PDPC จับมือ UNICEF เร่งวางกรอบคุ้มครอง “ข้อมูลเด็ก” รับยุค AI

Article by Nongkoo OverclockTeam On May 7, 2026 22 views
PDPC จับมือ UNICEF เร่งวางกรอบคุ้มครอง “ข้อมูลเด็ก” รับยุค AI

PDPC จับมือ UNICEF เร่งวางกรอบคุ้มครอง “ข้อมูลเด็ก” รับยุค AI

e0b89ee0b895e0b8ade0b8aae0b8b8e0b8a3e0b89ee0b887e0b8a8e0b98c-e0b980e0b89be0b8a5e0b988e0b887e0b882e0b8b3

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองสิทธิเด็กในโลกดิจิทัล จับมือองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ UNICEF ประเทศไทย โดย นายมูฮาหมัด   ราฟิค ข่าน หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองเด็ก และนายสันติ ศิริธีราเจษฎ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคุ้มครองเด็ก จาก UNICEF ประเทศไทย หารือเชิงลึกเพื่อกำหนดแนวทางคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก ภายใต้บริบทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กให้เท่าทันบริบทเทคโนโลยี AI ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดย สคส. ได้เปิดรับข้อเสนอแนะจาก UNICEF ต่อ (ร่าง) แนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ AI ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะไปแล้ว

สคส. ให้ความสำคัญกับการบูรณาการประเด็น “เด็ก” เข้าไปในกรอบการกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเด็กมากขึ้น เราจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการคุ้มครองสิทธิของเด็กและเยาวชน

ทั้งนี้ ในการหารือยังได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อเด็กและเยาวชน ทั้งในด้านโอกาส เช่น การเข้าถึงการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการเข้าถึงบริการสาธารณะ ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงสำคัญ อาทิ การละเมิดความเป็นส่วนตัว การใช้ข้อมูลโดยไม่เหมาะสม รวมถึงความเสี่ยงจากอัลกอริทึมที่อาจส่งผลต่อพฤติกรรมหรือการตัดสินใจของเด็ก

โดยการร่วมหารือครั้งนี้  สคส.นำโดย พ.ต.อ. ศิริพล  กุศลศิลป์วุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมุลส่วนบุคคล (กฎหมายและคดี) ได้เข้าร่วมหารือในประเด็นดังกล่าว  ปัจจุบัน สคส.อยู่ระหว่างการพัฒนาแนวปฏิบัติด้านการใช้ AI และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยเน้นหลัก “การใช้ข้อมูลอย่างรับผิดชอบ” (Responsible Data Use) และ “การคุ้มครองเชิงรุก” (Proactive Protection) เพื่อให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในระบบที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เช่น แพลตฟอร์มการศึกษาออนไลน์ แอปพลิเคชันสำหรับเยาวชน และบริการดิจิทัลต่าง ๆ

นอกจากนี้ สคส. ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมสำหรับระบบ AI ที่มีความเสี่ยงสูง (High-Risk AI) โดยเฉพาะระบบที่มีการประมวลผลข้อมูลเด็กในวงกว้าง ซึ่งอาจต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มข้นมากขึ้น ทั้งในด้านความโปร่งใส การตรวจสอบย้อนกลับได้ (Auditability) และการประเมินผลกระทบด้านสิทธิ (Impact Assessment) ก่อนนำระบบมาใช้งานจริง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือแผนการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการคุ้มครองข้อมูลเด็ก เพื่อศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนากรอบนโยบายที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยจะบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานกำกับดูแล นักวิชาการ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลเด็กมีความรอบด้านและยั่งยืน  ความร่วมมือกับ UNICEF ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กของประเทศไทย ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล และสามารถรองรับความท้าทายในยุค AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