DLSS 4.5 มาแล้ว! ดันเฟรมเรตสูงสุด 6 เท่า + ภาพคมขึ้นอีกระดับ

Article by Nongkoo OverclockTeam On April 1, 2026 20 views
DLSS 4.5 มาแล้ว! ดันเฟรมเรตสูงสุด 6 เท่า + ภาพคมขึ้นอีกระดับ

DLSS 4.5 มาแล้ว! ดันเฟรมเรตสูงสุด 6 เท่า + ภาพคมขึ้นอีกระดับ

nvidia-dlss-45

ตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมกราคม 2025 เทคโนโลยี DLSS 4 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ AI Rendering ด้วย Super Resolution แบบ Transformer และ Multi Frame Generation ระดับ 4X

และในงาน CES 2026 เดือนมกราคมที่ผ่านมา NVIDIA ได้เปิดตัว DLSS 4.5 Super Resolution ซึ่งยกระดับคุณภาพของภาพให้ดีขึ้นไปอีกบนการ์ดจอ GeForce RTX ทุกรุ่น ด้วยโมเดล AI Transformer เจเนอเรชันที่ 2

พร้อมกันนี้ ยังได้ประกาศเตรียมเปิดตัว DLSS 4.5 Dynamic Multi Frame Generation สำหรับการ์ดจอ GeForce RTX 50 Series ที่สามารถเพิ่มเฟรมได้สูงสุดถึง 6 เท่า

ปัจจุบัน ผู้เล่นสามารถใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมดของ DLSS 4.5 ได้แล้ว ผ่านการอัปเดตเวอร์ชันเบต้าของแอป NVIDIA โดยมีรายละเอียดดังนี้:

DLSS 4.5 Dynamic Multi Frame Generation

ระบบอัจฉริยะนี้ทำงานเสมือน “เกียร์อัตโนมัติ” ของ GPU

แทนที่จะใช้ตัวคูณเฟรมแบบคงที่ ระบบจะปรับเปลี่ยนตัวคูณแบบไดนามิก เพื่อให้ได้สมดุลที่ดีที่สุดระหว่างเฟรมเรต คุณภาพของภาพ และความหน่วง (Latency)

ผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้งาน DLSS 4.5 Dynamic Multi Frame Generation ได้ทั้งแบบตั้งค่าแบบรวม (Global) หรือแยกตามแต่ละเกมผ่านแท็บ Graphics ในแอป NVIDIA

ขณะเดียวกัน นักพัฒนาเกมก็กำลังทยอยเพิ่มการรองรับฟีเจอร์นี้และฟีเจอร์อื่น ๆ ของ DLSS 4.5 โดยมีเกมที่ประกาศรองรับแล้วกว่า 20 เกมในงาน GDC

DLSS 4.5 Multi Frame Generation 6X

โหมดนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงยิ่งขึ้น โดยโมเดล Transformer รุ่นที่ 2 ที่ได้รับการปรับปรุง ร่วมกับการพัฒนาในด้าน Frame Pacing และคุณภาพของภาพ

ทำให้สามารถเพิ่มตัวคูณเฟรมสูงสุดเป็น 6X หรือสร้างเฟรมเพิ่มเติมได้ถึง 5 เฟรม ต่อการเรนเดอร์จริง 1 เฟรม บนการ์ดจอ GeForce RTX 50 Series

การเปลี่ยนจาก 4X เป็น 6X สามารถเพิ่มเฟรมเรตระดับ 4K ในเกมที่ใช้ Path Tracing ได้สูงสุดถึง 35%

และเมื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยี NVIDIA Reflex ซึ่งช่วยลดความหน่วง ก็สามารถสร้างเฟรมเพิ่มเติมได้โดยแทบไม่กระทบต่อการตอบสนองของเกม

โมเดล DLSS Frame Generation ใหม่

โมเดลใหม่นี้ช่วยปรับปรุงคุณภาพของอินเทอร์เฟซภายในเกม โดยใช้ข้อมูลจาก Game Engine เพิ่มเติม

รองรับผู้ใช้งาน GeForce RTX 40 Series และ 50 Series ช่วยให้รายละเอียดต่าง ๆ เช่น แผนที่ย่อ (Mini-map), HUD และ UI มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น

การรวมกันของฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุงทั้งหมดนี้ ทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมแบบ Path Tracing ลื่นไหลที่สุดเท่าที่เคยมีมา

พร้อมปลดล็อกศักยภาพของจอ OLED 4K 240Hz ได้อย่างเต็มที่

สำหรับผู้ใช้งานจอรีเฟรชเรตสูงในระดับ 1080p และ 1440p รวมถึงผู้ใช้เทคโนโลยี G-SYNC Pulsar

โหมด Dynamic Multi Frame Generation 6X จะช่วยให้สามารถใช้ศักยภาพของฮาร์ดแวร์ได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น

การอัปเดตเกมที่รองรับ

ARC Raiders

อัปเดต Flashpoint เปิดให้ใช้งานแล้ว ถือเป็นอัปเดตฟรีครั้งที่ 5 นับตั้งแต่เกมเปิดตัว และเป็นส่วนหนึ่งของแผน Escalation roadmap

เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เนื้อหาเพิ่มเติม รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตผู้เล่นและระบบร้านค้าในเกม

ผู้เล่นสามารถเพิ่มความลื่นไหลและความสมจริงได้ด้วยเทคโนโลยีของ NVIDIA เช่น

DLSS 4 + Multi Frame Generation

DLSS Super Resolution

NVIDIA Reflex (ลด Latency)

NVIDIA RTXGI (แสง Ray Tracing สมจริง)

และสามารถอัปเกรดเป็น DLSS 4.5 Super Resolution ผ่านแอป NVIDIA ได้

Marvel Rivals

Season 7: The Hunt Is On เปิดให้เล่นแล้ว พร้อมตัวละครใหม่ White Fox และแผนที่ใหม่ Lower Manhattan (อัปเดต 2 เมษายน)

รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ ไอเท็ม และของรางวัลจำนวนมาก

ในการเล่นเกม ผู้เล่นสามารถใช้ DLSS 4 + Multi Frame Generation เพื่อเพิ่มเฟรมเรตได้สูงสุดถึง 5 เท่า

และเปิดใช้งาน NVIDIA Reflex เพื่อลด Latency ได้ถึง 55%

รวมถึงสามารถเปิด DLSS 4.5 Super Resolution ผ่านแอป NVIDIA เพื่อเพิ่มคุณภาพของภาพให้ดียิ่งขึ้น

Read more: