์บริษัทเอชพี อิงค์ กล่าวว่า “เราเห็นการเกิดใหม่อย่างยิ่งใหญ่   ของวงการงานพิมพ์ดิจิทัล ผู้คนมักเลือกคลิกในสิ่งที่เขาชอบ แต่จะสั่งพิมพ์ในสิ่งที่เขารัก ดังนั้นเทคโนโลยีงานพิมพ์ดิจิทัลของเอชพีและความสามารถของมันจะเปิดตลาดใหม่ แอปพลิเคชันใหม่ และโอกาสใหม่ๆ สำหรับลูกค้าหลักอย่าง Shutterfly เราเห็นได้ชัดเจนว่าวงการพิมพ์ดิจิทัลและธุรกิจกราฟฟิกกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อหลายบริษัทค้นพบศักยภาพของงานพิมพ์ที่นำไปสู่การสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ใหม่ๆ กับลูกค้า”

Shutterfly จะใช้กองทัพเครื่องพิมพ์นี้ในการสร้างสรรค์สินค้าใหม่คุณภาพสูงที่มีความเฉพาะตัวสำหรับลูกค้า รวมทั้งของขวัญต่างๆ สมุดภาพ ปฏิทิน เครื่องเขียนส่วนตัว การ์ด และของที่ระลึก ด้วยหน้ากว้าง 29 นิ้วของ HP Indigo 12000 Digital Press จะทำให้การพิมพ์งานในระบบออฟเซ็ทสามารถหาสีดิจิทัลให้ตรงกับคุณภาพของภาพจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถพิมพ์บนวัสดุได้หลากหลายอย่าง เช่น วัสดุสังเคราะห์ โลหะ และผ้าใบ HP Indigo รุ่นใหม่นี้ สามารถช่วย Shutterfly จัดการงานในช่วงวันสำคัญต่างๆ หรือช่วงวันหยุดในแต่ละปี ซึ่งผู้คนมักนิยมมอบของขวัญที่ทำจากภาพให้กันได้อย่างทันท่วงที

shutterfly HP คว้ารางวัล Shutterfly 5 ปีซ้อนสะเทือนวงการงานพิมพ์ดิจิทัลผู้นำในวงการภาพดิจิทัลและ HP Indigo ร่วมมือกันช่วยให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของภาพส่วนตัวแสนรักได้

นายดเวนย์ แบล็ค รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายการผลิต บริษัท Shutterfly กล่าวว่า “ที่ Shutterfly เราช่วยให้ผู้คนเก็บช่วงเวลาน่าจดจำในชีวิตของพวกเขาไว้อย่างดีที่สุด ซึ่งเราก็ได้ใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อถ่ายทอดความทรงจำเหล่านี้ออกมาด้วยคุณภาพที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าของเรา HP Indigo Digital Press แสดงให้เราเห็นถึงอนาคตของธุรกิจของเรา และยังได้ตั้งมาตรฐานแก่อุุตสาหกรรมในการผลิตงานพิมพ์ที่ดีที่สุดเพื่อบันทึกความสุขและรับรองว่าจะสามารถถ่ายทอดไปยังลูกค้าของเราได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์”

แถลงการณ์ของ Shutterfly ในวันนี้คืออีกข้อพิสูจน์หนึ่งของการเติบโตอย่างรวดเร็วของแบรนด์ต่างๆในทุกอุตสาหกรรมที่จะมาตอบสนองพลังและความสามารถเฉพาะตัวในงานพิมพ์ดิจิทัลของเอชพี รวมถึงเป็นการหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่ถูกจำกัดอยู่แค่ในจินตนาการของเขา งานพิมพ์ดิจิทัลของเอชพีช่วยเปิดประตูแห่งการสร้างสรรค์และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลดระยะเวลาในการเข้าสู่ตลาด ลดทอนความซับซ้อน และยังช่วยลดต้นทุน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นแก่หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกเช่น Coca-Cola, International/Oreo และบริษัทอื่นอีกมากมาย

เอชพีได้นำการปฏิวัติสิ่งพิมพ์ analog-to-digital ด้วยเครื่อง Indigo B2 มากกว่า 500 เครื่องใน 50 ประเทศทั่วโลก

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของเครื่องพิมพ์ HP’s award-wining HP Indigo Digital Press ได้ที่

http://www8.hp.com/us/en/commercial-printers/indigo-presses/12000.html.

