ROG Kithara Gaming Headset Review
| Share | Tweet |
Introduction

สวัสดีครับ พบกันวันสุดสัปดาห์กันนะครับ วันนี้เรามีเกมมิ่งเฮดโฟนรุ่นใหญ่จากค่าย ASUS มารีวิวให้ชมกัน โดยวันนี้จะเป็น ROG Kithara Gaming Headset โดยหูฟังนี้จะเป็นการร่วมมือกันพัฒนากับ HIFIMAN ซึ่งเป็นผู้ผลิตหูฟังที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยี planar magnetic ที่อยู่บนหูฟังแบบออดิโอไฟล์นะครับ จริงๆเราอาจจะเรียกหูฟังนี้ว่า audiophile gaming headset มากกว่านะครับจากที่ได้ลองฟังเสียงมาก่อนหน้าที่จะเริ่มพิมพ์บทความนี้ สำหรับสเปกนั้นจะตอบสนองย่านความถี่ตั้งแต่ 20 Hz ถึง 20 kHz หรือครอบคลุมย่านความถี่ที่มนุษย์ในเกณฑ์เฉลี่ยสามารถได้ยินครับ ตัวอัตราส่วนต่อเสียงรบกวน sinv SNR จะอยู่ที่ 74 เดซิเบล ถือว่าดีเลย สำหรับตัวไดร์เวอร์นั้นจะไม่เหมือนกับ gaming headset ทั่วๆไปนะครับ คือตัว driver นั้นจะเป็น Planar Magnetic Driver และจะมีโครงสร้างแบบเปิดด้านหลัง
.
การเชื่อมต่อนั้นเราสามารถเลือกที่จะเชื่อมต่อผ่านทาง USB Type หรือว่าจะเป็น Jack ขนาด 3.5, 4.4, หรือจะเป็น 6.3 มิลลิเมตรก็ได้ครับ อันนี้ก็แล้วแต่ว่าจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แบบใด จะเห็นได้ว่ารายละเอียดพื้นฐานของตัวหูฟังนี้จะต่างไปจากเกมมิ่งเฮดเซตรุ่นอื่นๆในตลาด รวมถึงรุ่นอื่นๆของค่ายเอซุสเองด้วย เดี๋ยวเราต้องมาฟังแล้วคุยด้วยตัวหนังสือพร้อมๆกันจะดีกว่าครับ
.
.

.
.
.
PACKAGE APPEARANCE


กล่องบรรจุของตัว ROG Kithara จะมีขนาดไม่ใหญ่นะครับ รายละเอียดต่างๆก็มีให้พิจารณาโดยจะเน้นไปที่ตัว driver และการเชื่อมต่อในรูปแบบต่างๆ


อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องก็จะมีมากมายตามรายละเอียด้านบนเลย


ตัวหูฟังก็อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในหน้าแรกนะครับ เจ้า ROG Kithara นี้น่าจะเรียกว่าเป็น audiophile gaming headset มากกว่าด้วยการออกแบบ driver ที่ต่างไปจากรูปแบบทั่วๆไป โดยจะเลือกใช้ Planar Magnetic driver ที่จะให้เสียงที่ต่างออกไป

ส่วนที่สัมผัสกับหูและบริเวณศรีษะนี่ ตอนถ่ายรูปผมก็ว่ามันค่อนข้างนุ่มนวลและให้ผิวสัมผัสที่ดี น่าจะดีที่สุดเท่าที่เคยได้ทดลองเล่นมาเลยด้วยนะครับ

head band หรือส่วนที่สัมผัสกับศรีษะนี้ก็นุ่มนวล โอบกระชับและให้ตัวได้อย่างอิศระ แม้ว่าหูฟังนี้จะมีน้ำหนักค่อนข้างมากนะครับเมื่อเทียบกับหูฟังอื่นๆ แต่ด้วยการประคองของส่วน head band นี้รวมถึงฟองน้ำบริเวณหูฟัง ก็ช่วยลดความหนักและเมื่อยไปได้มากเลย
การเชื่อมต่อนั้นเราสามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง USB type-c แล้วแปลงไปเป็น mini jack ขนาด 3.5 มมที่มีตัวไมค์ติดมาด้วยก็ได้ หรือว่าจะเน้นเป็นหูฟังสำหรับเล่นคนเดียวไม่ใช้ไมค์ เราก็สามารถเอาสายถักเส้นตามรูปด้านบนนี้ โดยเสียบแจ๊ค 3.5 มม นี้เข้าไปที่หูฟังทั้งสองด้าน ส่วนอีกด้านก็เลือกเอาครับว่าเราจะนำไปเชื่อมต่อกับช่องเสียบขนาดใดซึ่งทางเอซุสก็ได้เตรียมมาให้แล้วสามขนาดครอบคลุม 3.5, 4.4, หรือจะเป็น 6.3 มิลลิเมตร
.
.
Testing

สำหรับการทดลองฟัง audiophile gaming headset ROG Kithara นี้นั้น ผมเสียบเข้ากับ DAC ASUS EONE MKII นะครับ ผ่านทางช่องเสียบ 6.3 mm จริงๆแล้วผมได้ลองเสียบสายอีกชิ้นที่แถมมากับชุดนี้ที่มีไมค์มาด้วย ผมฟังว่ามันให้เสียงที่ทึบกว่า มวลหนากว่าก็จริงๆแต่ผมว่ามันหนาจนทึบไป ไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะครับ แต่ผมว่าเสียของกับเสียงที่ทึบไปหน่อย

