บทความเด็ด
ดูบทความทั้งหมดNotebook Corner
ดูเนื้อหาเกี่ยวกับ Notebook ทั้งหมด
Review : MSI GT60 Gaming Notebook
Ivy-Bridge i7 + GTX670 + SSD 64gbx2 RAID0 ตกลงแล้วนี่คอมตั้งโต๊ะ หรือโน๊ตบุ๊กจริงๆ ?
Review : Samsung 5 Series Ultrabook
Samsung 530U4 5 Series ultrabook มาพร้อมกับจอ 14 นิ้วและออฟติคัลไดร์ฟ
Preview : New Asus N56VM !! พร้อมขุมพลังใหม่
N series 15 นิ้ว โฉมใหม่ ไฉไลกว่าเดิม พร้อมแรงกว่าเดิมด้วยพลังจากภายใน !!
Review : Acer Aspire One D270
เน็ทบุคบางเบา ยอดประหยัดไฟขุมพลัง Dual Core
Notebook News Update
Printer Corner
ดูเนื้อหาเกี่ยวกับ Printer ทั้งหมดHP Smart Tank 580 All-in-One Printer Review
HP Smart Tank 580 All-in-One Printer Review ปริ้นเตอร์สมาร์ทไร้สายสั่งการปริ้นผ่านสมาร์ทโฟนหรือพีซีดีไซน์สวยงามปริ้นด้วยความคมชัดสีสรรสดใส พิมพ์ได้คุ้มๆ 6,000หน้า เหมาะสำหรับออฟฟิคสำนักงานและใช้งานที่บ้านอย่างคุ้มค่าคุ้มราคา
HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review
HP OfficeJet 7510 Wide Format All-in-One Printer Review อัดแน่นด้วยฟีเจอร์แบบครบครันสำหรับองค์กรและสำนักงานที่เน้นความคุ้มค่าประหยัดในการใช้งาน
HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer
HP Deskjet Ink Advantage Ultra 4729 All-in-One Printer เครื่องปรินต์คุณภาพปรินต์ได้สูงสุดถึง 1500แผ่นต่อหมึกหนึ่งตลับ จัดเต็มด้วยฟีเจอร์ที่มากมายสุดคุ้มค่าสุดประหยัด
HP Deskjet Ink Advantage 3635
HP Deskjet Ink Advantage 3635 รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยเทคโนโลยีไร้สาย HP wireless direct กับราคาเร้าใจเพียงสามพันกว่าบาท
Printer News Update
กระดานข่าว Vmodtech
เข้าเว็บบอร์ด
Update ข่าวสาร
ดูข่าวทั้งหมดอีริคสัน จับมือ ดีป้า เปิดตัวโครงการ ‘Ericsson Educate’ ยกระดับทักษะเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21 แก่ผู้เรียนชาวไทย

ประกาศความร่วมมือในโอกาสฉลองครบรอบ 120 ปี ของอีริคสันในประเทศไทย
นำโครงการ Ericsson Educate บูรณาการเข้ากับ Digital Skills Roadmap โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)
อีริคสันมุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาดิจิทัลของประเทศไทยและเป้าหมาย Thailand 4.0
อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) ประกาศความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ในโอกาสครบรอบ 120 ปีของอีริคสันในประเทศไทย เพื่อนำโปรแกรมการศึกษาเทคโนโลยีสมัยใหม่ “Ericsson Educate” ให้กับผู้รับการพัฒนาทักษะที่ใช้งาน Digital Skills Roadmap ของดีป้าทุกคน ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันยาวนานและพันธกิจในการพัฒนาประเทศไทยของอีริคสันตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