เกี่ยวกับ HP

บริษัทเอชพี อิงค์ สร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของทุกๆ คนในทุกๆ ที่ เราสร้างประสบการณ์อันน่าทึ่งด้วยความสามารถของเราในด้านเครื่องพิมพ์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ โซลูชั่น และบริการอื่นๆ ท่านสามารถค้นหา   ข้อมูลเพิ่มเติมของบริษัทเอชพี ได้ที่ http://www.hp.com.

HyperX เข้าร่วมงานแข่งขัน GPL Summer 2017 สู่การเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขัน LOL ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

untitled HyperX เข้าร่วมงานแข่งขัน GPL Summer 2017 สู่การเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขัน LOL ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – 21 สิงหาคม 2560 - HyperX แผนกเกมมิ่งส่วนหนึ่งของ Kingston Technology, วันนี้ได้ประกาศการเริ่มต้นเป็นผู้สนับสนุนหลักในงาน Garena Premier League 2017 Summer Split  ซึ่งเป็นการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ League of Legends อันยิ่งใหญ่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้, โดยมีทีมจากประเทศไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์และเวียดนาม ที่ต้องมาแข่งกันใน กรุงเทพมหานคร โดยใช้อุปกรณ์เกมมิ่งจาก HyperX และเข้าประชันกันเพื่อจุดหมายเดียวคือแชมป์โลกปี 2017

GPL Summer 2017 จัดแข่งขันขึ้นที่ Mueng Thai GMM Live House กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 25 – 27 สิงหาคม โดยมี 7 ทีมจาก 6 ประเทศที่แข็งแกร่งมาร่วมชิงชัยเพื่อคว้ารางวัลชนะเลิศที่สูงถึง 1,000,000 บาท ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขัน eSports และชุมชนเกมมิ่ง HyperX ได้เป็นผู้นำในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลและมีประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมสำหรับทีมที่จะก้าวไปสู่ระดับต่อไป ด้วยหูฟัง คีย์บอร์ดและเมาส์ที่มีคุณภาพสูง HyperX พร้อมสนับสนุน GPL Summer 2017 และนำเสนอการแข่งขันที่ดีที่สุดสำหรับแฟนๆ เกมชาวเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นี้

“พวกเรามีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ Garena Thailand ในการแข่งขัน GPL Summer 2017 นี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่มีมาอย่างยาวนานของเรากับชุมชนเกม” กล่าวโดย Susan Yang, ผู้จัดการด้านการตลาด, ภาคพื้นเอเซียแปซิฟิก, HyperX ในฐานะที่ eSports ได้รับความนิยมในหมู่ประเทศ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งในการกีฬาหลักที่สำคัญ HyperX จะยังคงสนับสนุนและนำความสนุกสนานมอบให้กับแฟนๆ กีฬา eSports”

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการแข่งขัน GPL ครั้งแรกในประเทศไทย HyperX จะจัดตั้งบูธในวันที่ 25-27 สิงหาคมนี้ เพื่อให้แฟนๆ สามารถสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงจาก HyperX และมีโอกาสได้เล่นเกมร่วมกับตัวแทนประชาสัมพันธ์ของ HyperX, Neolution E-SPORT ที่มีชื่อเสียงและ Toffie นอกจากนี้เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ HyperX ในงาน ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับโปรโมชั่นสุดร้อนแรงกับส่วนลดพิเศษถึง 50% ขอเชิญมาร่วมสนุกกับเกมด้วยกัน!

สามารถพบกับ HyperX ได้ที่:

YouTube : https://www.youtube.com/user/KingstonHyperXThai

Facebook : https://www.facebook.com/hyperxthai/

อะโดบีเผยรายงานวิจัย Creative Pulse ประจำปี 2560: ดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์เสริมสร้างธุรกิจที่มุ่งเน้นประสบการณ์ลูกค้า

creative pulse 2017 อะโดบีเผยรายงานวิจัย Creative Pulse ประจำปี 2560: ดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์เสริมสร้างธุรกิจที่มุ่งเน้นประสบการณ์ลูกค้า

กรุงเทพฯ, 18 สิงหาคม 2560 — ในยุคสมัยของธุรกิจที่มุ่งเน้นประสบการณ์ของลูกค้า หรือ Experience Business การออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับองค์กรธุรกิจที่ต้องการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งและนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า  ผลการวิจัยใหม่ล่าสุดจากอะโดบีเน้นย้ำถึงบทบาทของกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการปฏิรูปธุรกิจอย่างเหนือชั้น

