บทความเด็ด
ดูบทความทั้งหมดNotebook Corner
ดูเนื้อหาเกี่ยวกับ Notebook ทั้งหมด
Review : MSI GT60 Gaming Notebook
Ivy-Bridge i7 + GTX670 + SSD 64gbx2 RAID0 ตกลงแล้วนี่คอมตั้งโต๊ะ หรือโน๊ตบุ๊กจริงๆ ?
Review : Samsung 5 Series Ultrabook
Samsung 530U4 5 Series ultrabook มาพร้อมกับจอ 14 นิ้วและออฟติคัลไดร์ฟ
Preview : New Asus N56VM !! พร้อมขุมพลังใหม่
N series 15 นิ้ว โฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม พร้อมแรงกว่าเดิมด้วยพลังจากภายใน !!
Review : Acer Aspire One D270
เน็ทบุคบางเบา ยอดประหยัดไฟขุมพลัง Dual Core
Notebook News Update
Printer Corner
ดูเนื้อหาเกี่ยวกับ Printer ทั้งหมดHP Smart Tank 580 All-in-One Printer Review
HP Smart Tank 580 All-in-One Printer Review ปริ้นเตอร์สมาร์ทไร้สายสั่งการปริ้นผ่านสมาร์ทโฟนหรือพีซีดีไซน์สวยงามปริ้นด้วยความคมชัดสีสรรสดใส พิมพ์ได้คุ้มๆ 6,000หน้า เหมาะสำหรับออฟฟิคสำนักงานและใช้งานที่บ้านอย่างคุ้มค่าคุ้มราคา
HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review
HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review อัดแน่นด้วยฟีเจอร์แบบครบครันสำหรับองค์กรและสำนักงานที่เน้นความคุ้มค่าประหยัดในการใช้งาน
HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer
HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer เครื่องปรินต์คุณภาพปรินต์ได้สูงสุดถึง 1500แผ่นต่อหมึกหนึ่งตลับ จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ที่มากมายสุดคุ้มค่าสุดประหยัด
HP Deskjet Ink Advantage 3635
HP Deskjet Ink Advantage 3635 รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยเทคโนโลยีไร้สาย HP wireless direct กับราคาเร้าใจเพียงสามพันกว่าบาท
Printer News Update
กระดานข่าว Vmodtech
เข้าเว็บบอร์ด
Update ข่าวสาร
ดูข่าวทั้งหมดหวนคืนสู่ Raccoon City… ความสยองที่คุณ “เห็น” ชัดกว่าที่เคย

คุณรู้จักที่นี่ดี—ความเงียบอึดอัด เงามืดที่บีบคั้น และความรู้สึกว่ามีบางอย่างเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา
Resident Evil Requiem ไม่ได้บังคับให้คุณวิ่งหนี แต่ทำให้คุณ “ช้าลง” เพื่อรับรู้ความสยองที่ค่อย ๆ กัดกินจิตใจ ผ่านเงามืดที่ลึกจนสุดหยั่ง และรายละเอียดที่คมชัดจนแทบไม่อยากมองตรง ๆ
ถึงเวลาอัปเกรดประสบการณ์…ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินคุณ
เพียงอัปเกรดเป็นเกมมิ่งมอนิเตอร์ **MSI MPG QD-OLED รุ่นที่ร่วมรายการ
รับเกม Resident Evil Requiem ฟรี
รุ่นที่ร่วมรายการ

MPG 271QR QD-OLED X50
- 500Hz / 0.03ms ลด Input Lag เหลือเพียง 1.5ms
- OLED Care 3.0 ระบบถนอมจอด้วย AI
- ClearMR 21000 / DisplayHDR True Black 500
- DisplayPort 2.1a | รับประกันจอเบิร์น 3 ปี

MPG 322URX QD-OLED
- 240Hz / 0.03ms (GtG) ภาพลื่นคมชัด
- OLED Care 2.0
- ClearMR 13000 / DisplayHDR True Black 400
- DisplayPort 2.1a | รับประกันจอเบิร์น 3 ปี
สรุป: เมื่อสีดำลึกขึ้น เงาคมขึ้น ความเงียบก็ยิ่งน่ากลัวขึ้น—นี่คือวิธีที่ Resident Evil ควรถูก “มองเห็น”
ที่มา: MSI
#MSI #MPGQDOLED #ResidentEvilRequiem #OLEDGaming #GamingMonitor #RaccoonCity #HorrorGame
Ascenti ประกาศจับมือ ADATA แบรนด์ผู้ผลิตหน่วยความจำ (Memory) และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (SSD) ชั้นนำในประเทศไทย เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

บริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไอทีชั้นนำของประเทศไทย Ascenti ประกาศจับมือ ADATA แบรนด์ผู้ผลิตหน่วยความจำ (Memory) และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (SSD) ชั้นนำในประเทศไทย เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
บริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไอทีชั้นนำของประเทศไทย ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจครั้งสำคัญ ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากสินค้าแบรนด์ ADATA ผู้ผลิตหน่วยความจำ (Memory) และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (SSD) ระดับชั้นนำของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งหวังที่จะให้สินค้านวัตกรรมเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนและขยายขอบเขตเทคโนโลยีในประเทศไทยให้ทั่วถึง เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์และประสิทธิภาพสินค้าระดับสูงที่ไม่แพ้ใคร ครอบคลุมและตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มเกมเมอร์และครีเอเตอร์มืออาชีพ

ADATA Memory มอบอิสระในการประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยฮีทซิงค์ขนาดกะทัดรัด (Low-Profile) ออกแบบมาให้ติดตั้งได้อย่างสมบูรณ์แบบแม้ในเคสขนาดเล็ก และ หมดกังวลเรื่องการเบียดหรือชนกับซิงค์ลม CPU ขนาดใหญ่ มาพร้อมเส้นสายเรขาคณิตที่ดูเรียบหรู เสริมลุคให้คอมพิวเตอร์ของคุณดูโดดเด่นและทันสมัย ยกระดับความเสถียรไปอีกขั้นด้วยการติดตั้ง Power Management IC (PMIC) ไว้บนแผงวงจรโดยตรง ช่วยควบคุมการจ่ายไฟให้แม่นยำและนิ่งสนิทแม้ใช้งานหนักต่อเนื่อง
ปลดปล่อยจินตนาการและพลังแห่งการเล่นเกมให้ถึงขีดสุดกับ ADATA SSD เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมอินเตอร์เฟซ PCIe Gen4 x4 และมาตรฐาน NVMe 1.4 เต็มรูปแบบ รองรับแพลตฟอร์มล่าสุดทั้ง Intel และ AMD อย่างสมบูรณ์แบบ เปลี่ยนคอมพิวเตอร์ธรรมดาให้กลายเป็นขุมพลังที่ไร้คู่ต่อสู้ พร้อมยกระดับประสบการณ์ความลื่นไหลด้วยเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลที่เร็วและแรงที่สุดจาก ADATA รวมถึงตอบโจทย์คอเกมคอนโซลด้วยความสามารถในการอัปเกรดพื้นที่จัดเก็บให้ PlayStation® 5 ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งในช่องขยายได้อย่างพอดี มอบความเร็วในการโหลดเกมที่รวดเร็ว ให้สนุกกับเกมระดับ AAA ได้อย่างเต็มอรรถรส

โดย Ascenti เปิดตัวไลน์อัปแรกที่พร้อมจำหน่ายสินค้าแบรนด์ ADATA พร้อมการรับประกันและบริการหลังการขายที่คุณไว้วางใจได้ โดยมุ่งโฟกัสสินค้า Memory และ SSD เป็นหลัก ดังนี้
- ADATA DRAM XPG Lancer Blade Series | DRAM ขุมกำลัง DDR5 พร้อมให้เลือกแบบ RGB หรือ Non-RGB
- ADATA DRAM XPG Gammix D35 Series | DRAM ขุมกำลัง DDR4 พร้อมให้เลือกแบบ RGB หรือ Non-RGB
- ADATA SSD Legend Series | ขุมกำลังความเร็ว PCI-e Gen 4×4 เริ่มต้นความจุที่ 500GB / 1TB

ลูกค้าที่สนใจสินค้าสามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย Ascenti หรือห้างชั้นนำทั่วประเทศ เพิ่มความคุ้มค่าด้วยบริการหลังการขาย เพียงมองหาสติ๊กเกอร์ Ascenti อุ่นใจตลอดการใช้งาน และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารโปรโมชันได้ก่อนใคร เพียงสแกน QR CODE เพิ่มเพื่อนสามารถพูดคุย และเช็คประกันสินค้าได้ง่าย ๆ
Kingston IronKey Keypad 200 Series ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย NIST FIPS 140-3 Level 3
29.01.2026Kingston IronKey Keypad 200 Series ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย NIST FIPS 140-3 Level 3

ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้วยไดรฟ์ USB แบบเข้ารหัสเชิงฮาร์ดแวร์จำนวน 3 รุ่นที่ผ่านการรับรอง FIPS 140-3 Level 3 พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลก
กรุงเทพฯ – 29 มกราคม 2569 – Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลกประกาศว่า Kingston IronKey Keypad 200 Series (รุ่น KP200 และ KP200C) แฟลชไดร์ฟ USB แบบเข้ารหัสเชิงฮาร์ดแวร์ที่ได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมความปลอดภัย ผ่านการรับรองมาตรฐาน NIST FIPS 140-3 Level 3 ทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ KP200 มีมาตรฐานความปลอดภัยในระดับเดียวกับ IronKey D500S ซึ่งเป็นรุ่นที่เคยได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงนี้มาก่อน ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Kingston ในการนำเสนอโซลูชันการปกป้องข้อมูลที่เชื่อถือได้และผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล
Kingston IronKey Keypad KP200 series เป็นแฟลชไดร์ฟแบบมีแป้นกดรหัสที่ทำงานเป็นอิสระจากระบบปฏิบัติการ (OS-independent) จึงสามารถใช้งานได้กับทั้ง Windows®, macOS®, Linux®, ChromeOS™ รวมถึง iOS และ Android™ ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อ USB-A หรือ USB-C® ทำให้เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลแบบเข้ารหัส เพื่อรองรับการจัดเก็บและถ่ายโอนซอฟต์แวร์ที่ใช้งานกับเครื่องจักรทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB อย่างปลอดภัย โดยสำหรับองค์กรที่ดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีปฏิบัติการ (Operational Technology: OT) ทาง NIST แนะนำให้ยกระดับความปลอดภัยของแฟลชไดรฟ์ตามแนวทางใหม่ที่ระบุไว้ในเอกสาร Special Publication (SP) 1334
Kingston กล่าวว่า “กระบวนการรับรองมาตรฐาน FIPS 140-3 Level 3 โดย NIST ถือเป็นขั้นตอนที่เข้มงวดและใช้เวลานานที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ อย่างไรก็ตามด้วยความมุ่งมั่นของ Kingston ในการนำเสนอโซลูชันที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ทำให้ Kingston เป็นผู้ผลิตไดรฟ์ USB แบบเข้ารหัสเชิงฮาร์ดแวร์รายแรกของโลกที่มีผลิตภัณฑ์ถึงสามรุ่น ได้แก่ D500S, KP200 และ KP200C ที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลระดับสากลนี้ ซึ่งการที่ได้รับการรับรอง FIPS 140-3 Level 3 ทำให้ไดร์ฟ IronKey KP200 และ KP200C มีความโดดเด่นในการปกป้องข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ (Data-at-Rest) และสามารถตอบโจทย์ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของหน่วยงานภาครัฐและการทหารในหลายประเทศทั่วโลก โดยในสถานการณ์ที่การสูญหายและการโจรกรรมข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไดรฟ์เหล่านี้ยังช่วยให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ที่สูญหายหรือถูกขโมย พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการคุ้มครองข้อมูล เช่น HIPAA, GDPR, NIS2, CCPA รวมถึงมาตรฐานด้านการปกป้องข้อมูลในระดับภูมิภาคอื่น ๆ”
ไดร์ฟรุ่น KP200 Series ยังรองรับการตั้งรหัส PIN แยกระหว่างผู้ดูแลระบบ (Admin) และผู้ใช้งาน (User) เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในกรณีที่ลืมรหัสผ่านชุดใดชุดหนึ่ง อีกทั้งยังมาพร้อมฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น โหมด Global Read-Only ที่ผู้ดูแลสามารถกำหนดให้ไดรฟ์อยู่ในสถานะอ่านอย่างเดียวจนกว่าจะมีการรีเซ็ตไดร์ฟ หรือโหมด Session Read-Only เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูลหรือการเขียนมัลแวร์เมื่อเชื่อมต่อกับระบบหรืออุปกรณ์ที่ไม่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ KP200 Series ยังผ่านการรับรองมาตรฐาน IP68 ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่นและน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ1
KP200 Series สามารถปรับแต่งด้วยการพิมพ์โลโก้ร่วม (Co-Logo) ได้ มีให้เลือกทั้งแบบ USB Type-A และ USB Type-C2 รองรับความจุสูงสุด 512GB3 และการรับประกันแบบจำกัดระยะเวลา 3 ปี พร้อมบริการทางเทคนิคฟรี
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบที่เว็บไซต์ kingston.com/ironkey.
Kingston® IronKey™ Keypad 200 รวมเอาเทคโนโลยีที่ปลอดภัยของ DataLock® ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ClevX, LLC www.clevx.com/patents
1 กรุณาอ้างอิงตามรายละเอียดในเอกสารข้อมูล (Datasheet) และตรวจสอบให้แน่ใจว่าต้องทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งก่อนใช้งานผลิตภัณฑ์
2 USB Type-C® และ USB-C® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ USB Implementers Forum
3 ความจุของแฟลชไดรฟ์บางตัวที่ระบุใช้สำหรับการฟอร์แมตและฟังก์ชั่นอื่น ๆ และไม่สามารถใช้เพื่อจัดเก็บข้อมูลได้ ด้วยเหตุนี้ความจะใช้งานที่แท้จริงในการเก็บข้อมูลอาจต่ำกว่าที่ระบุไว้บนตัวผลิตภัณฑ์ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคู่มือหน่วยความจำแฟลชของ Kingston
สามารถติดตาม Kingston ได้ที่:
Facebook: https://www.facebook.com/kingstonthailand/
YouTube: https://www.youtube.com/user/KingstonTechnologyTH
เกี่ยวกับ Kingston Technology
ตั้งแต่ข้อมูลขนาดใหญ่ ไปจนถึงอุปกรณ์ที่ใช้ IoT รวมถึงแล็ปท็อป พีซี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่ได้ Kingston Technology มุ่งมั่นในการนำเสนอโซลูชันผลิตภัณฑ์ บริการ และการสนับสนุนที่ดีที่สุด ด้วยความไว้วางใจจากผู้ผลิตพีซีชั้นนำและผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก Kingston จึงให้ความสำคัญกับการร่วมมือในระยะยาวที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรามุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานสูงสุดในทุกโซลูชัน โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพและการดูแลลูกค้า ในทุกขั้นตอน เรารับฟัง เรียนรู้ และร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรของเราเพื่อส่งมอบโซลูชันที่สร้างผลกระทบอย่างยั่งยืน หากต้องการเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Kingston Technology และวิสัยทัศน์ในการ “Built on Commitment” โปรดเยี่ยมชม kingston.com
PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026 ชู “Privacy in Action” ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลสู่การลงมือทำจริง เสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC จัดงาน “Data Privacy Day 2026” ภายใต้แนวคิด “Privacy in Action” ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากความเข้าใจ ไปสู่ “การลงมือทำจริง” ในระบบงาน การให้บริการ และการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันขององค์กรในประเทศ ผ่านกิจกรรมมากมายในงาน พร้อมยกระดับบทบาท PDPC ทำงานรับกับความท้าทายร่วมสมัย ทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และการกำกับดูแลการใช้ AI โดยได้รับเกียรติจาก นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิด
นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความไว้วางใจ–ความโปร่งใส–ความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในยุคที่บริการดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ อย่าง AI เข้ามามีบทบาทในหลาย ๆ มิติของชีวิต และทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทยได้กลายเป็นทั้ง โอกาส และ ความท้าทาย ของประเทศ – “การผลักดันแนวคิด Privacy in Action จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนทิศทางได้อย่างเหมาะสม เพราะการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ควรหยุดอยู่เพียงในระดับนโยบาย แต่ต้องนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้ในระบบงาน ในบริการ และในกระบวนการทำงานของทุกองค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม”

ภาพการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน คือการพึ่งพาข้อมูลเป็นหลัก ทำให้บริบทของ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ถูกนำมาใช้งานในวงกว้าง ตั้งแต่การยืนยันตัวตน การเงินดิจิทัล ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ Generative AI – ทำให้ประเด็น Data Privacy จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่กฎหมาย
แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรง เพื่อทำให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคง โดยในรายงานจาก IBM ระบุว่าค่าเฉลี่ยความเสียหายจากเหตุข้อมูลรั่วไหลทั่วโลกอยู่ที่ 4.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 10% สะท้อนว่าทั่วโลกกำลังมีต้นทุนจากความไม่พร้อมด้านข้อมูลและความปลอดภัย สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ World Economic Forum เผยผลสำรวจแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ คือ AI ถึง 94% ของผู้ตอบแบบสำรวจ และสัดส่วนองค์กรทั่วโลกที่นำ กระบวนการประเมินความปลอดภัยของเครื่องมือ AI มาใช้ เพิ่มขึ้นจาก 37% เป็น 64% ภายในปีเดียว
ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่เศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และองค์กรทั่วโลกเร่งนำเทคโนโลยีใหม่ รวมถึง AI ไปใช้จริง โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ใช้เป็น แต่ต้อง “ใช้เป็นและไว้วางใจได้” ซึ่งหมายถึงองค์กรต้องมีกรอบกำกับดูแล (Governance) ที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้งการใช้ข้อมูล การจัดการความเสี่ยง ความปลอดภัย และจริยธรรม เพื่อให้การสร้างนวัตกรรมใหม่ ไม่แลกมาด้วยความเสี่ยงต่อสิทธิของประชาชนและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
ด้าน พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ปัจจุบันข้อมูลส่วนบุคคลได้กลายเป็นรากฐานสำคัญ ทั้งต่อชีวิตของประชาชน ต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และต่อความมั่นคงของประเทศ ทำให้ความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล จะขึ้นอยู่กับความมั่นใจของประชาชนว่าข้อมูลของตนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมมากน้อยแค่ไหน – “ภารกิจของ PDPC จึงเป็นการทำให้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่แค่หลักการในหน้ากระดาษ แต่ต้องเป็นกรอบที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และก่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการทำงานของหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ รวมถึงต้องไม่หยุดอยู่เพียงในระดับความเข้าใจ แต่ต้องถูกนำไปสู่การปฏิบัติจริงในกระบวนการทำงาน การให้บริการ และการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของทุกองค์กร”
บทบาทของ PDPC ในปีนี้ จึงเป็นการกำกับดูแล ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาเครื่องมือ เพื่อช่วยให้องค์กรยกระดับมาตรฐานการดูแลข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ที่สอดรับกับความท้าทายร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น การสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล (Secure Digital Economy) บนฐานความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของข้อมูล และ การกำกับดูแลการใช้ AI (AI Governance) ที่ยึดหลักสิทธิ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบ

อีกทั้ง ภายในงาน Data Privacy Day 2026 ในปีนี้ ยังประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญที่ช่วยทำให้ Privacy in Action กลายเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นจริง ทั้งในเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ อาทิ
ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Building a Data-Driven Nation: The Role of Trust & PDPC’s Vision” ที่เชื่อมบทบาทภาครัฐ-ภาคธุรกิจ ผ่านมิติความไว้วางใจ ในการขับเคลื่อนประเทศสู่ Data-Driven Nation
เวทีเสวนา CEO Playbook ที่สะท้อนมุมมองผู้บริหารองค์กรต่อการยกระดับ “Data Governance” ให้เป็นกลยุทธ์องค์กร – เพื่อใช้ข้อมูลและ AI ได้อย่างมั่นใจ พร้อมลดความเสี่ยงเชิงกฎหมายและความเสี่ยงต่อชื่อเสียง
เวที AI & Privacy ที่วิเคราะห์ทิศทางการกำกับดูแล Generative AI และจริยธรรมข้อมูลในบริบทสากล เพื่อวางกรอบการใช้งาน AI อย่างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและสิทธิ
กิจกรรมเสริมสร้างระบบนิเวศด้านความเชื่อมั่น เช่น พิธีมอบรางวัล PDPA Challenge 2025 เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับอุดมศึกษา และพิธีลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อขยายผลการคุ้มครองข้อมูลสู่ภาคเศรษฐกิจจริง
ตลอดจนนิทรรศการและการนำเสนอเครื่องมือสนับสนุนด้าน Data Privacy ที่ช่วยให้องค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของงานที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนได้รับทั้ง ความรู้–มุมมอง–เครื่องมือ เพื่อต่อยอดสู่การปฏิบัติในองค์กร

พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวทิ้งท้ายว่า PDPC คาดหวังให้งาน Data Privacy Day 2026 เป็นเวทีที่เชื่อม องค์ความรู้–ความร่วมมือ–แนวทางปฏิบัติ ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และประชาชน เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบดิจิทัลไทย และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
Booking.com คาดการณ์เทรนด์การเดินทางที่จะนิยามการท่องเที่ยวในปี 2569

เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจหลักในการกำหนด ‘ยุคทองของทุกคน’
แบบสำรวจการคาดการณ์เทรนด์การเดินทางฉบับครบรอบ 10 ปีโดย Booking.com เปิดเผยว่า ในปี 2569 ผู้เดินทางจะเลือกการเดินทางที่คำนึงถึงความเป็นตัวของตัวเองเป็นหลักอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ เป้าหมาย และความหลงใหลเฉพาะบุคคล
การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น และในปีนี้ผู้เดินทางจะปฏิเสธกรอบหรือขนบธรรมเนียมแบบเดิมและหันไปให้ความสำคัญกับความปรารถนาที่มีเอกลักษณ์และเป็นตัวเองอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นทริปทดสอบความเข้ากันได้ดีของผู้ร่วมทริป ไปจนถึงทริปการเดินทางสู่ดินแดนมหัศจรรย์หรือการเข้าพักผ่อนในบ้านพักตากอากาศซึ่งเต็มไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ทริปเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวเองและเอกลักษณ์ของผู้เดินทางอย่างชัดเจนว่านี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องการและเป็นสิ่งที่พวกเขารัก
Booking.com ได้จัดทำแบบสำรวจการคาดการณ์เทรนด์การเดินทางมาเป็นปีที่ 10 เพื่อได้แสดงให้เห็นถึงวิธีที่ผู้เดินทางต้องการออกสำรวจโลก และในปีนี้ การคาดการณ์เทรนด์การเดินทางในปี 2569 โดย Booking.com พบว่าผู้เดินทางกระตือรือร้นที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง รวมถึงเอกลักษณ์และทุก ๆ อย่าง ทั้งนี้ เทคโนโลยียังมีบทบาทอย่างยิ่งที่จะทำให้ผู้เดินทางได้ออกสัมผัสโลกกว้างกับคนที่เข้าใจพวกเขามากที่สุด วางแผนทริปในแบบที่พวกเขาต้องการ และมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
จากแบบสำรวจความคิดเห็นของผู้เดินทางทั่วโลกกว่า 29,000 คน จาก 33 ประเทศและดินแดน Booking.com ได้นำแบบสำรวจนี้มาผสานกับจุดยืนอันโดดเด่นในฐานะผู้นำด้านการเดินทางและเทคโนโลยีเพื่อเปิดเผย 10 เทรนด์การเดินทางที่จะนิยามการท่องเที่ยวในปี 2569 นี้ และผลสำรวจระบุอีกว่าการท่องเที่ยวพักผ่อนกลายเป็นเรื่องส่วนตัวมากขึ้น เน้นการลองผิดลองถูกมากขึ้น อีกทั้งยังสะท้อนถึงตัวตนที่แท้จริงของผู้เดินทางอย่างเปิดเผยและไม่รู้สึกผิดที่จะเป็นตัวเองอีกต่อไป

Romantasy Retreats ทริปท่องโลกโรแมนตาซี: การหลบหนีไปยังดินแดนมหัศจรรย์
กว่าหลายศตวรรษที่หนังสือเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทางของทุกคน ไม่ว่าจะถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทาง หรือถูกหยิบมาอ่านบนรถไฟ เครื่องบิน และริมชายหาด แต่ในปี 2569 ที่หนังสือและภาพยนตร์ประเภทโรแมนตาซีกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องเล่าและการเดินทางจึงกลายเป็นบทใหม่ เมื่อผู้เดินทางไม่เพียงก้าวเข้าสู่โลกในนวนิยายเท่านั้น แต่ยังก้าวเข้าสู่โลกแฟนตาซีของมังกร นางฟ้า และสิ่งมีชีวิตในตำนานอื่น ๆ ด้วย
คาดว่าในปีนี้ การท่องเที่ยวพักผ่อนจะเปลี่ยนแปลงเป็นการดื่มด่ำไปกับบรรยากาศเสมือนเรื่องราวอันน่าตื่นตาตื่นใจ โดยมีปราสาทต้องมนต์ ป่าลึกลับ งานเลี้ยงแบบยุคกลาง หรืองานเต้นรำสวมหน้ากากเป็นฉากหลังของการพักผ่อนสุดแฟนตาซีเหนือจินตนาการ
91% ของผู้เดินทางชาวไทยระบุว่าพวกเขาสนใจที่จะไปเยือนจุดหมายปลายทางที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิยายประเภทโรแมนตาซี
และยิ่งกว่าแค่การเที่ยวชมสถานที่ ผู้เดินทาง 81% เปิดใจเข้าร่วมกิจกรรมสวมบทบาทตามเกม หนังสือ หรือภาพยนตร์ที่พวกเขาชื่นชอบขณะเดินทาง
มากกว่าหนึ่งในสี่ (38%) ของพวกเขาสนใจเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ทริปท่องโลกแห่งโรแมนตาซีเป็นแผนการเดินทางในอนาคตของพวกเขา
เทคโนโลยีได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกโฉมการเดินทางเพื่อหลีกหนีความจริงรูปแบบใหม่นี้แล้ว โดย 92% ของผู้เดินทางชาวไทยระบุว่าพวกเขาเปิดใจให้กับคำแนะนำของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสอดคล้องกับความงามในโลกแฟนตาซี โดยให้ AI แนะนำที่พักอันเงียบสงบ เป็นส่วนตัวราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย หรือแนะนำจุดถ่ายทำภาพยนตร์แฟนตาซีในโลกความจริงให้กับพวกเขา และในปีนี้ความแฟนตาซีจะไม่ถูกจำกัดอยู่ในนิยายอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นแผนการเดินทางที่ผู้เดินทางจะได้หลบหนีเข้าไปยังดินแดนมหัศจรรย์ที่พวกเขาหลงใหลโดยมีจินตนาการและการผจญภัยเป็นตัวเอก

Humanoid Homes บ้านพักตากอากาศอัจฉริยะ: อนาคตแห่งการพักผ่อน
บ้านพักตากอากาศขึ้นชื่อเรื่องพื้นที่กว้างขางและความเป็นส่วนตัวมาอย่างยาวนาน แต่ในปี 2569 นี้ บ้านพักตากอากาศจะมีวิวัฒนาการไปสู่ความล้ำสมัยยิ่งกว่าเดิม นั่นคือ บ้านที่มีเทคโนโลยีอันก้าวหน้าคอยช่วยเหลือผู้เข้าพักทุกคน ทั้งหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่คอยจัดการกับความสกปรก หรือหุ่นยนต์เชฟที่ช่วยปรุงอาหารและล้างจาน ไปจนถึงระบบการจัดการน้ำ พลังงาน และของเสียอัจฉริยะ
ผู้เดินทางชาวไทยระบุว่าพวกเขาพร้อมที่จะเปิดรับประสบการณ์การเข้าพักแบบใหม่ซึ่งผสมผสานความสะดวกสบายและความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาเข้าไว้ด้วยกัน
94% ของพวกเขาเปิดใจที่จะจองบ้านพักตากอากาศที่ติดตั้งระบบหุ่นยนต์แล้ว
ประโยชน์ใช้สอยของหุ่นยนต์กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเข้าพัก โดยครึ่งหนึ่งผู้ที่สนใจจองบ้านพักตากอากาศประเภทนี้ (50%) กล่าวว่าหุ่นยนต์ทำความสะอาดมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของพวกเขา
33% รู้สึกตื่นเต้นกับหุ่นยนต์เชฟที่สุด
กว่าหนึ่งในสี่ (26%) ของผู้เดินทางชาวไทยต้องการให้หุ่นยนต์ช่วยจัดการเรื่องความยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม บ้านพักตากอากาศอัจฉริยะไม่ใช่เพียงแต่เป็นเรื่องของความสะดวกสบายสำหรับผู้เดินทางหลาย ๆ คน แต่ยังเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ (35%) หรือแม้แต่ความภาคภูมิใจ (28%) ที่ได้เข้าพักในที่พักซึ่งเหมือนหลุดออกมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ และบ้านพักตากอากาศอัจฉริยะเหล่านี้ได้ลบเส้นแบ่งระหว่างการใช้งานได้จริงและความสนุกสนาน แปลงโฉมประสบการณ์การเข้าพักบ้านตากอากาศในช่วงวันหยุดให้กลายเป็นการสร้างบรรยากาศที่สะดวกสบายแต่น่าประทับใจอย่างไม่ลืมเลือน
Turbulence Test ทริปทดสอบความสัมพันธ์: แผนตรวจสอบความเข้ากันได้ฉบับทดลอง สำหรับคนรัก เพื่อนซี้ และเพื่อนร่วมงาน
วันหยุดพักผ่อนไม่เพียงแค่เป็นการเติมพลังเท่านั้น เพราะในปีนี้การเดินทางจะกลายเป็นแบบทดสอบความเข้ากันได้ขั้นสูงสุดเนื่องจากผู้เดินทางหลายคนวางแผนที่จะใช้เวลานี้เพื่อทดสอบความแข็งแรงของความสัมพันธ์ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบโรแมนติก มิตรภาพ หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ทางหน้าที่การงาน
92% ของผู้เดินทางชาวไทยเปิดรับการเดินทางท่องเที่ยวกับคู่รัก เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนใหม่ เพื่อ ทดสอบว่าพวกเขาเข้ากันได้ดีแค่ไหนโดยเฉพาะ ซึ่งวิธีที่ผู้เดินทางใช้ทดสอบความสัมพันธ์เหล่านี้ทั้งสร้างสรรค์และเปิดเผยให้เห็นตัวตนของกันและกันยิ่งขึ้น
88% ระบุว่าพวกเขาพิจารณาที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ห่างไกลออกไปเพื่อดูว่าเพื่อนร่วมทางของพวกเขาจะรับมือกับสถานการณ์ที่ชวนอึดอัดและยากลำบากอย่างไร
และอีก 85% รู้สึกสนใจที่จะเดินทางในรูปแบบที่สลับบทบาทกัน ซึ่งผู้ที่เคยวางแผนจะปล่อยให้ผู้ที่มีนิสัยเก็บตัวขึ้นมาเป็นผู้นำของทริป
ผู้เดินทางชาวไทย 89% เปิดรับการเดินทางที่มีข้อจำกัดเพิ่มขึ้น เช่น ข้อจำกัดด้านงบประมาณ กำแพงภาษา หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่จำกัด
ขณะเดียวกัน 88% พร้อมที่จะลดบทบาทของตัวเองเพื่อดูว่าเพื่อนร่วมทริปจะสามารถทำหน้าที่วางแผนการเดินทางแทนได้หรือไม่
การทดสอบความสัมพันธ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงว่าผู้เดินทางมีทัศนคติต่อการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไป จากที่เป็นการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนเพียงอย่างเดียว กลายเป็นหนทางที่จะช่วยให้เรียนรู้ที่จะเข้าใจซึ่งกันและกัน วิธีการปรับตัว และวิธีทำงานร่วมกันเป็นทีม ผู้เดินทางกลุ่มเจเนอเรชันซี (Gen Z) เป็นกลุ่มที่ใช้ทริปนี้ทดสอบความสัมพันธ์มากกว่าวัยอื่น ๆ โดย 91% ของพวกเขาเปิดใจที่ปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางเพื่อจำลองสถานการณ์ในชีวิตจริงและเพื่อดูว่าความสัมพันธ์เหล่านี้จะประสบความสำเร็จหรือจะล้มเหลว
Shelf-ie Souvenirs ปรุงรสความทรงจำผ่านชั้นวางของที่ระลึก: จากชั้นวางเครื่องครัวอันอบอุ่นสู่พื้นที่จัดแสดงวัฒนธรรม
ปี 2569 จากตู้วางของธรรมดา ๆ จะกลายเป็นผืนผ้าทางวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยของที่ระลึกจากการเดินทางซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมส่วนตัว ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงเรื่องราวของสถานที่นั้น ๆ โดยชั้นวางของที่ระลึกเหล่านี้กำลังเปลี่ยนจากแม่เหล็กติดตู้เย็นไปอยู่บนชั้นวางในห้องครัว เนื่องด้วยผู้เดินทางต่างมองหาสมบัติล้ำค่าทั้งทางด้านอาหารและดีไซน์ที่จะทำให้ห้องครัวของพวกเขากลายเป็นพื้นที่จัดแสดงวัฒนธรรมจากมุมต่าง ๆ ของโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้เดินทางชาวไทย 87% ระบุว่าพวกเขาตัดสินใจซื้อเครื่องครัวหรือวัตถุดิบที่มีดีไซน์โดดเด่นระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นขวดเครื่องเทศที่วาดด้วยมือหรือขวดน้ำมันมะกอกทำมือที่สามารถใช้เป็นของตกแต่งได้ในขณะเดียวกัน
77% พิจารณาที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในครัวหรือเครื่องครัวโดยเฉพาะ
และการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์การเดินทางนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับความสวยงามหรือสุนทรียภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณค่าทางจิตใจของผู้เดินทางอีกด้วย
ผู้เดินทางชาวไทย 35% ระบุว่าของที่ระลึกประเภทเครื่องปรุงหรือของที่รับประทานได้ช่วยให้พวกเขาได้ระลึกถึงจุดหมายปลายทางเหล่านั้นอีกครั้งเมื่อพวกเขาทำอาหาร
41% ของพวกเขามองว่าเครื่องครัวซึ่งซื้อมาจากจุดหมายปลายทางที่พวกเขาได้ไปเยือนสะท้อนให้เห็นถึงงานฝีมือของผู้คนในท้องถิ่น ความยั่งยืน และวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม ขณะที่บางคนมองว่าสิ่งของเหล่านี้มีความพิเศษเฉพาะตัว
หนึ่งในห้าของผู้เดินทางชาวไทย (20%) เลือกจุดหมายปลายทางสำหรับหาซื้อของที่ระลึกหายาก เครื่องครัวรุ่นลิมิเต็ด หรือบรรจุภัณฑ์ที่ดูดีเมื่ออยู่ทั้งบนชั้นวางและโซเชียลมีเดีย
Roadtrip Rewired โร้ดทริปเวอร์ชันใหม่: หมุนล้อต้อนรับทุกประสบการณ์แปลกใหม่ระหว่างทาง
การเดินทางโร้ดทริปแบบคลาสสิกกำลังจะเปลี่ยนไปในปี 2569 จากการขับรถไปกับครอบครัวและเพื่อนไปสู่การเปิดรับสิ่งที่ไม่ได้คาดคิด การค้นพบใหม่ ๆ รวมถึงการมีเพื่อนใหม่ที่พบเจอระหว่างทาง โร้ดทริปจะไม่ใช่แค่การขับรถเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นพื้นที่สำหรับการเชื่อมโยงและการแบ่งปันประสบการณ์อันน่าจดจำกับเพื่อนนักผจญภัยด้วยกัน
95% ของผู้เดินทางชาวไทยเปิดรับการใช้รถร่วมกันขณะเดินทาง (Carpooling) และ 81% ยินดีที่จะใช้แอปพลิเคชันในการค้นหาเพื่อนร่วมทริปที่จะเดินทางไปในเส้นทางที่ใกล้เคียงกัน
ผู้เดินทางชาวไทยชื่นชอบโร้ดทริปที่ทำให้การเดินทางของเขาเต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์และความยืดหยุ่น (95%) ได้พบเจอผู้คนใหม่ ๆ (92%) และให้พวกเขาได้สลับกันขับรถได้ (93%)
ส่วนผู้เดินทางที่ไม่ขับรถ การใช้รถร่วมกันขณะเดินทางหรือการใช้พาหนะไร้คนขับได้เปลี่ยนการเดินทางในเส้นทางที่ไม่เคยไปเป็นการผจญภัยร่วมกัน รวมถึงเพิ่มความรู้สึกอิสระได้มากขึ้น
คนรุ่นใหม่กำลังเป็นผู้นำเทรนด์ โดย 79% ผู้เดินทาง Gen Z ชาวไทยเปิดกว้างในการใช้รถยนต์ไร้คนขับหรือ AI ในการกำหนดเส้นทางของพวกเขา เมื่อเทียบกับ Boomer (61%)
เทคโนโลยียังคงเปิดโอกาสใหม่ ๆ บนท้องถนนอีกหลายด้าน โดยผู้เดินทางชาวไทย 85% ระบุว่าพวกเขาจะใช้ AI ในการวางแผนการเดินทางในเส้นทางที่สวยงามและยังไม่มีใครรู้จัก โดยจะปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของพวกเขา
Destined-ations จุดหมายแห่งโชคชะตา: เมื่อพลังแห่งดวงดาวลิขิตการเดินทาง
ปีนี้ ดวงดาวจะไม่ได้มีบทบาทเพียงทำนายโชคชะตาหรือราศีเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการกำหนดแผนการเดินทางอีกด้วย ตั้งแต่ข้างขึ้นข้างแรมไปจนถึงโหราศาสตร์ ศาสตร์ลึกลับเหล่านี้จะเป็นเข็มทิศใหม่ที่จะชี้นำการตัดสินใจของผู้เดินทางด้วยการเปลี่ยนวันหยุดธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นการเดินทางที่สอดคล้องกับระดับจิตวิญญาณและการอนุมัติจากจักรวาล
72% ของผู้เดินทางชาวไทยพิจารณาปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกแผนการเดินทางของพวกเขาหากผู้ปรึกษาทางจิตวิญญาณหรือหมอดูแนะนำว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
75% ของพวกเขาจะพิจารณาทริปการเดินทางใหม่อีกรอบหากมีคำเตือนจากโชคชะตา
มากกว่าครึ่ง (58%) จะปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางหากดาวพุธโคจรถอยหลังซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการสื่อสารที่ผิดพลาดหรือการเดินทางล่าช้า
นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนการเดินทางตามหลักจักรวาลแล้ว ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากยังแสวงหาประสบการณ์การเดินทางที่เกี่ยวข้องกับความลึกลับหรือโหราศาสตร์เช่นกัน
55% ของพวกเขาระบุว่าเมื่อต้องวางแผนการเดินทาง พวกเขาจะพิจารณาจากอิทธิพลทางโหราศาสตร์เหล่านี้ ตั้งแต่กำหนดการออกเดินทางที่ตรงกับข้างขึ้นข้างแรมหรือวันครีษมายันซึ่งมีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ไปจนถึงกำหนดการการเยี่ยมชมสถานที่ที่มีพลังงานสูง
ผู้เดินทาง Gen Z ชาวไทย (65%) และมากกว่าครึ่งของ Millennial (56%) มีความสนใจในการค้นหาจิตวิญญาณเป็นพิเศษซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าสำหรับพวกเขาแล้ว เส้นทางของการค้นพบตัวเองนั้นอาจถูกกำหนดไว้แล้ว
Glow-cations ทริปเดินทางสู่ผิวเปล่งประกาย: ทริปดูแลผิวที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
ไม่ว่าจะเป็นการบำบัดผิวด้วยความร้อนแบบโบราณไปจนถึงการตรวจดีเอ็นเอและไมโครไบโอม (Microbiome) อันล้ำสมัย การเดินทางเชิงสุขภาพจะได้รับความนิยมและจริงจังมากขึ้นในปี 2569 โดยทริปเดินทางสู่ผิวเปล่งประกายเป็นยุคใหม่ของการเดินทางเพื่อสุขภาพที่ดีของผิวโดยเฉพาะ ซึ่งเป้าไม่ใช่แค่การพักผ่อนเติมพลัง แต่ยังเป็นการกลับบ้านด้วยผิวที่สดใสและเปล่งประกายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผู้เดินทางชาวไทย 91% สนใจที่จะจองทริปวันหยุดสำหรับการดูแลสุขภาพผิวโดยเฉพาะ โดยมีทรีตเมนต์สำหรับผิวกายหลายประเภทซึ่งปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผิวตามแต่ละบุคคล
จากการพักผ่อนในสปาแบบเดิม ๆ กำลังกลายเป็นการเดินทางแบบไฮเทค และผู้เดินทางชาวไทย (78%) ระบุว่าพวกเขาอาจจะใช้ AI สำหรับช่วยระบุจุดหมายปลายทางที่เหมาะสมกับความต้องการทางด้านผิวพรรณของพวกเขาอย่างพิถีพิถัน
ความต้องการเฉพาะตัวของทริปดังกล่าวลึกซึ้งกว่าที่เคย โดยผู้เดินทางชาวไทย 88% เปิดใจให้กับบริการปรนนิบัติผิวที่เน้นไปยังการเติมความชุ่มชื้น ซึ่งถูกออกแบบและปรับให้เหมาะกับกิจกรรมและสภาพอากาศของแต่ละท้องถิ่น
ขณะที่ 85% ให้ความสนใจกับกระจกอัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์รูขุมขนและความชุ่มชื้นของผิวเพื่อให้คำแนะนำด้านการดูแลผิว
การปรับปรุงคุณภาพการนอนยังเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน โดย 90% ของผู้เดินทางชาวไทยสนใจที่พักที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนอน ภายใต้สภาวะแสงและเสียงที่สอดคล้องเกี่ยวข้องกับนาฬิการ่างกายซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว
Hushed Hobbies กิจกรรมพักผ่อนแสนสงบ: ความเงียบที่ทำให้ความสงบดังขึ้น
ความเงียบจะกลายเป็นสิ่งล้ำค่าในปี 2569 เนื่องจากผู้เดินทางต่างมองหาสถานที่ที่จะทำให้ความวุ่นวายและสิ่งรบกวนในชีวิตประจำวันแปรเปลี่ยนไปเป็นความเงียบ สงบนิ่งของธรรมชาติที่จะช่วยฟื้นฟูจิตใจของพวกเขา จากการส่องแมลงและดูนกสู่การตกปลาและเก็บของป่า ผู้เดินทางชาวไทยมีความสนใจในงานอดิเรกที่จะช่วยให้พวกเขาเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้งเพิ่มขึ้น
ผู้เดินทางชาวไทยเกินครึ่ง (54%) ระบุว่าพวกเขาตั้งใจที่จะไปพักผ่อนในสถานที่ที่ทำให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น
33% หันไปสนใจงานอดิเรกที่เงียบสงบมากขึ้นในช่วงวันหยุด โดยผู้เดินทางชาวไทยจะมองหากิจกรรมที่ฝึกความอดทน การทบทวนตัวเอง และการคลายเครียด
84% ของพวกเขาอาจลองทำกิจกรรมส่องผีเสื้อกลางคืนหรือแมลง ส่วน 87% เลือกที่จะตกปลาหรือดูนก
91% ระบุว่าพวกเขาต้องการที่จะเข้าพักในสถานที่ที่พวกเขาจะได้ทำกิจกรรมเก็บหาของป่าในพื้นที่ธรรมชาติของชุมชนสำหรับนำมาปรุงอาหารของตัวเอง โดยกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เดินทางได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น
แม้การพักผ่อนนี้จะให้ความสำคัญกับความเงียบสงบ แต่เทคโนโลยียังมีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้เดินทางได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ตั้งแต่แอปพลิเคชันที่สามารถระบุสายพันธุ์ของผีเสื้อและนกแบบเรียลไทม์ตลอดจน AI ที่ช่วยแนะนำเส้นทางการเดินทาง ถิ่นที่อยู่อาศัย ฤดูกาลอพยพของสัตว์แต่ละพันธุ์ การลดความเร็วในการใช้ชีวิตและปล่อยให้ธรรมชาติเป็นผู้นำ ทำให้ผู้เดินทางได้นิยามความหมายใหม่ของการเติมพลังซึ่งไม่ใช่จากการพักผ่อนที่มากขึ้น แต่เป็นการเปิดรับความวุ่นวายให้น้อยลง