มร. แอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “การฉลองครบรอบ 120 ปีในประเทศไทย คือข้อพิสูจน์ถึงความทุ่มเทอย่างต่อเนื่องเพื่อความก้าวหน้าของชาติ เราเติบโตเคียงข้างประเทศไทย พร้อมสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงคนไทยผ่านความเปลี่ยนแปลงในหลายทศวรรษ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการเชื่อมต่อแห่งอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของทั้งภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม”
“เราตระหนักดีว่าการยกระดับทักษะของเยาวชนและแรงงานไทยคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายเหล่านี้ และนั่นคือเหตุผลที่เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน Digital Skills Roadmap ของดีป้า” มร. แอนเดอร์ส กล่าวเสริม

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า “เราภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับอีริคสันเพื่อนำความเชี่ยวชาญระดับโลกมาสู่เยาวชนไทยรุ่นใหม่โดยตรง ในขณะที่เราเปิดตัวโครงการ ‘Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future’ มุมมองด้านเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อที่ล้ำสมัยของอีริคสันถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก เราพร้อมที่จะเรียนรู้จากข้อมูลเชิงลึกระดับโลก ซึ่งจะช่วยให้เยาวชนก้าวข้ามจากการมีความรู้ด้านดิจิทัลพื้นฐานไปสู่การเป็น Innovative Architects สำหรับอนาคตดิจิทัลของประเทศไทย”
นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในราชอาณาจักรไทย อีริคสันได้ร่วมขับเคลื่อนและมีบทบาทสำคัญในเส้นทางการเชื่อมต่อของประเทศมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของระบบโทรศัพท์ไปจนถึงการบุกเบิกการวางระบบ 5G ประวัติศาสตร์ของอีริคสันจึงเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโทรคมนาคมของประเทศ ซึ่งการเดินทางตลอด 120 ปีนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นเพื่อสร้างระบบนิเวศโมบายล์ที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจของคนไทย

นางอันนา ฮัมมาร์เกรน เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ในปี 2571 ประเทศไทยและสวีเดนจะเฉลิมฉลองครบรอบ 160 ปี นับตั้งแต่การลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพ การพาณิชย์ และการเดินเรือ และในปีหน้า เราจะครบรอบ 130 ปี แห่งการเสด็จประพาสสวีเดนครั้งประวัติศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อปี พ.ศ. 2440 ซึ่งนับเป็นการเสด็จเยือนครั้งสำคัญที่วางรากฐานอันแข็งแกร่งสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างสองประเทศ โดยอีริคสันเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางนั้นมาโดยตลอด นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
ด้วยการนำความเชี่ยวชาญระดับโลกมาผสานกับข้อมูลเชิงลึกในท้องถิ่น บริษัทตั้งเป้าที่จะสนับสนุนแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 20 ปีของชาติ และเร่งการก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลชั้นนำ โดยใช้การเชื่อมต่อเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน
การผนวก Ericsson Educate หลักสูตรออนไลน์ระดับโลกเข้ากับ Digital Skills Roadmap ของดีป้าจะช่วยให้เยาวชนและแรงงานไทยได้รับความรู้พื้นฐานด้าน AI และ 5G ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในยุคถัดไป โดยผู้เรียนของดีป้าสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่ทันสมัยที่สุดซึ่งคัดสรรจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกของอีริคสันได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
โครงการ Ericsson Educate เปิดกว้างสำหรับผู้เรียนทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของ Digital Skills Roadmap โดยครอบคลุมเทคโนโลยีที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ 5G, AI, IoT และ Machine Learning โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งการเสริมทักษะ (upskilling) ให้กับผู้มีความสามารถรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมของแรงงานสู่โลกดิจิทัล
หลักสูตรเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21 ของอีริคสัน มอบพื้นฐานความรู้ที่เข้มข้นทางด้าน 5G, AI, IoT, ระบบ Automation และ Machine Learning เพื่อติดอาวุธทักษะและความรู้ด้านดิจิทัลที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนอนาคตดิจิทัลของประเทศไทย
Ascenti เผยโฉมชุดน้ำ AIO MONTECH LIGHTFLOW 240 / 360 ARGB รุ่นใหม่ มอบประสิทธิภาพความเย็นขั้นสุด คุ้มจัดชัดเจน!

บริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย MONTECH บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ Case, Power Supply, Air Cooling, Liquid Cooling ยี่ห้อดังระดับโลก Ascenti เผยโฉมชุดน้ำ AIO MONTECH LIGHTFLOW 240 / 360 ARGB รุ่นใหม่ มอบประสิทธิภาพความเย็นขั้นสุด คุ้มจัดชัดเจน!
Ascenti ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มค่าในตลาดไอทีไทย ด้วยการเปิดตัวชุดน้ำระบบปิด (AIO) รุ่นล่าสุด MONTECH LIGHTFLOW 240 / 360 ARGB ที่ออกแบบมาเพื่อทลายขีดจำกัดเดิมๆ ระหว่างดีไซน์ระดับไฮเอนด์และราคาที่เข้าถึงง่าย โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีการระบายความร้อนที่เปี่ยมประสิทธิภาพ มุ่งหวังให้เกมเมอร์และนักจัดสเปกคอมพิวเตอร์ได้รับประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียมที่ ” คุ้มค่า ” ที่สุดในตลาดปัจจุบัน และประกันยาวนานมากถึง 6 ปีเต็ม

ดีไซน์กระจกเงาแบบ Infinity Mirror สุดพรีเมียม ฝาปั๊มโดดเด่นด้วยกระจกเงาสะท้อนมิติแสงเชิงลึกในสไตล์มินิมอล มอบภาพลักษณ์ที่ดูหรูหราและทรงพลังอย่างเหนือระดับ ช่วยเสริมความโดดเด่นให้คอมพิวเตอร์ของคุณด้วยเอฟเฟกต์ไฟ ARGB ที่สวยงามและมีมิติ

ประสิทธิภาพการระบายความร้อนระดับสูงสุด ยกระดับการจัดการความร้อนด้วยหม้อน้ำที่ออกแบบทางวิศวกรรมมาอย่างแม่นยำ พร้อมโครงสร้างครีบระบายความร้อนความหนาแน่นสูงระดับ 20 FPI ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการกระจายความร้อนออกจากระบบได้อย่างรวดเร็ว และรักษาอุณหภูมิให้คงที่สม่ำเสมอแม้ในสภาวะที่เครื่องทำงานหนัก

ติดตั้งง่าย พร้อมใช้งานทันที ลดขั้นตอนการจัดเตรียมอุปกรณ์ ด้วยการติดตั้งส่วนประกอบพื้นฐานที่จำเป็นมาให้ล่วงหน้า ช่วยให้เริ่มต้นการประกอบเครื่องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ออกแบบมาอย่างพอดีพร้อมประกอบ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าสามารถติดตั้งเข้ากับเคสของคุณได้อย่างพอดี มอบประสบการณ์การประกอบที่ราบรื่นและสมบูรณ์แบบ

รองรับซ็อกเก็ตรุ่นใหม่ (Next-Gen) พร้อมรองรับซ็อกเก็ตล่าสุดจากทั้ง Intel และ AMD เพื่อการใช้งานร่วมกับชุดคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างไร้ข้อจำกัด

มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรับประกันยาวนานถึง 6 ปี ด้วยการรับประกันที่ยาวนานถึง 6 ปี ซึ่งเหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปในอุตสาหกรรม ผู้ใช้งานจึงมั่นใจได้ในคุณภาพและความทนทานระดับสูงสุดในทุกผลิตภัณฑ์

- MONTECH LIGHTFLOW ARGB 240 ราคาเปิดตัวที่ 1,790 บาท ทั้งสองสี
พร้อมรับประกันจาก Ascenti 6 ปีเต็ม
- MONTECH LIGHTFLOW ARGB 360 ราคาเปิดตัวที่ 1,990 บาท ทั้งสองสี
พร้อมรับประกันจาก Ascenti 6 ปีเต็ม