งานวิจัย Creative Pulse ประจำปี 2560 (2017 Creative Pulse research) ของอะโดบีสำรวจความคิดเห็นของบุคลากรด้านครีเอทีฟและการตลาดกว่า 5,000 คน และตรวจสอบบทบาทของการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ในการปฏิรูปธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC)  ตลาดที่ทำการสำรวจความคิดเห็นได้แก่ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน และจีน

งานวิจัย Creative Pulse ประจำปี 2560 พบว่า การผสานรวมประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงสำหรับชุมชนครีเอทีฟ ตามมาด้วยการปรับใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล และความต้องการสำหรับทักษะใหม่ๆ  นอกจากนี้ งานวิจัยดังกล่าวยังระบุว่าประสบการณ์ของลูกค้าคือการลงทุนที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กรธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC)

นายวีอาร์ ศรีวัตศาน, กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอะโดบี กล่าวว่า “องค์กรธุรกิจในทุกๆ ที่หันมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น และการผสานรวมประสบการณ์แบบออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในแนวคิดขององค์กรต่างๆ เกี่ยวกับประสบการณ์ของลูกค้า ขณะที่หลายๆ องค์กรมุ่งเน้นการปรับปรุงการดำเนินงานและประสบการณ์ในรูปแบบดิจิตอล แต่ลูกค้าก็ยังคงคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ทางกายภาพที่ดีเช่นกัน ลูกค้าจำเป็นต้องได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจในทุกขั้นตอนและทุกช่องทางของการติดต่อสื่อสารกับองค์กร ไม่ว่าจะในรูปแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ และผลการวิจัย Creative Pulse ประจำปี 2560 ก็สะท้อนข้อเท็จจริงดังกล่าว”


ผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่

ทุกวันนี้ ประสบการณ์แบบออนไลน์และออฟไลน์ถูกผลักดันด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเช่น Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI)  รายงาน Creative Pulse ประจำปี 2560 ระบุว่า ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ไม่ได้รู้สึกกังวลใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI หรือการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) อย่างไรก็ตาม ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ตอบแบบสอบถาม 64% แสดงความกังวลใจเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีเหล่านี้ ขณะที่ 22% ระบุว่าตนเองมีความกังวลใจอย่างมาก

“เทคโนโลยี Artificial Intelligence (AI) และ Machine Learning สามารถดำเนินกระบวนการที่จำเจโดยอัตโนมัติ และเพิ่มความคล่องตัวให้กับกระบวนการผลิตด้านครีเอทีฟ ช่วยให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องมีเวลาเพิ่มมากขึ้นในการคิดค้นไอเดียใหม่ๆ และทำงานสร้างสรรค์ เทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ไม่ได้เข้ามาแทนที่บทบาทของการคิดสร้างสรรค์ แต่ช่วยให้บุคลากรด้านครีเอทีฟสามารถทุ่มเทเวลาและความพยายามให้กับการสร้างสรรค์และการพัฒนาต่อยอดไอเดียได้อย่างเต็มศักยภาพ” นายวีอาร์ ศรีวัตศาน กล่าวเพิ่มเติม

แม้ว่าบุคลากรด้านครีเอทีฟในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกังวลว่าเทคโนโลยีใหม่จะเข้ามาแย่งงานที่ตนเองทำอยู่ แต่พวกเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ กล่าวคือ 51% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแผนที่จะเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆ ในด้าน Machine Learning และระบบงานอัตโนมัติ เพื่อขยายขีดความสามารถของตนเองโดยอาศัยกระบวนการคิดเชิงออกแบบ  นอกจากนี้ 69% ระบุว่าตนเองกำลังปรับปรุงทักษะให้ทันสมัยทุกๆ 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อก้าวให้ทันกับการพัฒนาอุตสาหกรรม

สรุปประเด็นสำคัญสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากรายงาน Creative Pulse ประจำปี 2560 มีดังนี้:

·         โซเชียลมีเดียเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดอันดับหนึ่งสำหรับองค์กรธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามมาด้วยประสบการณ์ลูกค้าและเนื้อหาคอนเทนต์

