ROG Raikiri II Xbox Wireless Controller Review
| Share | Tweet |
Introduction

สวัสดีครับ สวัสดีวันหยุดสบายๆครับ วันนี้เรามีคอนโทรลเลอร์เอ็กซ์บ๊อกสไตล์อีกรุ่นนึงของ ASUS ครับ ROG Raikiri II Xbox Wireless Controller นั้นเป็นเป็นจอยเกมที่ออกมาเป็นรุ่นที่สามแล้วนะครับหลังจาก Raikiri และ Raikiri Pro โดยที่จะมีจุดที่แตกต่างอยู่ในหลายๆจุดทั้งโพลลิ่งเรท ทริ๊กเกอร์ และชนิดของจอยสติ๊ก โดยที่หน้าตาก็เป็นอีกจุดนึงที่ออกแบบมาแตกต่างจากรุ่นพี่สองรุ่นก่อนรวมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อกับทั้ง PC และ XBOX ได้สามรูปแบบทั้งผ่านสาย USB, 2.4 GHz ทาง USB และ Bluetooth
ROG Raikiri II Xbox Wireless Controller นี้มีโพลลิงเรทสูงสุดที่ 1,000 Hz สวิทซ์ทริ๊กเกอร์ที่ติดตัวมาจะเป็น TMR Optical micro switch สามารถปรับแต่งค่าต่างๆในตัวคอนโทรลเลอร์ได้ผ่านทาง website >> Gear Link << สะดวกขึ้นมากเลย เดี๋ยวเราค่อยๆมาชมรายละเอียดกันเลย
.
..

.
.
.
PACKAGE APPEARANCE


กล่องบรรจุของ ROG Raikiri II จะมีรายละเอียดของสเปกภายในมาให้เพื่อช่วยในการตัดสินใจครับ


ฮาร์ทเคสนั้นก็มีมาให้ในรุ่นนี้ มันจะช่วยให้เราสามารถพกพา ROG Raikiri II Xbox Wireless Controller ไปกับเราได้ในทุกที่โดยที่ปลอดภัยมากๆ และยังได้ทำช่องสำหรับเสียบชาร์จคอนโทรลเลอร์โดยไม่ต้องถอดออกจากเคสด้วย

ในกล่องก็จะมีคู่มือแผ่นพับมาให้เผื่อต้องการรายละเอียดต่างๆของการใช้งาน สาย USB type-A to Type-C หนึ่งเส้นและฐานรองตัวชาร์จ


อุปกรณ์นี้เป็นแท่นชาร์จนะครับช่วยเพิ่มความสะดวกให้เรามากเลย

หน้าตาของ ROG Raikiri II Xbox Wireless Controller นี้จะมีหน้าตาต่างจากรุ่นพี่ค่อนข้างมากทั้งเทกเจอร์และไฟแสงสี โดยหน้าตานั้นจะทำเทกเจอร์ให้คล้ายกับ ROX XBOX ALLY เลย สวยไปอีกแบบในมุมมองนี้

สวิทซ์ต่างๆ

ช่องเสียบไฟเลี้ยงและสัญญาณผ่านทาง USB Type-A จากอุปกรณ์หลักมายังคอนโทรลเลอร์ด้วย USB Type-C

ซีเล็กเตอร์เลือกโหมดจะมีอยู่สองชุดนะครับ ชุดแรกจะเป็นซีเล็กเตอร์สำหรับเลือกว่าเรากำลังใช้กับ PC หรือ XBOX ที่โซนขวาในรูป ส่วนซีเล็กเตอร์ด้านซ้ายมือในรูปจะเป็นการเลือกโหมดการเชื่อมต่อ ซึ่งสามารถเลือกได้สามรูปแบบคือเชื่อมต่อแบบสาย, เชื่อมต่อทาง Wireless 2.4 GHz และสุดท้ายคือทาง Bluetooth ซึ่งทั้ง PC และ XBOX สามารถเลือกการเชื่อมต่อทั้งสามรูปแบบได้เหมือนกันในรุ่นนี้ และปุ่มที่ด้านหลังก็จะเห็นว่ามีตัวเลือก Dual Mode Trigger ที่สามารถเลือกจะให้การกดเป็นระยะสั่นคือกดนิดเดียวลั่นเป็นปกติหรือว่าจะให้กดยาวๆค่อยลั่นก็ทำได้ และปุ่มด้านหลังทั้งหมดยังสามารถเลือกที่จะโปรแกรมเข้าไปได้ด้วย
.
.
Testing