สติ๊กเกอร์ Ascenti คือตัวแทนความอุ่นใจตลอดการใช้งาน และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารโปรโมชันได้ก่อนใคร เพียงสแกนคิวอาร์โค้ด เพิ่มเพื่อนสามรถพูดคุย และเช็คประกันสินค้าได้ง่าย ๆ
ช่องทางการติดต่อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม บริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จำกัด
โทรศัพท์ : 091-491-4915
เว็บไซต์ : www.ascenti.co.th
อีเมล : [email protected]
Facebook : www.facebook.com/Ascenti.Thailand
Facebook MONTECH : www.facebook.com/MontechThailand
Line OA : @ascenti
G.SKILL ประกาศรองรับ Intel XMP 3.0 สำหรับแพลตฟอร์มใหม่

(24 มีนาคม 2026) – G.SKILL แบรนด์หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงชั้นนำระดับโลก ประกาศว่าแรม DDR5 ทั้งรุ่นปัจจุบันและรุ่นใหม่ของบริษัท ได้รับการยืนยันรองรับ Intel Extreme Memory Profile (Intel XMP) 3.0 สำหรับใช้งานร่วมกับโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra 200S Plus Series และเมนบอร์ดชิปเซ็ต Intel Z890 chipset

การรองรับดังกล่าวครอบคลุมหน่วยความจำแบบ DDR5 ทั้งประเภท U-DIMM (Unbuffered DIMM) และ CU-DIMM (Clocked Unbuffered DIMM) ที่โอเวอร์คล็อกได้ โดย Intel XMP 3.0 จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มประสิทธิภาพแรมได้อย่างง่ายดาย เพียงเปิดใช้งานโปรไฟล์ใน BIOS ของเมนบอร์ด
นอกจากนี้ G.SKILL ยังได้รับสิทธิ์แสดงโลโก้ Intel® XMP Identifier อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองสำหรับผลิตภัณฑ์หน่วยความจำที่ผ่านการรับรองจาก Intel โดยตรง ช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าแรม DDR5 ที่เลือกใช้นั้นผ่านการทดสอบและสามารถทำงานได้ตามสเปกโอเวอร์คล็อกที่ระบุไว้

ปลดล็อกประสิทธิภาพด้วย Intel 200S Boost
G.SKILL ยังมีชุดแรม DDR5 ที่ได้รับตรา Intel 200S Boost ซึ่งระบุว่าเป็นโปรไฟล์ XMP 3.0 ที่รองรับความเร็วสูงสุดถึง DDR5-8000 ที่แรงดันไฟสูงสุด 1.4V ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปลดล็อกประสิทธิภาพของระบบได้อย่างง่ายดายผ่านการตั้งค่า BIOS บนเมนบอร์ดและซีพียูที่รองรับ

ดันขีดจำกัดการโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำ
G.SKILL เผยความตื่นเต้นต่อศักยภาพของแพลตฟอร์ม Intel รุ่นใหม่ โดยจากการทดสอบภายในและจากกลุ่มนักโอเวอร์คล็อก พบว่าสามารถดันความเร็วแรมไปได้ในระดับสูงมาก โดยมีตัวอย่างระบบที่สามารถรัน Memtest ที่ความเร็ว DDR5-10000 ได้สำเร็จ บนเมนบอร์ด ASUS ROG Maximus Z890 Apex ร่วมกับซีพียู Intel Core Ultra 7 270K Plus
ในฐานะผู้สนับสนุนวงการโอเวอร์คล็อกมาอย่างยาวนาน G.SKILL ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและผลักดันขีดจำกัดของประสิทธิภาพหน่วยความจำ เพื่อสร้างสถิติใหม่และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เกมเมอร์ มืออาชีพ และสาย OC ทั่วโลก