·         เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างเช่น Augmented Reality (AR) , Virtual Reality (VR) และ Machine Learning เป็นกระแสแนวโน้มที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดสำหรับบุคลากรด้านครีเอทีฟ ตามมาด้วยผลกระทบของโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มใหม่ๆ สำหรับการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

·         54% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ประสบการณ์ลูกค้าเป็นองค์ประกอบหลักของกลยุทธ์ขององค์กร

·         36% ของบุคลากรด้านครีเอทีฟและนักการตลาดได้ปรับใช้โปรแกรมประสบการณ์ลูกค้าเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่ 38% มีแผนที่จะพัฒนาโปรแกรมดังกล่าว และ 24% ไม่มีแผนที่จะนำเสนอโปรแกรมประสบการณ์ลูกค้าในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

·         บุคลากรด้านครีเอทีฟและนักการตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังผสานรวมกระบวนการคิดเชิงออกแบบในส่วนงานต่างๆ: ครีเอทีฟ (64%), นักการตลาด (51%) และบุคลากรที่ทำงานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (47%)

คอนเทนต์และโซเชียลมีเดีย

นอกจากนั้น องค์กรต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังลงทุนในโซเชียลมีเดียมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ ในเอเชีย-แปซิฟิก ตามมาด้วยประสบการณ์ลูกค้าและเนื้อหาคอนเทนต์  การมุ่งเน้นแพลตฟอร์มโซเชียลดังกล่าวก่อให้เกิดโอกาสและความท้าทายมากมายในภูมิภาคนี้

“โซเชียลมีเดียมีความสำคัญอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยก่อให้เกิดความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากสำหรับเนื้อหาคอนเทนต์ต่างๆ และสร้างแรงกดดันต่อองค์กรซึ่งจะต้องพยายามก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง  ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่า งบประมาณคือความท้าทายที่สำคัญที่สุด ตามมาด้วยความเห็นที่ขัดแย้ง และกระบวนการภายในองค์กร  เพื่อก่อให้เกิดผลกระทบสูงสุดโดยใช้งบประมาณที่น้อยลง ทีมงานฝ่ายการตลาดและครีเอทีฟจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านคอนเทนต์ให้มีความเหมาะสม และนำเสนอประสบการณ์ที่น่าทึ่งให้แก่ลูกค้า” นายวีอาร์ ศรีวัตศาน กล่าว

รายงาน Creative Pulse ประจำปี 2560 ตอกย้ำถึงความสำคัญของการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ต่อการปรับปรุงการดำเนินงานโดยใช้เทคโนโลยีดิจิตอลและรูปแบบธุรกิจ Experience Business

“การปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบธุรกิจ Experience Business ไม่ได้อาศัยเพียงแค่การถ่ายโอนประสบการณ์แบบปกติที่มีอยู่ไปสู่แพลตฟอร์มดิจิตอลเท่านั้น หากแต่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากพลังของการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ที่ดีเยี่ยม เพื่อสร้างความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ด้วยการมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า” นายวีอาร์ ศรีวัตศาน กล่าว

มีเพียงแพลตฟอร์ม Adobe Experience Cloud เท่านั้นที่มอบทุกสิ่งที่จำเป็นให้แก่องค์กรธุรกิจสำหรับการนำเสนอประสบการณ์ที่เหนือชั้นให้แก่ลูกค้า  Adobe Experience Cloud ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Machine Learning และ Artificial Intelligence ของ Adobe Sensei โดยผสานรวมโซลูชั่นระดับโลก จึงนับเป็นแพลตฟอร์มแบบครบวงจรที่ครอบคลุมระบบข้อมูลและเนื้อหาคอนเทนต์ ทั้งยังมีเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งซึ่งมอบความเชี่ยวชาญที่เหนือกว่าในเรื่องของการนำเสนอประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า

ดาวน์โหลดรายงานวิจัย Creative Pulse ประจำปี 2560 ที่นี่

เกี่ยวกับอะโดบี

อะโดบีเปลี่ยนโลกผ่านประสบการณ์ด้านดิจิตอล รายละเอียดเพิ่มเติม www.adobe.com/sea


ติดตามอะโดบีผ่านเฟสบุ๊กที่ https://www.facebook.com/AdobeSEA/

เดลล์ อีเอ็มซี เปิดตัวสายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก รุ่นเน็กซ์-เจน ลงตลาด

01 dell emc 720x480 เดลล์ อีเอ็มซี เปิดตัวสายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก รุ่นเน็กซ์ เจน ลงตลาด

เซิร์ฟเวอร์ใหม่ PowerEdge เจเนอเรชั่นที่ 14  เป็นรากฐานอันมั่นคงแข็งแกร่งสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์สมัยใหม่ เปี่ยมล้นด้วยศักยภาพ ด้วยแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและให้ประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับทุกเวิร์กโหลดของลูกค้า ในระบบบริหารจัดการที่เรียบง่าย

สรุปประเด็นข่าวที่น่าสนใจ

·        สถาปัตยกรรมเพื่อธุรกิจที่รองรับการขยายได้เต็มที่ สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ (Software-defined data center) ให้ IOPs ฐานข้อมูลที่สูงถึง 12 เท่า เพื่อเร่งความเร็วในการใช้แอปพลิเคชันล้ำหน้า

·        ระบบออโตเมชันที่ชาญฉลาด เร่งความเร็วในการจัดการดีขึ้น 4 เท่า ด้วย iDRAC9 และลดขั้นตอนในการติดตั้ง iDRAC ด้วย QuickSync 22

·        ให้ความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยแบบผสานรวม ด้วยสถาปัตยกรรมเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการโจมตีบนไซเบอร์ได้ตลอดเวลา รวมถึงรักษาความปลอดภัยของซัพพลายเชนเพื่อการปกป้องที่ครบวงจร

กรุงเทพฯ วันที่ 18 สิงหาคม 2560 – เดลล์ อีเอ็มซี ประกาศเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์รุ่นขายดีที่สุดของโลก รุ่นเน็กซ์-เจน เพื่อช่วยลูกค้าทุกขนาดธุรกิจขับเคลื่อนไปสู่ความริเริ่มเพื่อการปฏิรูปไอที โดยมีการเปิดพรีวิว ที่งาน Dell EMC World 2017 ไปเมื่อเร็วๆ นี้ สายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge รุ่นที่ 14 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่และ ชนะเลิศรางวัล ด้านการออกแบบ ให้แพลตฟอร์มการประมวลผลแบบอัตโนมัติที่ให้ความปลอดภัย และขยายขีดความสามารถได้ สำหรับแอปพลิเคชันแบบดั้งเดิมและที่ทำงานบนคลาวด์ โดยออกแบบมาสำหรับระบบประมวลผลใหม่ Intel® Xeon® ที่รองรับการขยายระบบได้เช่นกัน

“เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge รุ่นที่ 14  เป็นการปรับปรุงสายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่ดีที่สุดของโลก ออกแบบมาเพื่อช่วยลูกค้าขับเคลื่อนไปสู่การปฏิรูปไอที” นายอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร เดลล์ อีเอ็มซี อินโดจีน กล่าว “โซลูชันระบบโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่เป็นตัวเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน และด้วยสถาปัตยกรรมที่เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีบนไซเบอร์ได้ตลอดเวลา (cyber-resilient architecture) ที่มาพร้อมนวัตกรรมเรื่องของประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยให้เราสามารถปลดปล่อยศักยภาพทางธุรกิจให้กับลูกค้าได้”

“การปฏิวัติบทบาทของแอปพลิเคชันและดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรในปัจจุบัน” นายอภิชาติ อัศวาดิศยางกูร ผู้อำนวยการด้าน Sales Engineering เดลล์ อีเอ็มซี อินโดจีน ได้ให้ความเห็น “ในปัจจุบัน ความต้องการด้านดาต้าเซ็นเตอร์เปลี่ยนไป เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์ในปัจจุบันต้องมีระบบโครงสร้างที่ทันสมัยสามารถปรับเปลี่ยนและขยายขีดความสามารถรองรับความต้องการรวมถึงช่วยให้การปฏิรูปไอทีทำได้เร็วขึ้นได้ในที่สุด เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge รุ่นที่ 14 เข้ามาเปลี่ยนโฉมระบบหลักของดาต้าเซ็นเตอร์ให้ทันสมัยนำไปสู่การตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

