ROG Azoth Extreme Edition 20 Review
| Share | Tweet |
Introduction

สวัสดีครับสมาชิก Vmodtech ทุกท่าน วันนี้เรามีคีย์บอร์ดระดับซูเปอร์พรีเมียมตัวท็อปที่สุดจากแบรนด์ ASUS มาทำการรีวิวให้ได้ชมกันอีกรุ่นนะครับ นั่นก็คือ ROG Azoth Extreme Edition 20 ซึ่งเป็น Limited-Edition ฉลองครบรอบ 20 ปี ROG (2006-2026) มาในธีมดำตัดทองพร้อมเพลทโลโก้ชุบทองคำแท้ 24K ทรงคุณค่าแก่การสะสม
.
ตัว ROG Azoth Extreme Edition 20 รุ่นนี้ เป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ด Custom เลย์เอาท์ขนาด 75% ที่ถูกคิดค้นและสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองทั้งเหล่านักเล่นเกมระดับฮาร์ดคอร์และผู้ที่รักการพิมพ์งานอย่างที่สุด จุดเด่นที่ต้องยกนิ้วให้เลยคือเรื่องของ Typing Architecture หรือสถาปัตยกรรมการพิมพ์ภายในตัวคีย์บอร์ด ที่ทาง ROG จัดเต็มมาให้ตั้งแต่โรงงาน ไม่ว่าจะเป็นแผ่นเพลทจัดตำแหน่งที่ทำจาก คาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber Positioning Plate) ที่ทั้งแข็งแกร่งและให้น้ำหนักที่ยอดเยี่ยม ผสานการทำงานร่วมกับระบบซับเสียง multi-layer dampening และโครงสร้างซิลิโคนภายใน
.
คีย์บอร์ดรุ่นนี้ยังมีระบบ Adjustable Gasket Mount ที่ล้ำมากๆ โดยเราสามารถปรับฟีลลิ่งการกดได้ทันทีผ่านสวิตช์แบบก้านโยก (Paddle Switch) ด้านล่างตัวคีย์บอร์ด ชอบฟีลแน่นๆ เด้งสู้มือสำหรับเล่นเกมก็ปรับเป็น Hard mode หรือถ้าอยากได้ฟีลนุ่มนวลละมุนมือเวลาพิมพ์งานยาวๆ ก็สลับเป็น Soft mode ได้ตามใจชอบครับ
.

สวิตช์พรีบิลต์ที่ติดมาจะเป็น ROG NX Edition 20 Mechanical Switches ดีไซน์กรอบใสสวยงามเข้ากับตัวคีย์บอร์ด ลูป (Pre-lubed) มาให้เสร็จสรรพ ลื่นไหลและนิ่งสนิทไร้การสั่นคลอนครับ โดยสวิตช์นี้มีพื้นฐานมาจาก ROG NX Storm ซึ่งต้องใช้แรงกดค่อนข้างมากที่ประมาณ 65 กรัม

สำหรับบางคนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับขนาดของคีย์บอร์ดที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้นะครับ ผมได้นำเอาคีย์บอร์ดที่มีอยู่ในมือมาเทียบขนาดให้ได้ชมกันเป็นไอเดีย ตัวบนสุดคือคีย์บอร์ดรุ่นที่เรากำลังพูดถึงในวันนี้ซึ่งจะมีขนาด 75% ซึ่งเลย์เอาท์นี้จะตัดโซนตัวเลขด้านขวามือออกไปแล้วขยับปุ่มลูกศรเอามาชิดด้านซ้ายมือ ส่วนคีย์บอร์ดตัวล่างสุดจะเป็นคีย์บอร์ดขนาด 65% ซึ่งจะถอดเอาแถวปุ่มฟังก์ชันออกไปจากขนาด 75% ครับ
…



.
.
.
PACKAGE APPEARANCE


กล่องบรรจุของตัวคีย์บอร์ด ROG Azoth Extreme Edition 20 จะมีขนาดใหญ่และหนักทีเดียวครับ สีสันพื้นฐานต่างจากตามธีม ROG เดิมๆด้วยสีดำตัดกับสีทองอร่าม


อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับแพกเกจนี้ก็จะมีอุปกรณ์มาให้มากมายเลยครับ
1 x ROG Azoth Extreme Edition 20
1 x Wrist rest
1 x ROG nameplate
1 x Magnetic card brick
4 x Magnetic feet
1 x ROG Polling Rate Booster
1 x ROG keycap puller
1 x ROG switch puller
3 x ROG NX switches
1 x USB extender
1 x USB Type-A to Type-C® Cable
1 x ROG cleaning cloth
1 x ROG sticker
1 x Quick start guide
1 x Warranty booklet
1 x ROG thank you card
8 x Foam stickers for ROG keyboard stabilizer swap
Silicone pins (4 x L, 6 x S)

คีย์บอร์ด ROG Azoth Extreme Edition 20 นั้นมาในรูปแบบเลย์เอาท์ 75% มีน้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม คีย์แคปจะเป็นชนิด PBT double shot ไฟไม่ทะลุนะครับสำหรับบริเวณปุ่ม alpha


บริเวณโซนขวาบนของตัวคีย์บอร์ดจะเป็นที่อยู่ของ OLED Touchscreen ขนาด 1.47 นิ้ว แบบเต็มตาที่มุมขวาบน ใช้แสดงสถานะ แบตเตอรี่ อุณหภูมิ CPU หรือใส่รูป GIF เก๋ๆ ควบคู่กับปุ่มหมุน Three-Way Control Knob สำหรับปรับตั้งค่าได้อย่างสะดวกสบาย โดยเราสามารถเข้าไปตั้งค่าทั้งหมดนี้ผ่านเว็บบราวเซอร์ได้โดยตรงผ่านลิงก์ระบบ Gear Link ของทาง ASUS โดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ลงเครื่องให้หนักเลยครับ

สเปซบาร์แบบ 6 U ทำให้มีปุ่มใช้งานมากกว่า 7 U อีกหลายปุ่มเลยครับ โดดเด่นด้วยการสกรีนโลโก้ 20 ปีได้โดดเด่นจริงๆ


ที่สันของคีย์บอร์ดมีการลงสีทองมาด้วยนะครับถ้าดูในมุมด้านข้างแบบนี้

สวิตช์เลือกการเชื่อมต่อ 3 โหมด (Tri-Mode Connection) ทั้งเสียบสาย, Bluetooth และไร้สาย 2.4GHz RF ซึ่งหากใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่าง ROG Polling Rate Booster ที่แถมมาให้ในชุด จะสามารถดันอัตราการตอบสนองหรือ Polling Rate ทะลุไปได้สูงถึง 8,000 Hz ทั้งในโหมดเสียบสายและไร้สาย! ตอบสนองได้ฉับไวใกล้เคียง 0 latency

ด้านหลังจากด้านซ้ายของรูปนั้นจะเป็นซีเล็กเตอร์เลือกการเชื่อมต่อสามรูปแบบ และที่โซนขวาสุดของรูปภาพจะเป็นพอร์ตเสียบ USB Type-C เพื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์

สวยงามทุกมุมเลยครับ


บริเวณที่เก็บ USB receiver หรือตัวรับสำหรับการเชื่อมต่อผ่าน 2.4 GHz นะครับ และที่ข้างๆจะเห็นเป็นลักษณะคล้ายๆกับสวิตช์อีกตัว อันนี้จะเป็นการเลือกปรับแต่งความแข็งอ่อนของการแด๊มป์ครับ ถ้าเราเลือก Soft ก็จะให้ฟีลลิ่งนุ่มๆ แต่ถ้าเลือก Hard ฟีลลิ่งจะคล้ายๆกับเรายึด PCB กับเคสด้วยท็อปเมาท์เลย


อุปกรณ์เสริมอีกรุ่นที่มีมาเพื่อปรับแต่งองศาการพิมพ์นะครับ เราเลือกให้ความชันได้สามระดับ



