Intel Diamond Rapids “Xeon 7” อาจมีสูงสุด 256 P-Cores เตรียมชน AMD EPYC Venice ในตลาด Data Center Diamond Rapids อาจก้าวสู่ยุค CPU เซิร์ฟเวอร์ระดับ 200+ คอร์

Article by Nongkoo OverclockTeam On August 10, 2026 28 views
Intel Diamond Rapids “Xeon 7” อาจมีสูงสุด 256 P-Cores เตรียมชน AMD EPYC Venice ในตลาด Data Center Diamond Rapids อาจก้าวสู่ยุค CPU เซิร์ฟเวอร์ระดับ 200+ คอร์

Intel Diamond Rapids “Xeon 7” อาจมีสูงสุด 256 P-Cores เตรียมชน AMD EPYC Venice ในตลาด Data Center Diamond Rapids อาจก้าวสู่ยุค CPU เซิร์ฟเวอร์ระดับ 200+ คอร์

intel-diamond-rapids-_f

Intel กำลังเดินหน้าพัฒนา Diamond Rapids ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Xeon รุ่นถัดไป โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า CPU รุ่นเรือธงอาจมีจำนวนคอร์สูงถึง 256 P-Cores เพื่อแข่งขันโดยตรงกับ AMD EPYC Venice ที่มีจำนวนคอร์สูงสุด 256 คอร์เช่นกัน

เดิมทีแผนการพัฒนา Diamond Rapids ของ Intel มีความทะเยอทะยานมากกว่านี้ โดยมีการพูดถึง CPU ที่มีจำนวนคอร์สูงถึง 384 และ 512 คอร์ สำหรับแพลตฟอร์ม RRF และ TDF ในกลุ่ม Data Center CPU เหล่านี้ถูกวางให้เป็นส่วนหนึ่งของ Diamond Rapids-HD หรือการออกแบบแบบ High-Density ซึ่งจะใช้ E-Core และมีเป้าหมายเข้ามาแทนที่ Clearwater Forest อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวถูกยกเลิกในภายหลัง

ข้อมูลจาก Jaykihn ระบุว่าแพลตฟอร์ม 512 คอร์ถูกยกเลิกตั้งแต่ขั้นตอน Definition และตัวแพลตฟอร์มโดยรวมถูกปรับลดครั้งใหญ่ในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ทำให้แผนที่ยังคงอยู่ในปัจจุบันเป็น Diamond Rapids รุ่นที่ใช้ P-Core

เพิ่มความหนาแน่นของคอร์ 50%

Diamond Rapids รุ่น P-Core ถูกระบุว่าจะมีความหนาแน่นของคอร์เพิ่มขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

ปัจจุบัน Intel Granite Rapids “Xeon 6900P” มีจำนวนสูงสุด 128 คอร์ ดังนั้นการเพิ่มความหนาแน่นดังกล่าวทำให้มีการคาดการณ์ว่า Diamond Rapids จะสามารถเพิ่มจำนวนคอร์ได้สูงสุดประมาณ 192 คอร์

อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดระบุว่า Intel อาจมี SKU รุ่นเรือธงที่มีจำนวนสูงถึง 256 P-Cores ซึ่งจะทำให้ Diamond Rapids สามารถขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับจำนวนคอร์สูงสุดของ AMD EPYC Venice

ทั้งนี้ SKU 256 คอร์ยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ เนื่องจาก Diamond Rapids “Xeon 7” ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ และขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยก่อนหน้านี้มีข้อมูลของ SKU รุ่นหนึ่งหลุดออกมาแล้ว ซึ่งเป็นรุ่นที่มี 32 คอร์ และ L3 Cache ขนาด 240 MB บนแพลตฟอร์ม Oakstream

256 คอร์เท่ากับ AMD EPYC Venice

หาก Intel สามารถเปิดตัว Diamond Rapids Xeon 7 รุ่น 256 คอร์ได้จริง จะทำให้สามารถแข่งขันกับ AMD EPYC Venice ในด้านจำนวนคอร์ได้โดยตรง

AMD EPYC Venice มีจำนวนสูงสุด 256 Zen 6 Cores ขณะที่ในตระกูล AMD EPYC รุ่นที่ 6 ปัจจุบันมีทั้ง SKU EPYC 9996 จำนวน 256 คอร์ และ EPYC 9966 จำนวน 192 คอร์

ดังนั้น Diamond Rapids รุ่น 256 P-Core จะสามารถเข้ามาแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ของ AMD ได้ทั้งในระดับ 192 คอร์และ 256 คอร์ หาก Intel เดินหน้าเปิดตัว SKU ดังกล่าวตามที่มีรายงาน

คำถามสำคัญไม่ใช่แค่จำนวนคอร์

อย่างไรก็ตาม จำนวนคอร์อาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะตัดสินความสามารถในการแข่งขันของ Diamond Rapids

ประเด็นสำคัญคือ Intel จะสามารถทำให้ Xeon 7 มีประสิทธิภาพและประสิทธิภาพต่อพลังงานเพียงพอสำหรับการแข่งขันกับ AMD ได้หรือไม่ เพราะ Zen 6 สามารถสร้างการเพิ่มประสิทธิภาพครั้งใหญ่อีกครั้งให้กับแพลตฟอร์ม EPYC

ในด้านกระบวนการผลิต AMD EPYC Venice อยู่บนเทคโนโลยี 2nm และเข้าสู่การผลิตในปริมาณมากแล้ว ขณะที่ Intel Diamond Rapids Xeon 7 มีแผนเปิดตัวในปี 2027 และจะใช้โหนดการผลิต 18A-P ความแตกต่างด้านช่วงเวลาจึงถือเป็นความท้าทายสำคัญของ Intel เพราะ AMD จะมีผลิตภัณฑ์ Zen 6 ในตลาดก่อน ขณะที่ Xeon 7 ยังต้องรอการเปิดตัว

2026-08-10_10-12-53

ตลาด Data Center กำลังมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น

นอกจาก AMD แล้ว NVIDIA และบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ ก็กำลังพัฒนา CPU ของตัวเองเพื่อเข้าสู่ตลาด AI Enterprise และ Cloud Data Center มากขึ้น

ความต้องการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นจากงาน AI และ Data Center ทำให้ผู้ให้บริการและบริษัทเทคโนโลยีมีความต้องการ CPU และฮาร์ดแวร์ประมวลผลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ CPU รุ่นเก่าของ Intel ก็มีราคาปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน Intel เองก็กำลังเผชิญกับความต้องการบริการผลิตชิปที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังมีความต้องการด้านกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในระดับสูง

Diamond Rapids จึงถือเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำคัญที่ Intel จะต้องใช้แสดงให้เห็นว่าสามารถกลับมาแข่งขันในตลาด CPU ระดับสูงได้ โดยเฉพาะตลาด Data Center และ AI ขณะที่ในอนาคต Coral Rapids จะเข้ามาช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของ Intel ในตลาด CPU และ AI ต่อไป

ที่มา: Wccftech

2026-08-10_10-13-07