PastPorts พาสปอร์ตสู่การเดินทางย้อนอดีต: จากความทรงจำสู่จุดหมายปลายทาง
การนึกถึงวันวานไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทิ้งความทรงจำไว้ในอดีตอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นสิ่งที่ผู้เดินทางจะได้เดินทางกลับไปหาความทรงจำอันหอมหวานนั้นซึ่งเทคโนโลยีจะช่วยให้ความปรารถนานั้นเป็นจริง ด้วยแพลตฟอร์มซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI ความทรงจำเหล่านั้นสามารถแปรเปลี่ยนเป็นแผนที่และภาพถ่ายเก่า ๆ กลายเป็นแผนการเดินทางในอนาคต ทำให้ผู้เดินทางสามารถระบุช่วงเวลาที่เคยเกิดขึ้นของเหตุการณ์นั้น ๆ และกลับไปเยือนจุดหมายปลายทางเหล่านั้นได้อีกครั้ง
สำหรับผู้เดินทางชาวไทยหลายคน ทริปเหล่านี้ล้วนเป็นทริปที่มีความหมายกับพวกเขาอย่างลึกซึ่งและยังคงต้องการย้อนเวลากลับไปสัมผัสช่วงเวลานั้น ๆ อีกครั้งเพื่อแบ่งปันความสุขให้กับผู้อื่นได้
91% ของผู้เดินทางชาวไทยกล่าวว่าพวกเขาต้องการที่จะสร้างความทรงจำหรือรูปภาพในอดีตใหม่อีกรอบโดยใช้เทคโนโลยีในการช่วยระบุตำแหน่งของสถานที่ในความทรงจำ และเดินทางไปเยือนที่ดังกล่าว
เกือบครึ่งของผู้เดินทางชาวไทย (49%) ระบุว่าแรงบันดาลใจหลักของทริปนี้คือการกลับไปยังความทรงจำนั้น ๆ อีกครั้งกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท
ขณะที่ 55% ต้องการที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก เชื่อมโยงกับผู้คนในอดีต และได้กลับบ้าน
พวกเขามองทริปเที่ยวในอดีตเหล่านี้เป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต (31%) ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนการเติบโตของตัวเองหรือกลับไปเชื่อมโยงกับผู้คนในอดีต (32%) รวมถึงการกลับไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำในช่วงยากลำบากเพื่อทำความเข้าใจและปล่อยวางความรู้สึกนั้นไป (36%)
และสิ่งที่ทำให้เทรนด์การเดินทางไปเยือนความทรงจำในอดีตนี้แตกต่างจากเทรนด์อื่น ๆ คือ เทคโนโลยีได้มีบทบาทในการหล่อเลี้ยงสัญชาตญาณของมนุษย์ในการจดจำอดีต และยิ่งไปกว่าการนึกถึงวันวาน ผู้เดินทางยังใช้เทคโนโลยีเพื่อตามรอยรากเหง้าของบรรพบุรุษ เชื่อมโยงความสำคัญระหว่างรุ่นผ่านเรื่องเล่า หรือแม้แต่ถ่ายภาพซ้ำในสถานที่เดิมเพื่อสร้างความทรงจำที่คลาสสิกและสดใหม่ในเวลาเดียวกัน
Modern Milestone Missions ทริปเพื่อฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่: เมื่อยุคทองของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ผู้เดินทางในปี 2569 จะเขียนกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการเดินทางขึ้นมาใหม่ว่าควรจะเป็นเมื่อไรและเหตุผลคืออะไร ซึ่งจะไม่ใช่เฉพาะการแต่งงาน ฮันนีมูน วันครบรอบ หรือการมีลูกอีกต่อไป แต่เป็นเหตุการณ์สำคัญซึ่งลักษณะเฉพาะตัวสูงเนื่องด้วยบรรทัดฐานของสังคมกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
77% ของผู้เดินทางชาวไทยระบุว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมารองรับเมื่อตัดสินใจจองการเดินทาง
เกือบหนึ่งในห้า (19%) กล่าวว่าพวกเขาต้องการที่จะไปเยือนจุดหมายปลายทางในฝันโดยที่ไม่ต้องรอเหตุการณ์สำคัญแบบเดิม ๆ มาเป็นตัวกำหนดคุณค่าของการเดินทางในครั้งนี้
กระแสของทริปเพื่อฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่ตอกย้ำให้เห็นว่าผู้เดินทางกำลังให้ความสำคัญกับความสำเร็จส่วนตัวในรูปแบบของตัวเอง และใช้การออกเดินทางเป็นวิธีการเฉลิมฉลองตัวตนของพวกเขา
87% ของผู้เดินทางชาวไทยมองว่าการเดินทางคือรางวัลสำหรับความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก
ยังมีเหตุผลใหม่ ๆ สำหรับการออกเดินทางปรากฏให้เห็นมากขึ้น ทั้งการฉลองที่ได้งานใหม่หรือได้เลื่อนขั้น (24%) การได้รับเงินคืนภาษีแบบไม่คาดคิด (14%) การจบความสัมพันธ์ (15%) และการอวดเสื้อผ้าใหม่ ๆ (12%)
ความสำเร็จด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่ทรงพลังเช่นกัน ด้วยผู้เดินทางชาวไทยเกือบหนึ่งในห้า (23%) เดินทางเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของพวกเขา เช่น การเลิกแอลกอฮอล์หรือการเปลี่ยนแปลงด้านรูปร่าง
แท้จริงแล้ว ทริปเพื่อฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่ คือ การเดินทางที่ค้นหาสิ่งที่นำมาซึ่งความสุข การฉลองให้กับความเป็นตัวเอง และได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดนั่นเอง
คุณบรานาวัน อรุลโจธี (Branavan Aruljothi) ผู้ดำรงตำแหน่ง Area Manager ของ Booking.com กล่าวว่า ‘ในปี 2569 นี้ การเดินทางจะกลายเป็นสิ่งสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของผู้เดินทาง โดยแผนการเดินทางจะถูกสร้างขึ้นด้วยความสนใจที่ในอดีตอาจดูเฉพาะกลุ่มหรือเป็นเรื่องท้าทาย ผู้เดินทางกำลังทดสอบความสัมพันธ์ ก้าวเข้าสู่โลกแห่งแฟนตาซี และเปลี่ยนห้องครัวของพวกเขาให้กลายเป็นพื้นที่แสดงการเดินทางที่ผ่านมา และกำลังมองหาเส้นทางใหม่ ๆ เพื่อสัมผัสประสบการณ์โร้ดทริป รวมถึงการเข้าพักบ้านตากอากาศซึ่งเต็มไปด้วยความล้ำสมัยของเทคโนโลยี ที่ Booking.com เรายังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ทุกคนได้ออกไปสัมผัสโลกกว้างในแบบของตัวเองได้อย่างง่ายดายและเต็มเติมทริปในฝันของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ด้วยการนำเสนอตัวเลือกการเดินทางที่หลากหลาย มีความยืดหยุ่น และสะดวกสบายมากกว่าที่เคยเป็น’
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทริปเดินทางเพื่อฉลอง “ยุคทองของทุกคน” รวมถึงเคล็ดลับด้านการเดินทาง และไอเดียด้านการเดินทางรูปแบบใหม่ สามารถค้นหาได้ที่ศูนย์ข่าวสารทั่วโลกของ Booking.com
เกี่ยวกับ Booking.com:
เป็นส่วนหนึ่งของ Booking Holdings Inc. (NASDAQ: BKNG) Booking.com มาพร้อมกับพันธกิจ ในการช่วยให้ทุกคนได้ออกไปสัมผัสโลกกว้างได้ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยการลงทุนพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการเดินทาง และเชื่อมโยงผู้เดินทางหลายล้านคนเข้ากับประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำในทุกวัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ @bookingcom บนสื่อสังคมออนไลน์ หรือไปที่เว็บไซต์ globalnews.booking.com
AMD มาตรฐานใหม่ของการประมวลผลบนคลาวด์
29.01.2026AMD มาตรฐานใหม่ของการประมวลผลบนคลาวด์

ในปี 2025 AWS, Azure, Google Cloud และ Oracle Cloud Infrastructure (OCI) ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ่านขุมพลังเซิร์ฟเวอร์โปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ เพื่อมอบประสิทธิภาพระดับผู้นำ ความคุ้มค่าด้านพลังงาน และนวัตกรรมที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับงาน (workload)
อินสแตนซ์และบริการใหม่ ๆ ครอบคลุมทั้งด้าน AI, HPC (การประมวลผล ประสิทธิภาพสูง), ฐานข้อมูล และการประมวลผลทั่วไป โดยคาดว่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในปี 2026 และปีต่อ ๆ ไป
Amazon เปิดเผยว่าอินสแตนซ์ที่ใช้โปรเซสเซอร์ EPYC มอบประสิทธิภาพ x86 ที่สูงที่สุดในระบบคลาวด์ของ AWS
ระบบนิเวศคลาวด์ที่เติบโตไปพร้อมกับ AMD
ปี 2025 นับเป็นปีแห่งความสำเร็จครั้งสำคัญของโปรเซสเซอร์ AMD EPYC™ ในวงการคลาวด์ สิ่งที่ดูเหมือนเป็นรายการการใช้งานบนคลาวด์ที่ยาวเหยียด แท้จริงแล้วคือเรื่องราวเดียวกัน
ในธุรกิจกลุ่ม Hyperscaler, OEM, ผู้ให้บริการคลาวด์ และระบบคลาวด์ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ภาคอุตสาหกรรมต่างเลือกใช้โปรเซสเซอร์ AMD เพื่อประสิทธิภาพ ความประหยัดพลังงาน ฟีเจอร์ความปลอดภัย และความสามารถในการขยายขนาด
นับตั้งแต่เริ่มแนะนำอินสแตนซ์ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD EPYC ครั้งแรกในปี 2018 AWS ได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ในปี 2025 AWS ได้สานต่อทิศทางดังกล่าวด้วยคลื่นลูกใหม่ของข้อเสนอที่ใช้โปรเซสเซอร์ 5th Gen AMD EPYC ซึ่ง Amazon เผยว่ามอบประสิทธิภาพ x86 ที่สูงที่สุดในบริการคลาวด์ของ AWS
กลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล EC2 รุ่นล่าสุดที่ใช้โปรเซสเซอร์ EPYC ตอกย้ำความก้าวหน้านี้ด้วยชุดรูปแบบอินสแตนซ์ที่ปรับแต่งมาอย่างเหมาะสม ออกแบบตามวิธีการทำงานขององค์กรในสเกลใหญ่ โดย EC2 C8a ได้เพิ่มแบนด์วิดท์หน่วยความจำขึ้น 33% จากรุ่นก่อนหน้า ในขณะที่ EC2 X8aedz ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลเพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับอินสแตนซ์ x2iezn ที่ใช้โปรเซสเซอร์ 2nd generation Intel Xeon ช่วยเร่งการทำงานของเวิร์กโหลด EDA ที่มีความซับซ้อนและลดวงจรการออกแบบให้สั้นลง
อินสแตนซ์อื่น ๆ ที่ใช้ขุมพลังโปรเซสเซอร์ EPYC ประกอบด้วย EC2 R8a (เน้นหน่วยความจำ), EC2 Hpc8a (ประสิทธิภาพสูงเน้นงาน HPC), และ EC2 M8a ที่มอบประสิทธิภาพอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานทั่วไป
ในตระกูลอินสแตนซ์โปรเซสเซอร์ EPYC ใหม่ทั้งหมดนี้ นักพัฒนาและองค์กรสามารถย้ายเวิร์กโหลดที่เคยทำภายในองค์กร (on-premise) ไปยัง AWS cloud ได้ โดยได้รับความเร็ว ความยืดหยุ่น และความคุ้มค่าที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับอินสแตนซ์ EPYC รุ่นก่อนหน้า
ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนระบบการวิเคราะห์ยุคใหม่, ฐานข้อมูลที่มีปริมาณงานสูง (high-throughput), การสร้างแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการวิศวกรรมดิจิทัล อินสแตนซ์ที่ใช้ขุมพลังโปรเซสเซอร์ AMD EPYC ใน AWS กำลังขับเคลื่อนขีดความสามารถใหม่ ๆ ที่ไม่สามารถทำได้จริงในสเกลระดับนี้ก่อนปี 2025
Google Cloud: ขยายขอบเขตความสามารถของโปรเซสเซอร์ EPYC
วิวัฒนาการที่ต่อเนื่องของคลาวด์คอมพิวติ้งต้องการแพลตฟอร์มที่มอบประสิทธิภาพระดับก้าวกระโดด ความประหยัดพลังงาน และความสามารถในการขยายขนาดในเวิร์กโหลดที่หลากหลาย ตั้งแต่แอปพลิเคชันธุรกิจทั่วไปไปจนถึงด้าน HPC และ AI
สิ่งนี้เห็นได้ชัดจากการที่ Google Cloud นำโปรเซสเซอร์ 5th Gen AMD EPYC มาใช้ขับเคลื่อนกลุ่มผลิตภัณฑ์ VM ตระกูลต่าง ๆ ได้แก่ C4D, N4D, H4D และ G4
Google Cloud สามารถนำเสนอ VM ที่ช่วยให้องค์กรรันงานเว็บ, องค์กร, AI และ HPC ได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่าขุมพลังของ AMD ลูกค้าสามารถขยายขนาดแอปพลิเคชันระดับโลกด้วย throughput ที่สูงและ latency ต่ำ ช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญผ่านฟีเจอร์ความปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์ และย้ายเวิร์กโหลดแบบเดิมขึ้นสู่คลาวด์ได้อย่างมั่นใจ
VM แต่ละตัวออกแบบมาเพื่อส่งมอบความสมดุลที่เหมาะสมระหว่างประสิทธิภาพและต้นทุนรวม (TCO)
C4D VM ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านเวิร์กโหลดงานทั่วไปที่ไวต่อประสิทธิภาพด้วย Web server throughput ที่สูงขึ้นถึง 80% เทียบกับรุ่นก่อนหน้าพร้อมตัวเลือกการประมวลผลบนคลาวด์ที่มีการปกป้องข้อมูลระหว่างการประมวลผล (confidential computing) ในขณะที่ N4D VM รุ่นใหม่มอบโซลูชันที่คุ้มค่าด้วยต้นทุน/ประสิทธิภาพ (price-performance) ที่ดีขึ้นถึง 3.5 เท่าสำหรับงานด้าน web-serving เมื่อเทียบกับรุ่น N2D เดิม รวมถึงรูปแบบ VM ที่ปรับแต่งได้ ทางด้าน H4D HPC VM นั้นมอบประสิทธิภาพด้านโหนดประมวลผลที่มากกว่า 12,000 gflops และแบนด์วิดท์หน่วยความจำมากกว่า 950 GB/s สำหรับงานคำนวณทางเทคนิคที่ต้องการทรัพยากรสูง ตามผลการทดสอบของ Google
Microsoft Azure: หนึ่งในพอร์ตโฟลิโอ AMD ที่ครอบคลุมที่สุด
Microsoft Azure ยังคงขยายบริการที่ใช้ขุมพลังโปรเซสเซอร์ EPYC อย่างต่อเนื่อง
ปีที่ผ่านมา Azure เปิดตัว VM หลายรุ่นเพื่อตอบโจทย์เวิร์กโหลดงานที่หลากหลาย รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล Dasv7, Easv7 และ Fasv7 ที่ปรับปรุงประสิทธิภาพแอปพลิเคชันด้าน web server ถึง 130% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ทางด้าน HBv5 VM ส่งมอบแบนด์วิดท์หน่วยความจำ สูงถึง 6.6 TB/s สำหรับงานด้าน HPC และ storage ตระกูล Laosv4 กับ Lasv4 VM โดยมอบ NVMe storage ภายในที่มีความหน่วงต่ำสำหรับลูกค้าที่มีเวิร์กโหลดข้อมูลมหาศาล นอกจากนี้ Azure ยังได้เปิดตัว NVads V710 v5 ซึ่งเป็น VM ที่เร่งความเร็วด้วยกราฟิกการ์ด (GPU) สำหรับงานด้านกราฟิก และขยายบริการด้านการประมวลผลแบบปกป้องข้อมูล (confidential computing) ด้วย DCasv6 และ ECasv6 confidential VM
confidential computing จะแยกโมเดล AI, ข้อมูล และเวิร์กโหลดไว้ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เชื่อถือได้ระดับฮาร์ดแวร์ (TEEs) ผ่านหน่วยความจำที่เข้ารหัสและป้องกันการแก้ไข ด้วย AMD Secure Encrypted Virtualization (SEV) โมเดล AI ที่เป็นความลับและข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงจะได้รับการปกป้องในขณะใช้งาน ผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำทั้งหมดได้ติดตั้งใช้งาน AMD SEV ในสเกลใหญ่ ซึ่งหมายความว่าลูกค้าทั้งรายใหญ่และเล็กสามารถใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศ confidential computing ที่ล้ำสมัยและสมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ Azure ยังได้เปิดตัว Microsoft SQL Server 2025 ที่รันบนโปรเซสเซอร์ AMD EPYC มอบประสิทธิภาพด้านฐานข้อมูลระดับ mission-critical สเกลใหญ่ด้วยประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม
Oracle: ยกระดับการประมวลผลข้อมูล AI และองค์กร
Oracle Cloud Infrastructure (OCI) มุ่งเน้นการส่งมอบบริการคลาวด์ที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับเวิร์กโหลดองค์กรขนาดใหญ่ โดยมีโปรเซสเซอร์ AMD EPYC เป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้วิสัยทัศน์นั้นเป็นจริง
การเปิดตัวอินสแตนซ์ E6 virtual machine และ bare metal ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ 5th Gen AMD EPYC ส่งมอบรากฐานประสิทธิภาพสูงและคุ้มค่าให้กับลูกค้าสำหรับเวิร์กโหลดขนาดใหญ่แบบกระจายตัว ช่วยให้การประมวลผลเร็วขึ้น ขยายขนาดได้มหาศาล และมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนสถาปัตยกรรม และด้วย Flex VM shapes ของ Oracle องค์กรสามารถเลือกจำนวนหน่วยประมวลผลและหน่วยความจำที่ต้องการได้อย่างแม่นยำตามการขยายตัวของเวิร์กโหลด
ในด้านประสิทธิภาพยังได้ขยายไปถึงเลเยอร์ข้อมูล บริการ Oracle Exadata Database Service และ Oracle Autonomous Database ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ 5th Gen AMD EPYC ช่วยให้ลูกค้าปรับปรุงแพลตฟอร์มฐานข้อมูลหลักให้ทันสมัยด้วยประสิทธิภาพและความสม่ำเสมอที่เป็นเลิศทั้งในศูนย์ข้อมูลแบบ on-premise, บน Oracle cloud และแม้แต่บน คลาวด์หลักอื่น ๆ การจัดโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลและฐานข้อมูลให้สอดคล้องกันบนสถาปัตยกรรม AMD ทำให้ Oracle สามารถส่งมอบแพลตฟอร์มที่เป็นหนึ่งเดียวสำหรับการดำเนินงานขององค์กรที่ต้องใช้ข้อมูลมหาศาล
โปรเซสเซอร์ 5th Gen AMD EPYC ช่วยให้ Oracle สามารถส่งมอบการผสมผสานระหว่างพลัง ความสามารถในการขยายขนาด และความคุ้มค่าที่ยกระดับไปอีกขั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของเวิร์กโหลดที่ซับซ้อนที่สุดในปัจจุบัน
อนาคตของคลาวด์บนเทคโนโลยี AMD
ในธุรกิจกลุ่ม Hyperscaler, CSP, องค์กร และคลาวด์ AI ที่เกิดขึ้นใหม่ ความต้องการขุมพลังโปรเซสเซอร์ AMD EPYC ยังคงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ให้บริการที่สร้างสรรค์ที่สุดในโลกต่างกำลังใช้ประโยชน์จาก AMD ไม่ใช่แค่เพื่อประสิทธิภาพ แต่เพื่อความคุ้มค่าด้านการใช้พลังงาน ความสามารถในการขยายขนาด และต้นทุนรวม
เมื่อเวิร์กโหลดมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้ง AI และ HPC ไปจนถึงการวิเคราะห์ขนาดใหญ่ SaaS และ confidential computing คลาวด์ต้องการรากฐานการประมวลผลที่ทัดเทียมกัน และ AMD กำลังส่งมอบสิ่งนั้น
ปี 2025 เป็นปีแห่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AMD ในด้านระบบคลาวด์ แต่เรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของความเป็นไปได้เท่านั้น เมื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับชั้นนำทั้งโปรเซสเซอร์ กราฟิกการ์ด ระบบนิเวศแบบเปิด และนวัตกรรมคลาวด์ที่เติบโตรวดเร็วมาผสานรวมกันอย่างต่อเนื่อง
EN