จากการศึกษากราฟแสดงการเติบโตของการปฏิรูปไอทีของ ESG 2017 (ESG 2017 IT Transformation Maturity Curve) ที่สนับสนุนการจัดทำโดยเดลล์ อีเอ็มซี ขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ พบว่า องค์กรที่กำลังเดินสู่ความริเริ่มในการปฎิรูปไอทีได้ไกลที่สุดก็จะเห็นว่าไอทีเป็นปัจจัยที่สร้างความแตกต่างทางการแข่งขันได้มากกว่าถึง 7 เท่า  การจะประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ สิ่งสำคัญอันดับต้นสำหรับความริเริ่มด้านการปฏิรูปไอทีหลายๆ ด้านคือระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยที่สามารถให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นด้วยความปลอดภัยในขณะที่ช่วยผลักดันนวัตกรรมที่ทำให้โมเดลธุรกิจใหม่เกิดขึ้นได้

และด้วยสถาปัตยกรรมด้านธุรกิจที่รองรับการปรับขยาย ระบบออโตเมชันอันชาญฉลาด และระบบรักษาความปลอดภัยแบบผสานรวม จึงทำให้ สายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge รุ่นที่ 14 มอบคุณประโยชน์เหล่านี้ได้ตามต้องการ  เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge เป็นรากฐานอันมั่นคงแข็งแกร่งของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทันสมัย ช่วยให้ลูกค้าขับเคลื่อนนวัตกรรมที่เดินไปข้างหน้าและสามารถบรรลุเป้าหมายของการปฏิรูปไอทีได้เร็วยิ่งขึ้น

สถาปัตยกรรมทางธุรกิจที่รองรับการปรับขยาย ของเซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge ช่วยให้ลูกค้าตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความสามารถที่ยกระดับเรื่องของประสิทธิภาพสำหรับงานเวิร์กโหลดทั้งระบบเดิม ระบบเสมือน และบนคลาวด์ในรูปของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ (Software-defined data center) สายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge ใหม่ รองรับเทคโนโลยี non-volatile memory express (NVMe) ได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ลูกค้าเร่งการนำ software-defined data storage และ hyper-converged infrastructure มาใช้ ด้วยความสามารถดังต่อไปนี้

·        เร่งประสิทธิภาพการทำงานของฐานข้อมูล และมีค่าหน่วงเวลา (Latency) ที่ต่ำลง โดยให้ค่า IOPS ฐานข้อมูลสูงขึ้นถึง 12 เท่า และให้ Latency ของฐานข้อมูลน้อยลงถึง 98 เปอร์เซ็นต์ในคลัสเตอร์ VMware vSAN

·        สามารถทำ Live Migration หรือย้ายเวอร์ชวลแมชชีนขณะที่ยังทำงานอยู่ ได้เร็วขึ้นและไม่เกิดผลกระทบใดๆ โดยปัจจุบันทำได้เร็วขึ้น 58 เปอร์เซ็นต์ และใช้ซีพียูน้อยลงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ เมื่องใช้ RDMA (Remote Direct Memory Access) 25GbE

·        ให้ประสิทธิภาพด้านสตอเรจที่เร็วขึ้น ในการประมวลผลเพื่อขยายประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชันได้สูงสุด เร็วกว่าไดร์ฟ NVMe  6 เท่า ให้แฟลช สตอเรจที่จุขึ้น 5 เท่า ให้ density มากขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ ใส่สล็อต input/output ได้มากขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์

03 dell emc 720x480 เดลล์ อีเอ็มซี เปิดตัวสายผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่ขายดีที่สุดในโลก รุ่นเน็กซ์ เจน ลงตลาด

ระบบออโตเมชันอันชาญฉลาดในเซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge ช่วยให้มืออาชีพด้านไอทีมุ่งเน้นที่งานสำคัญที่ช่วยเพิ่มคุณค่าธุรกิจและให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้าได้ โดยเฉพาะ OpenManage Enterprise ที่มาพร้อมขุมพลังจาก RESTful API จึงนับเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ปรับใช้งานในระบบอัตโนมัติได้ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดต การสอดส่องดูแล รวมถึงการซ่อมบำรุง ทั้งนี้ระบบบริหารจัดการ (management console) ใหม่อันทรงพลังของ OpenManage Enterprise ยังช่วยผู้ใช้ในเรื่องต่อไปนี้

·        บริหารจัดการวงจรการทำงานของเซิร์ฟเวอร์ได้ง่ายดาย ตั้งแต่เริ่มนำมาใช้งาน ตลอดจนการยกเลิก รวมถึงการปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้วย iDRAC9 ช่วยให้ประสิทธิภาพในการจัดการดีขึ้นถึง 4 เท่า ในส่วนของยูสเซอร์อินเทอร์เฟซ และให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดี ช่วยลดเวลาในการติดตั้ง iDRAC ได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ด้วย QuickSync 2 ระบบบริหารจัดการผ่านโมบาย