เมื่อใช้งานไฟแสงสีจะสวยแบบนี้เลย เท่ห์มาก ในรูปวางบนแท่นชาร์จและกำลังชาร์จอยู่

การปรับแต่งนั้น ในเกมมิ่งเกียร์เจนใหม่ของเอซุสนั้นสามารถเข้าปรับแต่งจากหน้าเว็บไซด์ได้แล้วนะครับ ไม่ต้องลง app โดยเราต้องเข้าไปที่หน้าเว็บ Gear Link ที่นี่นะ https://gearlink.asus.com/en
โดยที่หน้าแรกของตัว Gear Link นี้จะเป็นการปรับแต่งปุ่มครับ

อันนี้เป็นหน้าแรกของการปรับแต่งต่างๆ

หน้านี้จะเป็นการจัดการกับแสงสีบน ROG Raikiri II Xbox Wireless Controller ปรับแต่งได้หลากหลายมาก

หน้านี้เป็นการแสดงไฟในแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ ทางเอซุสแจ้งว่าเจ้า ROG Raikiri II Xbox Wireless Controller นั้นสามารถใช้ได้ยาวนานถึง 50 ชั่วโมงหากปิดไฟ RGB ไม่ใช้เสียงและปิดระบบสั่นนะครับ


หน้าสุดท้ายจะเป็นการคาลิเบรทปุ่ม
.

ROG Raikiri II Xbox Wireless Controller สวยงามเมื่อใช้งาน กระชับมือ ผมว่ามือผมกำลังดีเลย

ไฟ RGB บนตัวคอนโทรลเลอร์นั้นก็มีมาให้พอสมควรครับ สวยดี

การพัฒนาในรุ่นที่สามนี้บน ROG Raikiri II Xbox Wireless Controller ถือว่าค่อนข้างต่าง เอาเป็นว่าตอนนี้สามารถเชื่อมต่อกับทั้ง PC และ XBOX ได้ทั้งสามช่องทางนะครับคือ เชื่อมต่อแบบสาย, เชื่อมต่อทาง Wireless 2.4 GHz และสุดท้ายคือทาง Bluetooth ตัวคอนโทรลเลอร์มีน้ำหนัก 345 กรัม แต่ไม่รู้สึกว่าหนักเลยน่าจะมาจากการออกแบบให้มีความสมดุลย์ภายในนั่นเองรวมถึงลายบนตัวถังที่ไม่ลื่น จับกระชับดีด้วย ตัวมันเองจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม มาให้นะครับเผื่อต้องการเสียบหูฟังเวลาเล่น ผมลองเล่นเกมส์ FC26 เทียบกันระหว่างจอย XBOX มาตรฐานกับตัวนี้ ผมว่าไร้สายผ่านทาง 2.4 GHz นั้นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกถึงความแตกต่างมากมายนะครับ โปรเพลเยอร์อาจจะจับความแตกต่างในแง่นี้ได้ดีกว่าผม แต่ถ้าบอกว่าคนธรรมดาๆ มันไม่ต่างแน่นอน ซึ่งจุดนี้น่าจะเพราะ Latency ที่ ROG Raikiri II ได้ถูกออกแบบมาให้ต่ำทีเดียวครับที่ 3.54 ms ทางช่องไร้สาย ถือว่าเป็นการพัฒนาทั้งหน้าตาและการเชื่อมต่อให้ตอบสนองการเล่นเกมทั้งบน PC และ XBOX ได้อย่างครอบคลุมเลย
.
สำหรับราคานั้น ผมยังไม่เห็นบนหน้าเว็บออนไลน์เลยนะครับ แต่คิดว่าแพงอยู่ ลองพิจารณาดูครับหากชอบหน้าตาและคุณสมบัติต่างๆที่มีบนเจ้า ROG Raikiri II นี้
.
.
.
.
..
CHANE . .
.
Special Thanks.
ASUS
EN