เกี่ยวกับ G.SKILL
ก่อตั้งในปี 1989 G.SKILL เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหน่วยความจำประสิทธิภาพสูง พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเกมเมอร์ นักโอเวอร์คล็อก และผู้ใช้งานระดับมืออาชีพทั่วโลก ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีการทดสอบภายใน และทีมวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่ง บริษัทมุ่งมั่นสร้างแรมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับทุกแพลตฟอร์มในแต่ละยุค
© Intel และเครื่องหมายการค้าต่าง ๆ เป็นทรัพย์สินของ Intel Corporation หรือบริษัทในเครือ
Sonos ร่วมฉลองแคมเปญ Lazada Thailand Birthday Sale 2026 ด้วยโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลำโพงและอุปกรณ์เสียงระดับพรีเมียม โดยมอบส่วนลดสูงสุด 25% สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ ผ่าน Sonos Official Store บน Lazada ระหว่างวันที่ 24–27 มีนาคมนี้

สินค้าที่ร่วมโปรโมชั่น อาทิ
Sonos Arc Ultra จากราคา 49,990 บาท เหลือ 39,490 บาท (ประหยัด 10,500 บาท)
Sonos Era 100 จากราคา 9,990 บาท เหลือ 7,990 บาท (ประหยัด 2,000 บาท)
Sonos Ace จากราคา 15,900 บาท เหลือ 12,690 บาท (ประหยัด 3,210 บาท)
Sonos Roam 2 จากราคา 8,900 บาท เหลือ 6,690 บาท (ประหยัด 2,210 บาท ลดสูงสุด 25%)
นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสำหรับ Sonos Beam, Era 300, Sub 4 และ Sub Mini ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถอัปเกรดระบบเสียงภายในบ้านได้ง่ายขึ้นในช่วงแคมเปญ Lazada Birthday Sale
ระยะเวลาโปรโมชั่น: 24–27 มีนาคม 2569
*หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ช่องทางการซื้อ: Sonos Official Store บน Lazada หรือสามารถเข้าชมผ่านลิงก์ได้ที่นี่
อินเทลเปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Intel Core Ultra Series 3