อันนี้คือผมลองเอาทิปโทสองแบบวางเทียบกันนะ จะเห็นว่าองศาของคีย์บอร์ดจะตั้งขึ้น


เมื่อเอาที่วางข้อมือมาประกอบ ผมนี่ชอบมากเลย

ที่วางข้อมือนี้ก็วางแล้วไม่เลื่อนไปไหนเลยครับ ดูดติดโต๊ะดีมาก
.
.
.
Testing

แสงสีลอดออกมาสามารถปรับแสงสีและเอฟเฟกได้จาก Gear link >> https://gearlink.asus.com/en <<

หน้านี้จะเป็นการตั้งค่าที่ใช้งานร่วมกับปุ่ม Fn ครับ

หน้านี้เป็นหน้าปรับแต่ง speed tap ซึ่งคุณสมบัตินี้ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับเกมเมอร์สาย FPS (เช่นเกม Valorant, CS2) ที่ช่วยให้สลับทิศทางการเดินซ้าย-ขวาได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องปล่อยปุ่มเก่าก่อน

อันนี้ก็เป็นการเซตพื้นฐานของคันโยกสามทาง เราสามารถสลับโหมดการปรับ +/- ได้โดยการกดปุ่มสลับนะครับแล้วก็ดันคันโยกเพื่อปรับแต่ง

หน้านี้จะเอาไว้เพื่อปรับแต่งการแสดงผลบนหน้าจอ 1.47 นิ้วครับ มี animation default อยู่พร้อมใช้งานอยู่สิบรูปนะครับ เราก็สามารถอัพโหลดไฟล์เพิ่มเข้าไปได้อีกด้วย

หน้านี้เอาไว้ปรับแสงสีและเอฟเฟกในรูปแบบต่างๆ

หน้านี้เอาไว้ตรวจสอบปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือรวมถึงเลือกให้คีย์บอร์ดปิดไฟที่ปุ่มรวมถึงไฟที่จอ OLED ก็ได้นะครับเมื่อแบตเตอรี่ต่ำกว่า 20% หรือถ้าต้องการให้ปิดก่อนก็ได้นะครับเผื่อว่าเราต้องใช้งานอีกนานกว่าจะได้ชาร์จก็อาจจะตั้งเอาไว้ซัก 50% ก็ได้ครับ
.

หน้าตาของการแสดงผลนะครับ สวยงามโดดเด่นมาก



ที่จอ OLED จะสามารถเปลี่ยนรูปได้ประมาณนี้ครับ มีมาใน software สวยงามและค่อนข้างสว่าง
.

ROG Azoth Extreme Edition 20 มาในขนาดที่ผมคุ้นเคยมากครับคือ 75% สะดวกมากกว่าในการใช้งานที่ครอบคลุมสำหรับคนทั่วๆไปที่ไม่ได้ต้องการใช้งานชุดปุ่มตัวเลข แต่ก็ยังมีปุ่ม function มาให้ใช้งานครบๆเพราะบางคนเค้ายังต้องใช้ปุ่มฟังก์ชั่นครับ สวิตช์ ROG NX Storm ที่ติดตั้งมาพร้อมๆกับคีย์แคปที่มีคอมบิเนชั่นทั้งแบบ PBT Double shot และ Polycarbonate โดยคีย์แคปที่อยู่ตรงโซน alpha บริเวณด้านบนสัมผัสจะเป็น PBT เนื้อสาก ช่วยให้พิมพ์สนุก ไม่ขึ้นเงา ทนทานสูง ส่วนฐานด้านล่างจะเป็น PC โปร่งแสง (ดีไซน์กึ่งโปร่งแสงสไตล์ Pudding แบบคัสตอมเฉพาะตัว) เพื่อให้แสงไฟ RGB สีทองกระจายตัวได้อย่างนุ่มนวล เมื่อรวมกับสวิตช์ที่มากับการออกแบบแดมปิ้งนี้แล้ว มันจะให้เสียงที่คลิ๊กกี้ หน่วงๆนิ้ว ให้เสียงคอมเพรส แรงต้านของสวิตช์รุ่นนี้ค่อนข้างเยอะครับที่ประมาณ 65 กรัม ใครใช้สวิตช์เตี้ยๆมาหรือว่าเคยใช้สวิตช์ที่ต้องใช้แรงกดน้อยๆมาอาจจะต้องปรับตัวเล็กน้อยครับ