ก่อนผมจะผมลองใช้งานเจ้า ROG Kithara นี้ ผมเสียบเข้ากับ DAC แล้วก็เปิดมันทิ้งไว้พร้อมกับโวลุ่มประมาณ 30% บน DAC ฟังไปพร้อมๆกับลำโพงคอมบนโต๊ะนั้นละครับประมาณร่วมสองอาทิตย์ มันเลยทำให้รู้ว่า เสียงที่ออกจากหูฟังทางด้านหลังที่ได้ออกแบบมาเป็น open back นี้ จะทำให้เสียงลอดออกมาค่อนข้างมากทีเดียว กับการเล่นเกมนั้น จากที่ได้เล่นเกม Battlefield 6 ที่แรกกะว่าจะเล่นเพื่อฟังเสียงซักฉากสองฉาก แต่ผมดันหลงเสน่ห์ของมันเข้าอย่างเต็มที่เลยครับ

ถึงแม้หูฟังนี้จะมีโครงสร้างที่ทำมาจากโลหะเบามันก็ยังมีน้ำหนักอยู่มากครับ แต่ด้วยการออกแบบชุด headband และฟองน้ำที่นุ่มนวลพอประมาณมันจะช่วยลดแรงกดทั้งที่หูสองด้านและที่ด้านบนจนแทบไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อใช้งานเลยครับ เสียงของเจ้า ROG Kithara นี้มันจะค่อนข้างนุ่มนวลนะครับ จริงๆแล้วเราจะคุ้นเคยกับหูฟังเกมมิ่งในลักษณะที่ให้หัวเสียงเบสในย่านกลางต่ำที่ดัง มันให้อิมแพคเมื่อมีเสียงระเบิด หรือเสียงปืนได้ตื่นตาตื่นใจมากๆ แต่เจ้า Kithara นี้ จะลดทอนหัวเสียง หรือพันชี่ลงเล็กน้อยครับแต่ได้แผ่คลื่นความถี่ในย่านกลางต่ำ ไปจนถึงต่ำได้อย่างน่าประทับใจ มันกลมกลืนมาก ผมสามารถบอกได้ว่าเหมือนมันมี sub woofer ขนาดประมาณสิบนิ้วตัดที่ย่านประมาณ 80 Hz เลยครับ เสียงกลางเปิด เสียงสูงคม และหนา จริงๆมันหนาตลอดย่านนะครับ นี่คือข้อดีอีกด้านนึง ก็คือเสียงเปิด กลางเปิดไม่จม และเสียงหนาตลอดย่าน ไม่มีโด่งในย่านใดย่านนึง
.
ผมลองเอามาฟังเพลงเรื่อยๆจาก youtube ดูบ้าง ผมว่านี่ทีเด็ด ด้วยสายถักนี่ละครับที่ผมว่ามันเด็ด เพราะก่อนหน้าจะใช้สายนี้ ผมก็ใช้สายพลาสติกที่เสียบผ่านหัวแปลง USB type-c ออกมาจากช่อง USB ของคอมพิวเตอร์แบบปกตินี่ละครับ แต่พอใช้สายถักที่แถมมาอีกชุดนึงนี้ ชัดเลยครับ เสียงตลอดย่านลดความทึบลงไปแบบรู้สึกได้ เสียงเพลงจากเพลงพ๊อบทั่วๆไปตามยุคสมัยที่ไม่รู้ว่าคนร้องหรือ Ai ร้องกันแน่เช่น แสนรัก เสียงที่ได้ยินนั้นแน่นอน เสียงยังเปิดตลอดย่านครับและๆ มีฐานความถี่ต่ำแผ่ออกมาเหมือนกับมี sub woofer อยู่ในระบบด้วย แม่ว่าจะเป็นเพลงที่บันทึกมาแบบไม่ได้เน้น audiophile มากนักแต่ ROG Kithara ก็สามารถแสดงความต่อเนื่องของเสียงให้เคลิมได้ดีมากเลย กับเพลง jazz ที่มีเสียงนักร้องเป็นเอกลักษณ์เช่น You Don’t Know Me ที่เป็นการร้อง feat ระหว่าง Ray Charles กับ Diana Krall ที่ไม่แจ๊สจ๋าฟังสบายๆ เสียงเปิดตลอดย่าน ฟังชัด ฟังยังไงก็ดี เบสต่ำๆคอยประคองวงให้เต็มอิ่ม Drum Solo: “Foxey Lady” (Jimi Hendrix) with Taj Farrant & Bay เต็มอิ่มทุกย่าน รวมถึง dynamic, harmonic รอบๆตัวโน๊ต ถ้าให้เทียบกับลำโพงคอมปกติผมที่ผ่านทาง DAC ASUS EONE MkII ไปพาวเวอร์แอมป์ 120 วัตต์ต่อข้างที่ 8 โอห์ม ทางนึงเข้า NHT super zero แล้วเบิ้ลไปเข้า subwoofer 10 นิ้ว หูฟังจะเป็นรองแค่มวลของความถี่ต่ำและไดนามิกส์แค่นั้นครับ บนพื้นฐานที่เปิดโวลุ่มที่ 30% นะ
.
ทั้งหลายทั้งมวลกับราคาค่าตัว 489 USD น่าจะ 15,000 ถึง 16,000 อาจจะมีค่าอื่นๆที่ทำให้ราคาขายสูงกว่านี้บ้าง ผมว่าเสียงเต็มย่านแบบนี้ทั้งทุ้ม กลาง แหลม และไดนามิกส์ ROG Kithara อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกแรกแต่ไม่ด้อยกว่าใครแน่ๆกับเสียงที่แอคเกรซีฟในเกมแต่นุ่มนวลเมื่อฟังเพลง จัดไปครับ
.
.
.
..
CHANE . .
.
Special Thanks.
ASUS
EN












