ASUS ProArt Display OLED PA279CDV Review
| Share | Tweet |
Introduction

สวัสดีครับ สวัสดีวันหยุดสุดสัปดาห์ แป๊บ ๆ ก็เวียนมาเจอช่วงเวลาพักผ่อนกันอีกแล้วนะครับ โดยในสัปดาห์นี้เรามีจอมอนิเตอร์ระดับโปรเฟสชันนอลระดับท็อปฟอร์มจากแบรนด์ ASUS มาร่วมพูดคุยและเจาะลึกกันอีกหนึ่งรุ่น ซึ่งถ้าใครที่เคยประทับใจกับความล้ำด้านเกมมิ่งของตระกูล ROG ไปก่อนหน้านี้ วันนี้เราจะสลับฝั่งมาเอาใจสายทำงาน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และคนรักความแม่นยำของสีสันขั้นสุดกันบ้าง กับหน้าจอที่มีชื่อรุ่นว่า ASUS ProArt Display OLED PA279CDV ครับ
.
จอมอนิเตอร์สำหรับมืออาชีพรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอขนาด 26.5 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD (3840 x 2160) บนพาเนล QD-OLED ที่ให้สีสันสดใสและดำสนิท รองรับอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และเวลาตอบสนอง 0.1 ms (GTG) ด้านการแสดงผลจัดเต็มด้วย True 10-bit color, ขอบเขตสี 99% DCI-P3, 100% sRGB และความแม่นยำ Delta E < 1.5 ผ่านการรับรอง Calman Verified
.
นอกจากนี้ ProArt PA279CDV ยังมาพร้อมฟีเจอร์ปกป้องหน้าจอ Anti-Scratch Film ทนรอยขีดข่วนดีขึ้น 2.5 เท่า ความสว่างสูงสุด 1,000 nits (VESA DisplayHDR™ True Black 400) พร้อมระบบ ASUS OLED Care และ Uniform Brightness เพื่อความเสถียรของหน้าจอ ด้านการเชื่อมต่อรองรับ USB-C (Power Delivery 96W) และฟังก์ชัน Auto KVM สำหรับควบคุมอุปกรณ์ 2 เครื่องด้วยเมาส์และคีย์บอร์ดชุดเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้คือภาพรวมที่จะนำมาทดสอบกันในบทความรีวิวฉบับนี้
.
…

.
.
.
PACKAGE APPEARANCE

ตัวกล่องแพกเกจดีไซน์ออกมาในสไตล์ ProArt ดูอาร์ทและเรียบหรูดีเหมือนเดิมครับ


อุปกรณ์ที่มากับกล่องนี้ก็จะมีบรรดาเอกสารต่าง ๆ ที่รวมคู่มือแผ่นพับ และเอกสาร Color pre-calibration report มีสาย DisplayPort สาย USB-C และสายไฟ



ขาตั้งหรือ stand ของจอในซีรีย์ ProArt นั้นจะมาในลักษณะนี้นะครับ จุดที่แตกต่างจากก่อนหน้านี้ก็คือตัวเพลทล่างที่แบนและใหญ่กว่า แบบนี้ลดการกินพื้นที่บนโต๊ะคอมของเราได้มากเลยครับ สะอาดตาต้วย

ตัวจอมอนิเตอร์ ProArt Display OLED PA279CDV เป็นหน้าจอที่มีขนาด 26.5 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD (3840 x 2160) บนพาเนล QD-OLED ที่ให้สีสันสดใสและดำสนิท รองรับอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และเวลาตอบสนอง 0.1 ms (GTG) ด้านการแสดงผลจัดเต็มด้วย True 10-bit color, ขอบเขตสี 99% DCI-P3, 100% sRGB และความแม่นยำ Delta E < 1.5 ผ่านการรับรอง Calman Verified


ตัวจอนั้นสามารถเลื่อนขึ้นลงเพื่อปรับระดับความสูงได้ค่อนข้างมากตามในรูปเลยครับ ประมาณ 0 - 130 มิลลิเมตร ซี่งถือเป็นขาจอที่ปรับความสูงได้มากเลยทีเดียวครับ


ด้านหลังตัวจอออกแบบมาสวยงามเรียบๆโดยจะมีเพียงโลโก้ ProArt ที่เป็นสีออกเงาๆเท่านั้น ลักชูมาก

พอร์ตการเชื่อมต่อสัญญาณภาพนั้นมีมาให้พร้อมสรรพ HDMI 2.1 1 ช่อง, DisplayPort 1.4 DSC x 2 (Daisy Chain) หนึ่งพอร์ต มี USB-C x 1 (DP Alt Mode & USB 3.2) และที่ข้างๆจะเป็น USB-C Power Delivery : 96W และ USB 3.2 Gen 1 Type-A ที่ด้านล่างจะมีสองพอร์ตนะครับ