·        เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge สามารถแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น 90 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเทคโนโลยีด้านการคาดการณ์ปัญหาและแก้ไขในเชิงรุกจาก ProSupport Plus และ SupportAssist

เดลล์ อีเอ็มซี เชื่อว่าระบบรักษาความปลอดภัยแบบผสานรวม เป็นส่วนที่อยู่ในการประมวลผลและไม่ควรนำมาคิดค่าลิขสิทธิ์ต่างหาก เดลล์ อีเอ็มซี จึงได้คิดค้น Root of Trust ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge ในสองรุ่นที่ผ่านมา ทั้งนี้สถาปัตยกรรมที่พร้อมรับมือการโจมตีบนไซเบอร์ได้ตลอดเวลา (Cyber-Resilient Architecture) จึงช่วยลูกค้าปกป้อง (Protect) ตรวจจับ (Detect) และกู้คืน (Recover) รวมถึงยกเลิก (Retire) เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge ผ่านวิธีต่อไปนี้

·        การบูตที่ให้ความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการเข้ารหัส (Cryptographically Trusted Booting) ที่เป็นการตอกย้ำความปลอดภัยแบบเอ็นด์-ทู-เอ็นด์ของเซิร์ฟเวอร์ และให้ความปลอดภัยดาต้าเซ็นเตอร์ในภาพรวม  โดยมีฟีเจอร์อย่าง Root of Trust ที่เป็นพื้นฐานของซิลิคอน  มีระบบป้องกัน Intel Boot Guard, Singed Firmware และ Automatic BIOS Recovery รวมถึง OpenManage Enterprise ใหม่ที่ทำหน้าที่เป็นเวอร์ชวลคอนโซลให้ความปลอดภัยเซิร์ฟเวอร์ ได้อย่างเหนือชั้น ในขณะที่ให้ความยืดหยุ่นในการดำเนินงานสำหรับลูกค้า

·        การปิดล็อกระบบ (System Lockdown) ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะทางของ PowerEdge ที่ช่วยรักษาความปลอดภัยเรื่องการตั้งค่าระบบ ไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือเกิดจากการประสงค์ร้ายพร้อมกับจะทำการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้ ในกรณีที่ผู้พยายามเปลี่ยนแปลงระบบ

·        การยกเลิกระบบ (System Erase) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถยกเลิกหรือกำหนดการใช้งานใหม่ (repurpose) ของเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge รุ่นที่ 14 ได้อย่างง่ายดาย ด้วยการลบข้อมูลจากไดร์ฟสตอเรจและที่ฝังอยู่ในส่วนหน่วยความจำแบบ non-volatile อื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ในการประสานการทำงานร่วมกับอินเทลนั้น เดลล์ อีเอ็มซี ได้นำหน่วยประมวลผล Intel® Xeon® ที่รองรับการขยายความสามารถมาใช้ในเซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge รุ่นที่ 14 ด้วยจำนวนคอร์ของซีพียูที่มากขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์ และมีแบนด์วิธในส่วนความทรงจำที่มากขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์  ลูกค้าที่ใช้เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge รุ่นที่ 14 สามารถเร่งประสิทธิภาพแอปพลิเคชันสำคัญทางธุรกิจและงานเวิร์กโหลด เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge ที่ล้ำหน้าที่สุดของ เดลล์ อีเอ็มซี รวมถึงในรูปของ แร็ค และ เบลด

·        Dell EMC PowerEdge R640 – การผสมผสานที่ลงตัวสำหรับระบบประมวลผลดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับ dense scale-out และ สตอเรจ ในแพลตฟอร์ม 1U/2-socket

·        Dell EMC PowerEdge R740 – ม้าศึกสำหรับสภาพแวดล้อมที่ตอบโจทย์ ให้สมดุลระหว่างสตอเรจ, I/O และการเร่งความเร็วแอปพลิเคชัน รวมถึงความยืดหยุ่นที่เหนือชั้นในการตั้งค่าบนแพลตฟอร์ม 2U/2S ทั้งนี้ R740 รองรับผู้ใช้ VDI ได้มากขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และรองรับ GPU Accelerator ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ สำหรับ Hadoop Analytics9

·        Dell EMC PowerEdge R740XD – แพลตฟอร์ม 2U/2S นี้ ให้สมรรถนะด้านสตอเรจที่ดีที่สุด และรองรับแอปพลิเคชัน เช่น software-defined storage ในระดับความสามารถที่ตอบสนองความต้องการของผู้ให้บริการคลาวด์ และผู้ใช้ Hadoop/Big Data และ co-location hosting

·        Dell EMC PowerEdge R940 – แพลตฟอร์ม 3U/ 4S ที่รองรับความต้องการใช้งานสูงสุด รวมถึงเวิร์กโหลดสำคัญๆ อย่าง ERP, e-Commerce และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ทั้งนี้ PowerEdge R940 สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนลิขสิทธิ์ Oracle ได้มากถึง 600,000 เหรียญสหรัฐ และให้ประสิทธิภาพการทำงานบนสภาพแวดล้อม SAP SD Sybase ได้เร็วขึ้นถึง 44 เปอร์เซ็นต์

·        Dell EMC PowerEdge M640 และ FC640 – รองรับการทำงานในลักษณะโมดูล ออกแบบมาเพื่อให้สมรรถนะในระดับสูง ให้ density ที่ดีที่สุด สามารถรองรับการขยายระบบได้อย่างเหนือชั้นทั้งบนเบลด และบนแพลตฟอร์มแบบโมดูล

·        Dell EMC PowerEdge C6420 – ระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงในอุดมคติ ขยาย density ได้สูงสุด ให้ความสามารถในการขยายระบบ และให้ประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงต่อหน่วยบนโมดูล่า แพลตฟอร์ม 2U/8S

เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge ยังเป็นรากฐานที่มั่นคงของโซลูชันเดลล์ อีเอ็มซี แพลตฟอร์มและโซลูชันชั้นนำในอุตสาหกรรมของ เดลล์ อีเอ็มซี ยังได้ประโยชน์จากขุมพลังและระบบรักษาความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge รุ่นใหม่นี้ เนื่องจากจะมีการฝังเซิร์ฟเวอร์ไว้ในอุปกรณ์ดาต้าเซ็นเตอร์ และสตอเรจ รวมถึง อุปกรณ์แบบไฮเปอร์คอนเวิร์จ และแร็ค, แพลตฟอร์ม ไฮบริดคลาวด์, ready nodes, โซลูชันบันเดิล และโซลูชันอื่นๆ ของเดลล์ อีเอ็มซี

การผสานรวมเหล่านี้ ฝังลึกมากกว่าการใช้ซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ชั้นนำของอุตสาหกรรมที่อยู่ในสายผลิตภัณฑ์ระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทำให้เดลล์ อีเอ็มซี ใส่มุมมองเชิงลึกไปในสแต็กซอฟต์แวร์บริหารจัดการ ไว้ในฮาร์ดแวร์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะได้อย่างเหมาะสม รวมถึงทำการทดสอบและประเมินการทำงานในเชิงลึกไปพร้อมๆ กัน

เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ จะเป็นรากฐานของโซลูชัน เดลล์ อีเอ็มซี ที่ใช้บน PowerEdge รุ่นก่อนหน้านี้ เช่น VxRail Appliances, VxRack Systems, XC Series, vSAN ReadyNodes, ScaleIO Ready Nodes, IsilonSD Edge และ ECS (Elastic Cloud Storage)  นอกจากนี้ จะมีพร้อมอยู่ในโซลูชันและแพลตฟอร์มใหม่ๆ ของ เดลล์ อีเอ็มซี ทั้ง Data Domain Appliance, CloudArray, Ready Bundles, Ready Systems, Dell EMC Enterprise Hybrid Cloud, Dell EMC Native Hybrid Cloud และ Dell EMC Cloud for Microsoft Azure Stack

การวางจำหน่าย

·        Dell EMC PowerEdge R940, R740, R740xd, R640, และ C6420 พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกแล้วในขณะนี้

·        Dell EMC PowerEdge FC640 และ M640 จะวางจำหน่ายในช่วงต่อมาในปี 2017.

·        โซลูชัน Dell EMC ที่ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge ใหม่ จะมีพร้อมจำหน่ายทั่วโลกในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2017

[ดูข่าวทั้งหมด]