ROG HARPE II EXTREME EDITION 20 Review : testing (3/3)

Article by tpp On October 11, 2026 88 views
ROG HARPE II EXTREME EDITION 20 Review
 < 1 2 3

.

Testing

tpp_7070-copy1 รูปร่างหน้าตาที่คุ้นเคยกันครับสำหรับเมาส์ทรงมาตรฐานนี้แต่มันเด่นตรงสีสันที่แปลกตาไปกว่าเมาส์ทั่วๆไปที่ไม่สีขาวก็สีดำ

1

การปรับแต่งนั้น ในเกมมิ่งเกียร์เจนใหม่ของเอซุสนั้นสามารถเข้าปรับแต่งจากหน้าเว็บไซด์ได้แล้วนะครับ ไม่ต้องลง app โดยเราต้องเข้าไปที่หน้าเว็บ Gear Link ที่นี่นะ https://gearlink.asus.com/en

โดยที่หน้าแรกของตัว Gear Link นี้จะเป็นการปรับแต่งปุ่มครับ

2

หน้านี้เอาไว้ตั้งค่า SpeedShift โดยกลไกการทำงานนั้นตัวระบบจะให้เราเลือกตั้งค่า "ปุ่มเปิดใช้งาน SpeedShift" (SpeedShift Trigger Button) ขึ้นมา 1 ปุ่ม (เช่น ปุ่มด้านข้าง Forward หรือ Backward)  ในเวลาปกติ ทุกปุ่มบนเมาส์ก็จะทำงานตามคำสั่งปกติที่ตั้งไว้ แต่ เมื่อเรากดปุ่ม SpeedShift ค้างไว้ ปุ่มอื่นๆ บนเมาส์ทั้งหมด (เช่น คลิกซ้าย, คลิกขวา, ปุ่มลูกกลิ้ง Scroll Click) จะสลับไปทำหน้าที่ในเลเยอร์ที่ 2 (Secondary Layer) ทันที และเมื่อปล่อยปุ่ม ทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นปกติ

3

หน้านี้เราคงใช้บ่อยคือการปรับแต่งการใช้งานเพื่อเสริมประสิทธิภาพครับ โดยเราสามารถเลือกโพรไฟล์ DPI ได้สี่ค่าและจะแสดงผลเป็นสีที่แตกต่างกันสี่สี เราสามารถปรับ polling rate ได้จากหน้านี้ด้วย ซึ่งการปรับค่า Polling rate สูงๆนั้นก็จะกินแบตมากขี้นด้วยนะ และรวมถึงการปรับแต่งค่าองศาปกติของมือเราด้วย อันนี้เผื่อใครที่จับเมาส์แล้วรู้สึกว่าเวลาขยับเคอเซอร์แล้วมันไม่ตรงตามที่เราต้องการก็ให้มาลองปรับที่เมนูนี้นะครับ

4

หน้านี้จะเป็นการตั้งค่าของแสง effect บริเวณ แผ่นเพลตโลหะชุบทองคำแท้ 24K นะครับ

5

หน้านี้จะเอาไว้สำหรับคาริเบรทตัวเซนเซอร์กับแผ่นรองเมาส์ ที่บางครั้งต้องทำการเซตหน่อยครับหากการเคลื่อนที่ของเคอร์เซอร์นั้นผิดเพี้ยนไปหรือไม่ถูกต้อง

6

หน้านี้จะเอาไว้แสดงปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือ และสามารถเลือกตั้งค่าให้การกะพริบของแสงเกิดขึ้นเมื่อแบตเตอรี่ต่ำลงจนถึงกี่เปอร์เซนต์ครับ

7

เมนูนี้ถือเป็นศูนย์รวมการจัดการ (Control Center) ที่ฉลาดและสะดวกสบายมากครับ สำหรับเกมเมอร์สาย Hardcore ที่เล่นเกมหลายแนวหรือใช้งานคอมพิวเตอร์หลากหลายรูปแบบ เพราะระบบ Scenario Profiles จะช่วยให้เราสามารถตั้งค่าชุดคำสั่ง ปุ่มกด DPI และเอฟเฟกต์แสงไฟ แยกเฉพาะเจาะจงรายเกมหรือรายแอปพลิเคชันได้เลย

.

ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถเซ็ตโพรไฟล์ให้เมาส์วิ่ง Polling Rate 8000Hz เต็มสูบ และเปลี่ยนปุ่มด้านข้างเป็นคำสั่งลัดเฉพาะตอนที่หน้าจอเปิดเข้าเกม FPS เช่น Valorant หรือ CS2 แต่เมื่อเราพับหน้าจอเกมกลับมาเปิดเบราว์เซอร์ใช้งานทั่วไป หรือเปิดโปรแกรมทำงานอย่าง Photoshop ตัวระบบก็จะตรวจจับและสลับโปรไฟล์กลับมาเป็นโหมดประหยัดพลังงาน Polling Rate 1000Hz และคืนค่าปุ่มกดปกติให้เราเองโดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องคอยกดเปลี่ยนโพรไฟล์ไปมาให้เสียเวลาเลยครับ ตัวซอฟต์แวร์หลังบ้านจัดการให้เสร็จสรรพตามใจสั่งเลย