ที่สันจอด้านล่างฝั่งซ้าย จะมีพอร์ต USB Hub : 1x USB 3.2 Gen 1 Type-C และ USB 3.2 Gen 1 Type-A ตรงนี้เผื่อเอามาเสียบใช้งานกับพวกเมาส์หรือพวกแฟลชไดร์ฟ ก็ได้นะครับสะดวกเลย
.
.
Power-on

เสียบใช้งานกับคอมพิวเตอร์ตัวเดิมที่ผมเอาไว้เทสจอมอนิเตอร์

ก่อนอื่นอย่าลืมเข้าไปปรับรีเฟรชเรทก่อนนะครับเพราะจอนี้รีเฟรชเรทสูงสุดได้ที่ 120 Hz

.

สำหรับผมนะครับ ผมก็จะโหลด calibration profile ที่มากับจอ แล้วแอดเข้าไปใน color profile ตามที่ผมทำด้านบนเลยนะ แค่นี้แสงสีก็จะคมชัดและให้สีที่ตรงในระดับที่คนธรรมดาและอาจจะไปถึงคนที่เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์น่าจะพอใจเลยครับ
.

สำหรับการปรับแต่งค่าต่างๆของจอนั้น เราสามารถปรับได้สองทางนะครับคือปรับที่จอโดยตรงหรือเลือกที่จะปรับจาก ซอฟต์แวร์ ASUS DisplayWidget Center ดังตัวอย่างด้านบนนะครับ สำหรับจอ ProArt Display OLED PA279CDV มีรายละเอียดตรง color ให้ปรับมากกว่าปกติครับโดยเฉพาะ brightness เรียกว่าจูนกันได้ละเอียดมากเลย


ในโหมด color มีให้เลือกปรับเหมือนกันกับการปรับแต่งจากจอเลยครับ
.
Menu

และเรามาดูการปรับแต่งที่จอโดยตรงกันนะครับ เราสามารถที่จะปรับแต่งค่าต่างๆของจอได้จากปุ่มจอยสติ๊กที่ด้านขวาล่างของจอได้เลย ซึ่งหน้าแรกนี้จะเป็นการปรับแต่ง Preset ที่มีมาให้เลือกใช้งานกันหลากหลายมาก

หน้าพื้นฐานสำหรับปรับแต่งการแสดงผลความสว่าง คอนทราสต์

หน้านี้จะเป็นการปรับแต่งรายละเอียดของภาพที่จะแสดงบนหน้าจอ

โหมดการแสดงซ้อนภาพก็ปรับแต่งได้

ในเมนู Screen Saver นี้จะเป็นที่อยู่ของฟังก์ชั่น OLED Care ซึ่งเป็นจุดที่เราควรจะสนใจซักหน่อยครับทั้งนี้ก็เพื่อที่จะถนอมจอของเรา


Proximity Sensor (หรือเซนเซอร์ตรวจจับระยะห่าง) บนหน้าจอ ASUS ProArt และ ROG Strix OLED มีหน้าที่หลักคือ ช่วยถนอมและยืดอายุการใช้งานของพาเนล OLED พร้อมกับช่วยประหยัดพลังงาน โดยระบบจะทำงานโดยอัตโนมัติผ่านหลักการดังนี้ครับ:
.
ตรวจจับการใช้งาน: ตัวเซนเซอร์ที่อยู่บริเวณกรอบจอตรงซ้ายมือล่างจะคอยตรวจเช็กว่า มีผู้ใช้งานนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือไม่ ลดความสว่างอัตโนมัติ (Dimming): เมื่อคุณลุกออกจากโต๊ะ หรือเดินห่างออกไปจากหน้าจอตามระยะที่กำหนด ระบบจะทำการค่อย ๆ ลดความสว่างของหน้าจอลง หรือปรับเป็นหน้าจอสีดำโดยอัตโนมัติ ป้องกันจอเบิร์นอิน (Anti-Burn-in): เนื่องจากธรรมชาติของจอ OLED หากเปิดทิ้งไว้เป็นเวลานานโดยไม่มีการเคลื่อนไหว (เช่น หน้าจอ Desktop หรือโปรแกรมที่เปิดค้างไว้ตอนเราเดินไปเข้าห้องน้ำ) จะเสี่ยงต่อการเกิดอาการภาพค้างเสื่อมสภาพ ฟังก์ชันนี้จึงเข้ามาช่วยตัดความสว่างเพื่อป้องกันความร้อนสะสมและลดความเสี่ยงนี้ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ
.
.
.
Conclusion