ในประเทศไทย ชูประสิทธิภาพที่เหนือขั้นของ AI PC
กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 24 มีนาคม 2569 – อินเทลประกาศวางจำหน่ายแล็ปท็อปที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra Series 3 (โค้ดเนม Panther Lake) จากพันธมิตร OEM ชั้นนำระดับโลกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันนี้ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ AI PC รุ่นใหม่ ที่โดดเด่นในด้านการประมวลผล กราฟิก และการประหยัดพลังงานที่เหนือชั้น รองรับการประมวลผลแบบอัจฉริยะในอนาคต
โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อต้นปีที่ผ่านมาในงาน CES 2026 โดยถือเป็นความก้าวหน้าครั้งล่าสุดในแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านคอมพิวเตอร์ฝั่งลูกค้า (Client Computing) ของอินเทล ที่นำเอาขีดความสามารถของ AI ขั้นสูงและสมรรถนะการประมวลผลแบบเหนือชั้นมาสู่แล็ปท็อปยุคใหม่
โดยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้บริโภคและภาคธุรกิจในประเทศไทยสามารถเลือกซื้อแล็ปท็อปที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 ได้จากพันธมิตร OEM ชั้นนำ ได้แก่ Acer, Asus, Dell, HP, Lenovo และ MSI ผ่านร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วประเทศ
ออกแบบมาเพื่อเป็น AI PC แห่งอนาคต
โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีการผลิต Intel 18A รุ่นล่าสุดมาพร้อมสถาปัตยกรรมใหม่ที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะเพื่อตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพการประมวลผล กราฟิก และเวิร์กโหลดด้าน AI โดยเฉพาะ
โปรเซสเซอร์รุ่นนี้ผสานการทำงานของหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) และหน่วยประมวลผลระบบประสาทเทียม (NPU หรือ Neural Processing Unit) เข้าไว้ในชิปเดียว เพื่อเร่งการประมวลผลงาน AI ได้โดยตรงบนตัวเครื่อง (on-device) ผู้ใช้จึงสามารถสัมผัสกับประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบอัจฉริยะ ระบบสร้างสรรค์คอนเทนต์ขั้นสูง หรือการทำงานร่วมกันโดยมี AI เป็นผู้ช่วย
นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่น ประกอบด้วย:
ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่โดดเด่น: มอบอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานเป็นพิเศษ ดีที่สุดใน AI PC ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Intel
สมรรถนะ AI ขั้นสูง: ที่มาพร้อม NPU ในตัว ให้พลังประมวลผล AI สูงสุดถึง 50 TOPS สำหรับการทำงาน AI บนตัวเครื่องโดยเฉพาะ
ระบบกราฟิกแห่งอนาคต: สถาปัตยกรรมกราฟิก Xe3 ในตัวCPU ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการเล่นเกมและการแสดงผลภาพ
คุณสมบัติทั้งหมดนี้รวมกันทำให้เกิดเป็น AI PC รุ่นใหม่ที่มีดีไซน์บางเบา สามารถรองรับงานที่มีความซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็คงความรวดเร็วในการตอบสนองและสะดวกในการพกพา
ขยายระบบนิเวศ AI PC ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 จะถูกนำไปใช้ในแล็ปท็อปกว่า 200 รุ่นทั่วโลก ครอบคลุมการใช้งานของผู้ใช้ทั้งกลุ่มพรีเมียม เกมมิ่ง และองค์กรภาคธุรกิจ
โดยลูกค้าในประเทศไทยสามารถเลือกสรรอุปกรณ์ได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่แล็ปท็อปแบบบางเบาที่เหมาะสำหรับการทำงาน ไปจนถึงแล็ปท็อปสมรรถนะสูงที่เหมาะสำหรับเหล่าครีเอเตอร์และเกมเมอร์ ซึ่งจะทยอยวางจำหน่ายตลอดปี 2569 นี้
“Intel Core Ultra Series 3 ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้าน Client Computing ของเรา โปรเซสเซอร์รุ่นนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอินเทลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์อย่างเหนือชั้น ทั้งในด้านประสิทธิภาพการประมวลผล ขีดความสามารถด้าน AI และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และในวันนี้ พันธมิตร OEM ชั้นนำของเราพร้อมส่งมอบแล็ปท็อปเหล่านี้ถึงมือผู้ใช้ในประเทศไทยแล้ว จึงขอเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมสัมผัส AI PC ยุคใหม่ไปพร้อมกัน” นายจอร์จ ชาโก ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียของอินเทล กล่าว
เกี่ยวกับอินเทล
อินเทล (Nasdaq: INTC) ผู้นำในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงโลก นำไปสู่ความก้าวหน้าระดับโลกและยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยแรงบันดาลใจจากกฎของมัวร์ (Moore’s Law) อินเทลมุ่งมั่นทำงานอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาการออกแบบและการผลิตเซมิคอนดักเตอร์เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลูกค้า ด้วยการฝังปัญญาประดิษฐ์ไว้ในระบบคลาวด์ เครือข่าย เอดจ์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกประเภท เราจึงสามารถปลดปล่อยศักยภาพของข้อมูลในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจและสังคมให้ดีขึ้น หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมของอินเทล สามารถเยี่ยมชมได้ที่ newsroom.intel.com และ intel.com
องค์กรมีอำนาจควบคุมด้านดิจิทัลได้เบ็ดเสร็จเพียงใด ทำความรู้จักเครื่องมือประเมินความพร้อมด้านอธิปไตยดิจิทัลจากเร้ดแฮท

