ดีอี จับมือ อว. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว ThaiLLM วางรากฐาน AI สัญชาติไทย สู่การใช้งานจริง นำร่องด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีของประเทศ

/ ข่าวโดย: Nongkoo OverclockTeam , 05/05/2026 21:31, 29 views / view in EnglishEN
Share

ดีอี จับมือ อว. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว ThaiLLM วางรากฐาน AI สัญชาติไทย สู่การใช้งานจริง นำร่องด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีของประเทศ

01 e0b899e0b8b2e0b8a2e0b89ee0b88ae0b8a3 e0b8ade0b899e0b8b1e0b899e0b895e0b8a8e0b8b4e0b8a5e0b89be0b98c e0b89be0b8a5e0b8b1e0b894e0b881 ดีอี จับมือ อว. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว ThaiLLM วางรากฐาน AI สัญชาติไทย สู่การใช้งานจริง นำร่องด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีของประเทศ



5 พฤษภาคม 2569, กรุงเทพฯ – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ (AI Infrastructure) อย่างเป็นรูปธรรม เปิดตัว “ThaiLLM” โมเดล AI ภาษาไทย ยกระดับการใช้งาน AI ให้สอดคล้องกับบริบทประเทศไทย นำร่องด้านสุขภาพ ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจภาษาและบริบทเชิงลึก มุ่งสร้าง ecosystem AI ภาษาไทย สู่อธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ของประเทศ

ภายในงานได้รับเกียรติจากนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) พร้อมด้วยผู้บริหารจากสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) เข้าร่วมแถลงความคืบหน้าโครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์สําหรับภาษาไทย หรือ Thai Large Language Model (ThaiLLM)

02 e0b899e0b8b2e0b8a2e0b89ee0b88ae0b8a3 e0b8ade0b899e0b8b1e0b899e0b895e0b8a8e0b8b4e0b8a5e0b89be0b98c e0b89be0b8a5e0b8b1e0b894e0b881 ดีอี จับมือ อว. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว ThaiLLM วางรากฐาน AI สัญชาติไทย สู่การใช้งานจริง นำร่องด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีของประเทศ

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า “กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญกับการวางรากฐานด้าน AI ของประเทศ ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่รวมถึงการสร้างขีดความสามารถที่ประเทศเป็นเจ้าของ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนา AI ได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่เพียง “ผู้รับเทคโนโลยี” จากภายนอก

เทคโนโลยีประเภท Large Language Model หรือ LLM มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มศักยภาพ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเข้าถึงเครื่องมือ แต่เป็นเรื่องของ “ความเข้าใจ” ความเข้าใจในภาษาที่ใช้จริงในบริบทเฉพาะของสังคมไทย และในวิธีที่คนไทยสื่อสารกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่โมเดลจากต่างประเทศยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเพียงพอ”

เป้าหมายของ ThaiLLM จึงไม่ใช่การสร้าง “โมเดลทางภาษาอีกโมเดลหนึ่ง” เพื่อแข่งขันกับเทคโนโลยีระดับโลก แต่เป็นการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศ” โดยการพัฒนาครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลภาษาไทยคุณภาพสูง โมเดลที่เข้าใจบริบทสังคมไทย ไปจนถึงแพลตฟอร์ม ThaiLLM Playground ที่เปิดให้ประชาชนและนักพัฒนาเข้าถึงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการเร่งพัฒนาบุคลากรด้าน AI เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว

03 e0b894e0b8a3e0b89ee0b8b1e0b899e0b898e0b8b8e0b98ce0b980e0b89ee0b8b4e0b988e0b8a1e0b8a8e0b8b1e0b881e0b894e0b8b4e0b98c e0b8ade0b8b2 ดีอี จับมือ อว. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว ThaiLLM วางรากฐาน AI สัญชาติไทย สู่การใช้งานจริง นำร่องด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีของประเทศ

ทั้งหมดนี้คือการวางรากฐาน “อธิปไตยทางเทคโนโลยี AI”  (AI Sovereignty) ของประเทศไทย ไม่ใช่การทดแทนเทคโนโลยีจากภายนอก แต่เป็นการเสริมศักยภาพให้ประเทศมีทางเลือก มีความสามารถในการกำหนดเงื่อนไขของตนเอง และมีรากฐานให้การพัฒนาด้าน AI เป็นไปได้อย่างยั่งยืน

ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความสำเร็จของโครงการ ThaiLLM เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญของภาคีเครือข่ายระดับประเทศ นำโดยกระทรวงดีอี โดย BDI, กระทรวง อว. โดย สวทช.,  AIEAT, VISTEC, AIAT รวมถึงจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดล โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEF) เพื่อร่วมกันวางรากฐานระบบนิเวศ AI ของประเทศ ทั้งนี้ในระยะถัดไปจะมุ่งเน้นการขยายผลสู่การใช้งานจริงในภาคเศรษฐกิจเป้าหมาย ควบคู่ไปกับการวางกรอบธรรมาภิบาลและการใช้งาน AI อย่างปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า โครงการพัฒนา ThaiLLM ที่เกิดจากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่าง 2 กระทรวงในครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเปลี่ยนบทบาทของไทย “จากผู้ใช้งาน  สู่การเป็นผู้สร้าง และผู้กำหนดทิศทางระบบนิเวศ AI”  เพื่อให้พร้อมรองรับการเติบโตของเทคโนโลยี AI ภายในประเทศ โดยกระทรวง อว. ในฐานะเสาหลักด้านการวิจัยพัฒนา  ได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

07 bdi e0b894e0b8b5e0b8ade0b8b5 e0b888e0b8b1e0b89ae0b8a1e0b8b7e0b8ad e0b8ade0b8a7 e0b981e0b8a5e0b8b0e0b8a0e0b8b2e0b884e0b8b5e0b980e0b884 ดีอี จับมือ อว. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว ThaiLLM วางรากฐาน AI สัญชาติไทย สู่การใช้งานจริง นำร่องด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีของประเทศ

1) การพัฒนา Foundation LLM สำหรับภาษาไทย ที่ได้ระดมองค์ความรู้จากนักวิจัย นักวิชาการ มาร่วมพัฒนาออกแบบสถาปัตยกรรมโมเดล พัฒนาชุดข้อมูลภาษาไทย ไปจนถึงการประเมินและพัฒนาคุณภาพโมเดลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ThaiLLM มีความสามารถเข้าใจภาษา บริบท และวัฒนธรรมไทยได้อย่างแท้จริง

2) สนับสนุนเครื่อง LANTA ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ ของ เนคเทค สวทช. ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ใช้ในการฝึกโมเดล ThaiLLM ภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการใช้บริการคลาวด์ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาควาปลอดภัยของข้อมูล ไม่ให้ข้อมูลสำคัญของชาติถูกส่งออกไปประมวลผลภายนอกประเทศ

3) การพัฒนากำลังคน AI ซึ่งถือเป็นหัวใจของการขับเคลื่อน AI ในระยะยาว ที่ผ่านมาได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจัดอบรม 4 หลักสูตร ที่ออกแบบเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่ AI Beginner สำหรับนักพัฒนาระดับเริ่มต้น, AI Engineer สำหรับการปรับแต่งโมเดล LLM และระบบ RAG, AI Professional และ AI Researcher สำหรับผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย ปัจจุบันมีผู้เข้ารับการอบรมแล้วกว่า 700 คน ที่จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม AI ของประเทศไทยให้มีศักยภาพทัดเทียม สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้ในอนาคต

13 bdi e0b894e0b8b5e0b8ade0b8b5 e0b888e0b8b1e0b89ae0b8a1e0b8b7e0b8ad e0b8ade0b8a7 e0b981e0b8a5e0b8b0e0b8a0e0b8b2e0b884e0b8b5e0b980e0b884 ดีอี จับมือ อว. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว ThaiLLM วางรากฐาน AI สัญชาติไทย สู่การใช้งานจริง นำร่องด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีของประเทศ

ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า โครงการ ThaiLLM มีการพัฒนา Foundation Model ThaiLLM ขนาด 8B และ ขนาด 30B ในลักษณะ open license และ open-weight ที่นักพัฒนาสามารถดาวน์โหลดไปใช้พัฒนาต่อยอดเป็น Fine-tuned Model เฉพาะทาง โดยใช้ข้อมูลสาธารณะ และจากความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ข้อมูลวิจัย และข้อมูลข่าวสารในบริบทไทย

ทั้งนี้ทางโครงการยังได้มีการทดลองต่อยอดโมเดลที่ถูกพัฒนาขึ้นในบริบทการแพทย์ ทั้งการพัฒนาโมเดลเฉพาะทาง และแชทบอทช่วยคัดกรองอาการและให้คำแนะนำเบื้องต้น นอกจากนี้ ทางโครงการได้มีการสร้างความร่วมมือกับหลายภาคส่วนใน ecosystem นักพัฒนาไทย เช่น  PathummaLLM (NECTEC), THaLLE (KBTG), Typhoon (SCB DataX) และ OpenThaiGPT (AIEAT) เพื่อทดลองพัฒนาโมเดลภาษาไทยต่อยอดจาก ThaiLLM foundation model ในบริบทต่าง ๆ และได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์ม ThaiLLM Playground ซึ่งให้บริการโมเดลเหล่านี้ ทั้งในรูปแบบ API สำหรับนักพัฒนาและ Chat Sandbox สำหรับทดลองใช้งานในรูปบทสนทนา โดยแพลตฟอร์ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทรัพยากรคำนวณสำหรับการพัฒนาและให้บริการแพลตฟอร์มจาก NT และ บริษัท SIAM.AI CLOUD

14 bdi e0b894e0b8b5e0b8ade0b8b5 e0b888e0b8b1e0b89ae0b8a1e0b8b7e0b8ad e0b8ade0b8a7 e0b981e0b8a5e0b8b0e0b8a0e0b8b2e0b884e0b8b5e0b980e0b884 ดีอี จับมือ อว. และภาคีเครือข่าย เปิดตัว ThaiLLM วางรากฐาน AI สัญชาติไทย สู่การใช้งานจริง นำร่องด้านสุขภาพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีของประเทศ

ผู้อำนวยการ BDI กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีนักพัฒนาและผู้สนใจเข้ามาทดลองใช้งานแพลตฟอร์ม ThaiLLM Playground แล้วกว่า 8,000 ราย  ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความสนใจในการทดลองต่อยอด AI ไทยในบริบทเฉพาะที่หลากหลาย การมีทรัพยากรข้อมูลภาษาไทยที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ การมีเครื่องมือและทรัพยากรด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ส่งเสริมการใช้งานในบริบทไทย และการมีบุคลากรพร้อมด้วยทักษะและความสนใจในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์นี้ เป็นรากฐานสำคัญในด้าน  AI Sovereignty ที่มุ่งให้ประเทศไทยสามารถพัฒนา ควบคุม และใช้ประโยชน์จาก AI ได้ด้วยตนเอง บนฐานข้อมูลภาษาไทยที่มีคุณภาพและเข้าใจบริบทของประเทศ

“โครงการ ThaiLLM ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าพึงพอใจ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา ที่ร่วมกันสร้างกลไกขับเคลื่อน AI Sovereignty เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ พร้อมยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืน”  ศ. ดร.ธีรณี กล่าวปิดท้าย

สามารถติดตามอัปเดตข้อมูลและกิจกรรมต่าง ๆ ของสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ได้ทางเว็บไซต์ https://bdi.or.th/ และ Facebook: BDI - Big Data Institute

ร่วมแสดงความคิดเห็นหรือวิจารณ์ Click!!!
Bookmark บทความ : Zickr Kudd Duocore Techkr aJigg Oncake Lefthit Meetgamer Siamcollective TagToKnow Dunweb Digza