ส่วนตัวผมเองนี่จะเป็นคนที่ชอบใช้คีย์บอร์ดอยู่สองขนาดครับคือ 75% กับ 65% แต่ส่วนใหญ่จะใช้ 65% (Mode Sixtyfive 2024) อยู่เพราะอยากให้โต๊ะมันโล่งๆ แต่จริงๆแล้ว 75% ก็แทบไม่ต่างกันครับ ฟีลลิ่งการพิมพ์นั้น ที่ด้านใต้ของคีย์บอร์ด ROG Azoth Extreme Edition 20 จะมีสวิตช์ให้เลือกนะครับว่าจะให้การยุบตัวของ PCB นั้นเป็นแบบ Soft หรือ Hard เท่าที่ได้ลองผมว่าเราปรับไว้ที่ soft น่าจะตอบสนองฟีลลิ่งการพิมพ์ได้ดีกว่าครับ ถ้าปรับไปที่ Hard แล้ว มันเหมือนกับเราไปปรับฟีลลิ่งของเมาท์ติ้งสไตล์เป็นท็อปเมาท์ ซึ่งมันจะไม่นุ่มนวลต่อการกดรวมถึงเสียงที่ได้จะออกแข็งๆไปด้วย ถ้าให้ผมพูดในแง่ของคนที่พอจะรู้จักคีย์บอร์ดคัสตอมนะครับ ผมว่ามันแด๊มป์ไปครับ เสียงจะทึบ ดีที่ว่ามีการชดเชยด้วยสวิตซ์คลิ๊กกี้มาทำให้เสียงออกสว่าง เสียงสเปสบาร์ ผมว่าถ้ามีการปรับแต่งตงโฟมรองด้านล่าง หรือว่าเปลี่ยนสวิทซ์อื่นมาลองดูเพื่อให้เสียงมันโปร่งกว่านี้น่าจะเคาะสนุกครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นความเห็นตรงนี้มาจากคนที่ชอบคีย์บอร์ดแคร๊ก บิลล์ นะครับ นี่ถ้ามีเวลาผมว่าคนซื้อหากเป็นมิตรรักแฟนเพลงที่เป็นสาวก ROG แต่ติดขัดที่เป็น clack lover ละก็ ผมรู้ว่าคุณคงรื้อวัสดุซับเสียงออก เปลี่ยสวิตซ์แน่ๆเพราะเพลท CF เอย เคสเอย ชนิดของ gadget ที่ให้มามันยั่วยวนต่อ sound profile แบบ clack build เหลือเกิน
.
ความพรีเมียม ความสวยงามในลุคของ ROG ที่โดดเด่นด้วยสีทอง ฟีลลิ่งการพิมพ์และเสียงคลิ๊กกี้ที่แน่นหน่วงด้วยสวิตช์ ROG NX Storm พร้อมระบบ Adjustable Gasket Mount ที่เป็นของเล่นช่วยให้เราสามารถปรับแต่งความยืดหยุ่นตอนกด รวมไปถึงฟังก์ชั่น Hot swap ที่ทำให้เราสามาราถเปลี่ยนสวิตช์ไปใช้ตัวอื่นกรณีที่เราเริ่มเบื่อเสียงแบบนี้ได้ครับ คีย์บอร์ดนี้วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วในราคา 21,900 บาท เหมาะสำหรับแฟนพันธุ์แท้ ROG ที่ต้องการคีย์บอร์ดระดับพรีเมียมฉลองครบรอบ 20 ปีโดยเฉพาะเลยครับ
.
.
.
.
..
CHANE . .
.
![]() |
![]() |
.
Special Thanks.
ASUS
EN