บทความโดย: นายฮานส์ โรธ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาค EMEA เร้ดแฮท
อธิปไตยดิจิทัล (Digital sovereignty) คือกลไกเชิงกลยุทธ์ขั้นสูงสุดเพื่อการสร้างและใช้นวัตกรรม ที่ช่วยให้องค์กรไม่เพียงปฏิบัติตามข้อกำหนดเท่านั้น แต่ยังก้าวสู่อิสรภาพในการดำเนินงานอย่างแท้จริง โดย “องค์กร” เป็นผู้กำหนดความต่อเนื่องทางธุรกิจของตนเองไม่ใช่ผู้ให้บริการคลาวด์
เร้ดแฮทเชื่อว่าอธิปไตยดิจิทัลไม่ควรเป็นกำแพงขวางกั้น แต่ควรเป็นรากฐานที่ให้อิสระองค์กรในการเลือกได้ว่าจะใช้เวิร์กโหลดอย่างไรบนสภาพแวดล้อมแบบไหน เร้ดแฮทพร้อมให้บริการเครื่องมือ Red Hat Digital Sovereignty Readiness Assessment เพื่อเร่งให้องค์กรขับเคลื่อนสู่ความมีอิสระทางอธิปไตยดิจิทัลเร็วขึ้น
มาตรการกำกับดูแลระดับสากล ได้ยกระดับความสำคัญของความยืดหยุ่นในการดำเนินงานและการควบคุมอำนาจเหนือข้อมูลตามเขตอำนาจศาล แต่เส้นทางสู่ความเป็นอิสระขององค์กรหลายแห่งถูกบดบังด้วยกลุ่มซอฟต์แวร์ที่ไม่เปิดเผยกระบวนการทำงานและยากต่อการตรวจสอบ (black box stacks) ทางเลือกที่จำกัด และข้อมูลที่กระจัดกระจายเป็นไซโล
เส้นทางสู่การวางรากฐานด้านอธิปไตยดิจิทัลเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจว่าในปัจจุบันองค์กรอยู่ในสถานะใด และนี่คือจุดที่เครื่องมือ Red Hat Digital Sovereignty Readiness Assessment เข้ามามีบทบาทสำคัญ

กำหนดเกณฑ์มาตรฐานเพื่อควบคุม: การประเมินความพร้อม
การกำกับดูแลสินทรัพย์ไอทีจะไม่สามารถทำได้หากขาดความเข้าใจที่สมบูรณ์ การประเมินที่ทำได้ด้วยตนเองนี้จะช่วยกำหนดเกณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจนและเป็นกลางในการควบคุมงานด้านดิจิทัลในการประเมินขอบเขตงานสำคัญขององค์กรเจ็ดด้านได้แก่
อธิปไตยด้านข้อมูล (Data Sovereignty) – การควบคุมข้อมูลทั้งสถานที่จัดเก็บทางกายภาพ และการควบคุมตามเขตอำนาจศาล ตลอดวงจรชีวิตของข้อมูล
อธิปไตยด้านเทคนิค (Technical Sovereignty) – การควบคุมองค์ประกอบของชุดซอฟต์แวร์ที่ใช้เป็นฐาน
อธิปไตยด้านการดำเนินงาน (Operational Sovereignty) – ศักยภาพของทีมในการดูแลและกู้คืนระบบโดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอก
อธิปไตยด้านการรับรอง (Assurance Sovereignty) – ความสามารถในการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องสมบูรณ์ของระบบได้อย่างอิสระ
การตระหนักถึงซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส (Open Source Awareness) - การใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนเปิดเพื่อลดความเสี่ยงจากการผูกติดกับผู้ให้บริการรายเดียว
การกำกับดูแลโดยผู้บริหาร (Executive Oversight) – การวางเป้าหมายด้านอธิปไตยดิจิทัลให้สอดคล้องกับธรรมาภิบาลในระดับผู้นำองค์กร
บริการจัดการระบบ (Managed Services) – ความยืดหยุ่นในการเลือกสภาพแวดล้อมในการใช้งานคลาวด์ตามภูมิภาคและดาต้าเซ็นเตอร์ต่าง ๆ ได้อย่างเฉพาะเจาะจง