ผมได้ลองใช้งาน ProArt Display OLED PA279CDV แล้วปรับรีเฟรชเรท 120 Hz ปรับสุดบนความละเอียด UHD นั้นกับการเล่นอินเตอร์เนต เขียนบทความ แต่งรูปที่จะเอามาใช้งานบนหน้าเว็บไซด์ ภาพที่ได้นั้นนุ่มนวลและมีสีสันจัดจ้านมาก โดยสีที่แสดงออกมานั้นก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากแม้จะไม่ได้ทำการคาลิเบรตแต่อย่างใด จะมีแค่การ add color profile อย่างที่ผมได้แจ้งไปในหน้าก่อนครับ

มุมมองด้านข้างก็ยังให้สีสด ชัดเจนมากไม่ต่างจากมุมมองตรงๆด้านหน้าเลย


หลังจากที่ผมได้ลองใช้งานและทดสอบจอ ASUS ProArt Display OLED PA279CDV รุ่นนี้อยู่สองสามวัน มันให้ความรู้สึกที่ฟินและเต็มอิ่มมากสำหรับคนทำงาน เพราะนอกจากขนาดหน้าจอ 26.5 นิ้วที่กำลังพอดีสายตาแล้ว ความละเอียดระดับ 4K UHD บนพาเนล QD-OLED ยังให้มิติภาพที่คมกริบ สีดำนี่มืดสนิทดำลึกสะใจ ทำให้คอนทราสต์ที่แสดงผลออกมาจัดจ้านและมีมิติมาก สีดำเป็นดำ สีขาวเป็นขาวอย่างแท้จริง ตอนใช้งานจริงผมแทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มเลยครับ แค่เปิดโหมด sRGB หรือ DCI-P3 มาตรฐานที่โรงงานคาลิเบรตมาให้ (Calman Verified Delta E < 1.5) เท่านี้ก็ได้สีที่ตรงเป๊ะ แม่นยำระดับมืออาชีพ จะเอาไปตัดต่อไฟล์คลิปวิดีโอ แต่งภาพ ทำกราฟิกส่งงานลูกค้า หรือจะเปิดดูซีรีส์ความละเอียดสูงในวันพักผ่อนก็นอนมาเลย
.
สำหรับการใช้งานอื่น ๆ บน ASUS ProArt Display OLED PA279CDV อย่างการต่อทำงานร่วมกับ MacBook หรือโน้ตบุ๊กผ่านสาย USB-C เส้นเดียว ก็ระบุได้เลยครับว่าสะดวกสบายมาก ทั้งจ่ายไฟชาร์จกลับได้สูงถึง 96W และด้วยฟังก์ชัน Auto KVM ทำให้เราสลับไปควบคุมคอมพิวเตอร์อีกเครื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนเมาส์และคีย์บอร์ดให้วุ่นวาย ส่วนในแง่ของความทนทานหายห่วงครับ เพราะเขามีฟิล์ม Anti-Scratch กันรอยขีดข่วนดีกว่าเดิมถึง 2.5 เท่า พร้อมระบบรักษาหน้าจอ ASUS OLED Care และ Proximity Sensor ที่คอยช่วยดิมความสว่างตอนเราลุกไปไหนมาไหน เพื่อป้องกันอาการจอเบิร์นอินและลดความร้อนสะสมได้อย่างยอดเยี่ยมเลยครับ
.
ถ้าใครที่กำลังมองหาจอมอนิเตอร์สายทำงานขั้นเทพ ที่ให้ความยืดหยุ่นและให้ความแม่นยำของสีสันในระดับสูงสุด จอรุ่นนี้ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้สบายมากครับ ด้วยความละเอียดภาพระดับ UHD ความเสถียรของเทคโนโลยี Uniform Brightness และอัตรารีเฟรชเรทที่ไหลลื่นถึง 120Hz ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับจอทำงานสายโปรเฟสชันนอล ผมมองว่ารุ่นนี้คืออีกหนึ่งตัวเลือกตัวจบที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ
.
ราคาเปิดตัวของ ASUS ProArt Display OLED PA279CDV ในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 699 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากแปลงเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันจะอยู่ประมาณ 23,300 ถึง 24,900 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าดำเนินการของตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย) คงต้องดูอีกทีครับว่าจะมีราคาเท่าไหร่เมื่อขายในบ้านเรา แต่ผมว่าไม่เกินสามหมื่นกลางๆก็สมควรแก่เหตุอยู่นะครับ
..
.
.
ขอบคุณที่ติดตาม
CHANE
.
![]() |
![]() |
![]() |
.
.
.
ขอขอบคุณ
ASUS
EN