81

82

Zone Mode ตัวนี้เปรียบเสมือนปุ่มลัดเพื่อก้าวเข้าสู่สนามแข่งระดับ Esports ครับ กลไกของมันถูกออกแบบมาให้เราสามารถใช้ปุ่มคอมโบกด ปุ่ม DPI ร่วมกับปุ่มด้านข้างทั้ง 2 ปุ่มพร้อมกัน เพื่อเปิดโหมดนี้ได้ทันทีจากตัวเมาส์ เมื่อเปิดแล้ว (สังเกตไฟสีแดงกะพริบที่สกรอลล์เมาส์) ระบบจะดับไฟ RGB ทั้งหมดเพื่อตัดพลังงานที่ไม่จำเป็นออก แล้วสั่งให้เซนเซอร์ AimPoint Pro 65K ทำงานด้วย Scan Rate สูงสุด พร้อมดัน Polling Rate ไปที่ True 8K Wireless แบบจัดเต็ม รวมถึงเปิดระบบ TX Power Control เร่งกำลังส่งสัญญาณเพื่อลดสัญญาณรบกวนในห้องแข่งขัน ข้อดีคือเราสามารถรีดประสิทธิภาพสูงสุดออกมาได้ทันทีเมื่อเข้าเกม และเมื่อแข่งเสร็จก็กดปุ่มคอมโบเดิมอีกครั้งเพื่อสลับกลับมาโหมดปกติ (ไฟสีน้ำเงินกะพริบ) เพื่อเซฟแบตเตอรี่ตอนใช้งานทั่วไปได้ง่ายๆ ครับ

tpp_7074-copy

tpp_7072-copy

เมื่อลองจับถือและใช้งานเมาส์นี้ ตัวเมาส์นี้จะไม่มีส่วนโค้งเว้าเพื่อรับอุ้งมือนะครับ

tpp_7069-copy

เมื่อเทียบกับเมาส์ส่วนตัวคือ ROG Keris II ACE ที่ผมใช้อยู่ จะเห็นได้เลยนะครับว่า ROG Harpe II Extreme Edition 20 นั้นมีรูปทรงสมมาตรกว่า

tpp_7080-copy

โครงสร้างรูปทรงของเมาส์ ROG Harpe II Extreme Edition 20 นี้นั้นจะมีพื้นฐานการออกแบบร่วมกับโปรเพลเยอร์ระดับโลกเพื่อสรีระการจับที่สมมาตรและมั่นคงที่สุดในการแข่งขัน แต่อัตลักษณ์ความล้ำที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ของรุ่นพิเศษครบรอบ 20 ปีนี้ คือส่วนฝาครอบบอดี้ด้านบนที่เป็นเปลือกโปร่งแสงสีดำรมควัน (Black Translucent Shell) กึ่งใส ซึ่งความพีคคือมันเปิดทางให้เรามองทะลุลงไปเห็นความวิจิตรภายใน โดยเฉพาะบริเวณฐานหนุนอุ้งมือที่มีการติดตั้งชิ้นงานแผ่นเพลตโลหะชุบทองคำแท้ 24K (Authentic 24K Gold-Plated Detailing) เปล่งประกายสะท้อนแสงเงางามอยู่ด้านใต้เลเยอร์สีดำกึ่งใส เผยให้เห็นโลโก้ดวงตาอันเป็นเอกลักษณ์ของ ROG ในโทนสีทองคำเลอค่าอย่างเด่นชัด สะกดสายตาทั้งตอนจับใช้งานและตอนวางตั้งโชว์ในเคสอะคริลิกได้อย่างน่าทึ่ง แตกต่างจากรุ่นทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ในส่วนของน้ำหนักตัวถังขยับขึ้นมาอยู่ที่ 82 กรัม เพื่อเสริมบาลานซ์การตวัดข้อมือให้มีความตึงมือและแน่นกระชับแบบมีมิติสมกับเป็นโมเดลสำหรับนักสะสมครับ ถ้าถามผมตอนใช้งาน ผมรู้สึกว่าปุ่มกดนั้นค่อนข้างแข็งสำหรับผมนะครับ ที่เหลือเรื่องการใช้งานนี่ไม่มีข้อกังขาเลย

มาถึงตอนนี้แล้วผมสามารถสรุปได้เลยครับว่า ASUS ROG Harpe II Extreme Edition 20 นี้นอกจากจะอัดแน่นเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ที่แทบจะเป็นที่สุดของเมาส์สายเกมในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์ AimPoint Pro 65K หรือระบบสัญญาณไร้สาย True 8K Wireless ที่ตอบสนองได้แม่นยำตรงตามข้อมือแบบ 1:1 ราวกับเสียบสายเล่น แต่สิ่งที่ทำให้เมาส์ตัวนี้ก้าวข้ามผ่านคำว่าเกมมิ่งเกียร์ทั่วไป คือคุณค่าในการออกแบบระดับ Masterpiece เพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของแบรนด์ ROG อย่างแท้จริงครับ

.

สำหรับราคาค่าตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเปิดมาอยู่ที่ 9,390 บาท หลายคนมองตัวเลขแล้วอาจจะคิดว่าแพงพอสมควร แต่ต้องเข้าใจก่อนครับว่าเมาส์รุ่นนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเน้นความคุ้มค่าเงินในตลาดแมส แต่มันเกิดมาเพื่อกลุ่มผู้ใช้ระดับ Enthusiast และนักสะสมฮาร์ดแวร์ตัวจริงที่หลงใหลในความเป็นที่สุดของแบรนด์ Republic of Gamers ใครที่เห็นดีเทลงานทองคำ 24K ตัวนี้แล้วพึงใจ อยากได้เมาส์ระดับตำนานไปประดับโต๊ะคอมพิวเตอร์หรือใส่ตู้โชว์สตูดิโอ เตรียมตัวจัดได้เลยครับ

.

.

..

CHANE . .

vmod award performance bestvmod award innovation best

.

Special Thanks.

ASUS

 < 1 2 3