การแปลผลการประเมิน: มาตรวัดระดับความพร้อมด้านอธิปไตยดิจิทัลของเร้ดแฮท
เมื่อการประเมินเสร็จสิ้น เครื่องมือจะแสดงคะแนนความพร้อมด้านอธิปไตยดิจิทัลขององค์กรโดยจำแนกศักยภาพในปัจจุบันขององค์กรออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้
Foundation - ระยะเริ่มต้นของการระบุและทำความเข้าใจข้อกำหนดด้านอธิปไตยดิจิทัล
Developing – ระยะพัฒนาศักยภาพและเริ่มแก้ไขช่องว่างที่พบ
Strategic: ระยะที่มีศักยภาพแข็งแกร่งและสามารถนำไปใช้ซ้ำได้กับงานด้านต่างๆ
Advanced: ระยะที่มีศักยภาพในการควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดขององค์กรอย่างทั่วถึงและเป็นเชิงรุก
การประเมินนี้จะช่วยกำหนดแผนงานที่นำไปปฏิบัติได้จริง ทั้งแนวทางการปรับปรุงและประเด็นวิจัยที่จำเป็น เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้พิจารณา
มาตรฐานเปิดเพื่ออธิปไตยดิจิทัล
เร้ดแฮทยึดถือว่านวัตกรรมแบบเปิดและโอเพ่นไฮบริดคลาวด์เป็นพื้นฐานสำคัญของอธิปไตยดิจิทัล และเชื่อว่ากลยุทธ์ด้านอธิปไตยดิจิทัลจะแข็งแกร่งได้นั้นจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่โปร่งใสรองรับเท่านั้น แต่หากเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินเป็นแบบมีกรรมสิทธิ์ องค์กรจะไม่สามารถตรวจสอบความโปร่งใสในการทำงานได้ ซึ่งขัดกับหลักการของความเป็นอิสระอย่างแท้จริงที่ต้องเปิดเผยและชัดเจน
เร้ดแฮทกำลังสร้างมาตรฐานเปิดให้กับการประเมินอธิปไตยดิจิทัลเพื่อสนับสนุนด้านความโปร่งใส โดยการเปิดให้อีโคซิสเต็มส์ทั่วโลกสามารถเข้าใช้และพัฒนาต่อยอดซอร์สโค้ดของเครื่องมือประเมินความพร้อมด้านอธิปไตยดิจิทัลซึ่งพัฒนาโดย Chris Jenkins ของเร้ดแฮทได้อย่างอิสระและไม่มีค่าใช้จ่าย
การเปิดเฟรมเวิร์กนี้เป็นโอเพ่นซอร์ส คือการที่เร้ดแฮทกำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เปลี่ยนจาก “ความเชื่อถือที่ตรวจสอบไม่ได้” ไปสู่โมเดลที่สามารถพิสูจน์เชิงประจักษ์ได้ เร้ดแฮทไม่ได้มอบเพียงเครื่องมือแต่มอบต้นแบบทางความคิดที่เป็นระบบ (logical blueprints) แนวทางนี้ช่วยเสริมศักยภาพให้ลูกค้า พันธมิตร และองค์กรต่าง ๆ กำหนดเส้นทางเดินสู่โครงสร้างพื้นฐานที่มีความเป็นอิสระได้ด้วยตนเองผ่านตัวแปรทางเทคนิคสำคัญ ๆ หลากหลายมิติ
อธิปไตยดิจิทัลจะเกิดขึ้นจริงและจับต้องได้นั้น กลไกการคำนวณเบื้องหลังต้องตรวจสอบที่มาที่ไปได้และเปิดรับการตรวจสอบ เร้ดแฮทนำเสนอมาตรฐานด้านความโปร่งใสเพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่ากลยุทธ์ด้านอธิปไตยดิจิทัลขององค์กรมีอำนาจควบคุมและจัดการได้อย่างแท้จริงตามที่ตั้งเป้าไว้
EN








